WHO วิตกกับการแพร่ระบาดโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลตาที่รุนแรงขึ้น

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 21 ก.ค.64 ว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) กังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์เดลตาใน 124 ประเทศและเขตปกครอง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 13 แห่ง และอาจพัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดทั่วโลกในอีกเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ WHO ขึ้นบัญชีสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of concern-VOCs) ได้แก่ อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา ซึ่งยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อัลฟาใน 180 ประเทศ สายพันธุ์เบตาใน 130 ประเทศ และสายพันธุ์แกมมาใน 78 ประเทศ

ญี่ปุ่นเรียกร้องให้ออสเตรเลียเพิ่มความร่วมมือทางทหารเพื่อรับมือกับความท้าทายจากจีน

สำนักข่าว The Guardian รายงานเมื่อ 21 ก.ค.64 ว่า ในวันเดียวกัน นาย Shingo Yamagami เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำออสเตรเลีย เรียกร้องให้ออสเตรเลียพิจารณาการซ้อมรบร่วมกับญี่ปุ่นในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งมีเส้นทางเดินเรือที่สำคัญต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของออสเตรเลียเช่นเดียวกับทะเลจีนใต้ โดยญี่ปุ่นต้องการให้ประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกันร่วมกันจัดการความท้าทายที่เกิดจากจีน ซึ่งมีท่าทีรุกรานเพิ่มขึ้นทั้งในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นและออสเตรเลียอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาข้อตกลงด้านการป้องกันที่จะอนุญาตให้กองกำลังของทั้งสองประเทศซ้อมรบในอาณาเขตของกันและกันได้ โดยนาย Yamagami คาดว่าความซับซ้อนในการฝึกซ้อมด้านการป้องกันที่เพิ่มขึ้นระหว่างญี่ปุ่นและออสเตรเลียจะเป็นการยกระดับการป้องปรามให้ดีขึ้นในภูมิภาค  

ราคาบิทคอยน์ลดลงอย่างรวดเร็ว หลังโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลตาระบาดทั่วโลก

สำนักข่าว 9News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 21 ก.ค.64 ว่าราคาบิทคอยน์ลดลงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่ มิ.ย.64 เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดไปทั่วโลก และหลายประเทศยังคงไม่มีมาตรการการรับมือที่มีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้กระแสตื่นตระหนกดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นวอลสตรีทของสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงลงไปถึงร้อยละ 2.1 เมื่อ 19 ก.ค.64 ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน

ฝรั่งเศสและประเทศพันธมิตรร่วมมือกันต่อต้านภัยคุกคามจากการประมงผิดกฎหมาย

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 20 ก.ค.64 ว่า นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่าฝรั่งเศสจะร่วมมือกับประเทศพันธมิตรบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สร้างเครือข่ายทางทะเลป้องกันภัยคุกคาม เฉพาะอย่างยิ่งจากการทำประมงผิดกฎหมาย โดยจะแบ่งปันข้อมูล ฝึกซ้อม และปฏิบัติการทางทะเลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นในห้วงเวลาใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร ทั้งฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารเพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีน

WFP ร่วมกับ WHO จัดตั้งโครงการ INITIATE2 เพื่อรับมือวิกฤตฉุกเฉินทางสาธารณสุข

โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (World Food Program-WFP) ร่วมกับองค์การองค์อนามัยโลก (World Health Organization-WHO) เมื่อ 19 ก.ค.64 จัดตั้งโครงการ INITIATE2 เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ในการรับมือและตอบสนองวิกฤตฉุกเฉินทางสาธารณสุข โดยจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะจากผู้เชี่ยวชาญในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน สถาบันวิจัยและการศึกษา และพันธมิตรนานาชาติ รวมถึงพัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมในการแก้ปัญหา อาทิ การทดสอบสิ่งอำนวยความสะดวกและชุดเครื่องมือภาคสนามเฉพาะโรคในสถานการณ์จริง การฝึกอบรมหน่วยงานด้านการขนส่งและหน่วยกู้ภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินจำลอง

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกการเยือนญี่ปุ่น

สำนักข่าว metro.us รายงานเมื่อ 19 ก.ค 64 ว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ตัดสินใจไม่เยือนญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และยกเลิกแผนการประชุมสุดยอดเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นครั้งแรกกับนรม.สึกะ โยชิฮิเดะ ของญี่ปุ่นใน 23 ก.ค.64 เนื่องจากความคืบหน้าของการหารือเกี่ยวกับการจัดประชุมสุดยอดระหว่างกันยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุผลลัพธ์ของการประชุมได้ ทั้งยังเกิดเหตุการณ์ที่นักการทูตอาวุโส ประจำ สอท.ญี่ปุ่น/กล.ต. แสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมต่อประธานาธิบดีมุน แจ-อิน อย่างไรก็ดี เกาหลีใต้ได้ส่ง รมว.วธ. เป็นผู้แทนเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิด และหวังว่าญี่ปุ่นจะประสบผลสำเร็จในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

สหราชอาณาจักรยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แม้ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เฉพาะอย่างยิ่งมาตรการบังคับให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ เพื่อเปิดประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยร้านค้าและสถานบันเทิงจะเริ่มเปิดให้บริการตามปกติใน 18 ก.ค.64 เวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร และสหราชอาณาจักรจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าเมืองโดยไม่ต้องกักตัว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขห่วงกังวลว่าการยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในห้วงที่สหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อ COVD-19 เพิ่มกว่าวันละ 50,000 ราย จะส่งผลให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขทำงานหนักยิ่งขึ้น กับทั้งยังเพิ่มโอกาสให้ไวรัสกลายพันธุ์เพิ่มเติม

รัฐบาลลาวประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์

สำนักข่าว ซินหัว รายงานเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่า นาง Thipphakone Chanthavongsa รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลาว แถลงยืนยันว่ารัฐบาลลาวขยายมาตรการล็อกดาวน์ถึง 3 ส.ค.64 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์โดยอนุญาตให้สถานประกอบการที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคเริ่มเปิดบริการ กับทั้งจะอนุญาตให้สถานศึกษาในนครหลวงเวียงจันทร์เริ่มจัดการเรียนการสอนตามปกติ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด

ไต้หวันประกาศกักตัวผู้ที่เดินมาจากเมียนมา

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 16 ก.ค.64 ว่า ศูนย์ควบคุมโรคระบาดกลางของไต้หวัน (Central Epidemic Command Center-CECC) ประกาศในวันเดียวกันว่า ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องหรือเดินทางมาจากเมียนมาห้วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องกักตัวในสถานที่กักที่ทางการกำหนดตั้งแต่ 18 ก.ค.64 เป็นต้นไป และเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 รวม 3 ครั้งตลอดระยะเวลากักตัว โดยตรวจโควิดแบบ PCR ในวันแรกและวันสุดท้ายของการกักตัว และตรวจหาเชื้ออย่างง่าย (Rapid Test) ในห้วงวันที่ 10-12 ของการกักตัว เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ทางการไต้หวันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปัจจุบันประเทศที่อยู่ในรายชื่อกลุ่มประเทศความเสี่ยงสูงของไต้หวัน ได้แก่ บราซิล อินเดีย สหราชอาณาจักร เปรู อิสราเอล อินโดนีเซีย บังกลาเทศ และเมียนมา

จีนทบทวนข้อเสนอการสอบสวนหาต้นตอ COVID-19 ขององค์การอนามัยโลก

สำนักข่าว BNN Bloomberg รายงานอ้าง นาย จ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเมื่อ 16 ก.ค.64 ว่า จีนกำลังทบทวนแผนข้อเสนอของนาย Tedros Adhanom Ghebreyesus ผอ.องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ที่เรียกร้องให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับต้นกำเนิดไวรัส COVID-19 เพิ่มเติมในจีนด้วยความโปร่งใส เปิดกว้าง และร่วมมือ แม้ว่าจีนเคยปฏิเสธก่อนหน้านี้โดยอ้างว่าสหรัฐฯและพันธมิตรอยู่เบื้องหลังการผลักดันและรื้อฟื้นการสอบสวนดังกล่าวก็ตาม ทั้งนี้นาย จ้าว ลี่เจี้ยน ย้ำว่า ในการดำเนินการสอบสวนที่ผ่านมาจีนได้ให้ความร่วมมือกับ WHO ให้เข้าถึงข้อมูลและอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงการตรวจสอบห้องปฏิบัติการที่อู่ฮั่น