สหราชอาณาจักรควบคุมภัยคุกคามจากสื่อออนไลน์

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมออกกฎหมายควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชน โดยประกาศเมื่อ 15 มิถุนายน 2569 ว่า รัฐบาลเตรียมเสนอและผลักดันให้รัฐสภาเห็นชอบกฎหมายการควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในสหราชอาณาจักรก่อนปลายปี 2569 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปี 2570 ซึ่งจะยกระดับการป้องกันภัยคุกคามและอันตรายต่อเยาวชน ทั้งนี้ มาตรการของสหราชอาณาจักรจะเข้มงวดมากกว่ามาตรการที่ออสเตรเลียและสเปนบังคับใช้ เนื่องจากจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้มีการถ่ายทอดสด การสนทนากับคนแปลกหน้า หรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานระหว่างกัน ดังนั้น มาตรการของสหราชอาณาจักรจะส่งผลให้เยาวชนไม่สามารถมีบัญชีใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนมาก เช่น Snapchat, TikTok, YouTube, Instagram, Facebook และ X รวมทั้งแพลตฟอร์มเกมออนไลน์บางประเภท สหราชอาณาจักรจะใช้มาตรการควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากมีข้อมูลยืนยันว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญของปัญหาการคุกคามทางไซเบอร์ ปัญหาสุขภาพ พฤติกรรมเสพติดเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ เกิดปรากฏการณ์เชื่อในข้อมูลประเภท Echo Chamber และเสี่ยงตกเป็นเหยื่อกลุ่มอาชญากรรม สมาคมปกป้องสิทธิเยาวชนในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่สนับสนุนมาตรการดังกล่าว โดยมีมุมมองว่าความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญต่อการปกป้องความปลอดภัยของเยาวชน พร้อมเสนอให้มีการบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้รัฐบาลกดดันและร่วมมือกับบริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ หรือกลุ่ม Big Tech ให้มีส่วนสำคัญในการคัดกรองเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบในการควบคุมการใช้อัลกอริทึ่ม ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ประเภทการสนทนา เกม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งเพิ่มมาตรการปกป้องผู้ใช้งาน เพื่อไม่ให้เป็นการผลักภาระให้ผู้ใช้บริการในการป้องกันตนเอง…

ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี

สภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลันและรุนแรง ควบคู่กับปรากฎการณ์เอลนีโญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 มีแนวโน้มจะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในระยะยาว ปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญเริ่มก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก และจะเริ่มส่งผลต่อสภาพอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิโลกชัดเจนในห้วงปลาย มิถุนายน 2569  องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) คาดการณ์เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 จะทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งภาวะแล้งจัด อุทกภัย ไฟป่า พายุรุนแรงและคลื่นความร้อน ประเด็นที่ WMO และเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) วิตกกังวลอย่างมาก คือ ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายนี้ด้วย ซ้ำเติมวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานและอาหารในปัจจุบันที่เป็นผลจากการทำสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดังนั้น เลขาธิการสหประชาชาติจึงเตือนและเรียกร้องให้นานาชาติให้ความสำคัญกับปัญหาสภาพอากาศโลกแปรปรวนรุนแรง และความร่วมมือเพื่อเตรียมพร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และอาหาร โดยเปรียบเทียบปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นเหมือน “น้ำมัน” ที่ราดบนกองไฟวิกฤตและความเดือดร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะอุณหภูมิบนพื้นดิน ซึ่งจะกระทบการทำเกษตรกรรมของหลายประเทศ…

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยการพนันผลการแข่งขันฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลกประจำปี 2569 หรือ FIFA MEN’S WORLD CUP ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ระยะเวลา 6 สัปดาห์ ตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2569 จนถึง 19 กรกฎาคม 2569 เสี่ยงเผชิญการพนันผลการแข่งขันฟุตบอลครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Macquarie สถาบันการเงินและการธนาคารของออสเตรเลีย ประเมินว่าอาจมีการพนันเป็นมูลค่ามากกว่า 50,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2565 ที่กาตาร์ เนื่องจากปัจจัย 1) ช่วงเวลาการแข่งขัน 2) จำนวนการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม และ 3) อัตราการพนันผลการแข่งขันกีฬาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่เว็บไซต์พนันออนไลน์และกาสิโน จะใช้ประโยชน์จากช่วงที่ประชาชนทั่วโลกสนใจการแข่งขันฟุตบอลโลก จัดกิจกรรมการพนันผล และจะทำให้รายได้ของเว็บไซต์สูงขึ้นในห้วงนี้ ที่ผ่านมา การแข่งขันฟุตบอลโลกได้รับความสนใจจากผู้ติดตามทั่วโลก และเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจการพนันถูกกฎหมายจะสร้างรายได้มหาศาล โดยเฉพาะจากผู้ติดตามผลการแข่งขันจากประเทศในเอเชียและแอฟริกา ซึ่งนิยมใช้สื่อออนไลน์เพื่อติดตามความคืบหน้าการแข่งขันในต่างประเทศ สถาบัน…

ปากีสถานกับการเปิดรับอิทธิพลของจีน  

ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ในเวทีระหว่างประเทศ ให้ความสนใจ และติดตามบทบาทของปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียใต้ มากขึ้น จากการที่มีบทบาทโดดเด่นมากด้วยการเป็นตัวกลางในการเจรจาทั้งสองฝ่าย และจนถึงต้น มิถุนายน 2569 ปากีสถานก็ยังคงดำเนินบทบาทดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดการเจรจาสันติภาพขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ บทวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เข้าใจบทบาทและความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของปากีสถานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า บทบาทของปากีสถานในการเป็นตัวกลางส่งเสริมการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ สอดคล้องกับผลประโยชน์ของจีนที่ต้องการรักษาเสถียรภาพในตะวันออกกลาง เนื่องจากจีนพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าวในสัดส่วนสูง โดยอิหร่านถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญของจีน ขณะที่น้ำมันส่งออกของอิหร่านส่วนใหญ่มีปลายทางอยู่ที่จีน ปากีสถานเป็นประเทศจุดตัดเชิงยุทธศาสตร์ในหลายภูมิภาคพร้อมกัน ด้วยการเป็นตัวเชื่อมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง เนื่องจากมีทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและพลังงานสำคัญ ส่งผลให้มหาอำนาจอย่างจีนและอินเดียให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อปากีสถานอย่าง โดยจีนและปากีสถานมีความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิด ขณะที่อินเดียและปากีสถานมีความขัดแย้งเชิงประวัติศาสตร์ ปากีสถานยังเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงจากภัยคุกคามของกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ชายแดนอัฟกานิสถาน ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพภายในประเทศอย่างมาก สำหรับอิทธิพลของจีนในปากีสถาน โครงการ China-Pakistan Economic Corridor (CPEC) เป็นตัวอย่างการขยายอิทธิพลของจีนในปากีสถานด้วยการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ  โดยโครงการ CPEC ซึ่งเป็นโครงการหลักใน Belt and Road Initiative หรือ BRI ของจีน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของปากีสถาน…

AI อาจเปลี่ยนแปลงการแข่งขันทางทหารที่สำคัญของสงครามในอนาคต

  RAND Corporation สถาบันวิจัยนโยบายและคลังสมองชั้นนำของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อสงครามและการแข่งขันทางทหารในอนาคต โดยศึกษาผ่านปัจจัยพื้นฐาน 4 ด้าน ได้แก่ ปริมาณกับคุณภาพ การซ่อนพรางกับการค้นหา การสั่งการแบบรวมศูนย์กับกระจายศูนย์ และการรุก–รับทางไซเบอร์ รายงานจัดให้ AI เป็น “General-Purpose Technology” หรือเทคโนโลยีอเนกประสงค์ที่ไม่ได้เป็นเพียงอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกมิติของการทหาร ทั้งการวิเคราะห์ข่าวกรอง การควบคุมระบบอัตโนมัติ การจัดการเครือข่ายการรบ ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ AI จะช่วยลดข้อจำกัดด้านการประมวลผลของมนุษย์ และทำให้กองทัพสามารถปฏิบัติการที่ซับซ้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในด้านปริมาณกับคุณภาพ AI และระบบอัตโนมัติจะทำให้กำลังรบจำนวนมากกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดเดิมของกองทัพมหาอำนาจโดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มักพึ่งพายุทโธปกรณ์คุณภาพสูง ราคาแพง แต่มีจำนวนจำกัด เมื่อโดรนและระบบไร้คนขับสามารถผลิตได้ในต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับสนามรบจริง แนวคิด Robotic Mass หรือกำลังรบอัตโนมัติขนาดใหญ่จึงเกิดขึ้นได้จริง นักวิจัยอ้างอิง Lanchester Square Law เพื่อชี้ว่ากำลังที่มีจำนวนมากพออาจสามารถเอาชนะกำลังที่มีคุณภาพสูงกว่าได้ สรุปว่า AI มีแนวโน้มทำให้ “ปริมาณ” ได้เปรียบ “คุณภาพ” มากขึ้นในอนาคต ในด้านการซ่อนพรางกับการค้นหา AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ฝ่ายค้นหาด้วย Sensor…

ผู้ใช้ Reddit ทั่วโลกเปิดประสบการณ์ถูกสแกมเมอร์หลอกลวงในปี 2569

ชุมชน r/Scams บน Reddit ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1.34 ล้านบัญชี และมีผู้เข้าร่วมใหม่เฉลี่ยวันละ 516 บัญชี ได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางรายงานและวิเคราะห์กลโกงแบบเรียลไทม์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โมเดลการทำงานเริ่มจากผู้ใช้ที่ได้รับข้อความน่าสงสัยผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น SMS, WhatsApp, อีเมล หรือแอปหาคู่และหางาน นำมาตั้งคำถามสั้น ๆ ว่า “Is this a scam?” พร้อมแนบภาพหน้าจอ จากนั้นสมาชิกจะร่วมกันวิเคราะห์สัญญาณเตือน (Red Flag) อย่างรวดเร็ว โดยมี AutoModerator คอยให้ข้อมูลกลโกงทั่วไป และทีมผู้ดูแลอาสาสมัครคัดกรองเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ต้องสงสัย จากข้อมูลที่สมาชิกชุมชน r/Scams แบ่งปันกันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 กลโกงที่พบมากที่สุดคือ Job Scam คิดเป็นร้อยละ 20 ของการแชร์ทั้งหมด สแกมเมอร์มักแอบอ้างเป็นบริษัทที่กำลังรับสมัครพนักงานทำงานจากบ้าน โดยใช้ชื่อองค์กรที่ฟังดูน่าเชื่อถือ เช่น Swiftora Logistics หรือ Triumph…

รายงานประเมินภัยคุกคามแห่งชาติของนอร์เวย์ ประจำปี 2569 : รัสเซีย จีน อิหร่าน และภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น

  หน่วยข่าวกรองความมั่นคงตำรวจนอร์เวย์ (Norwegian Police Security Service – PST) เผยแพร่รายงาน National Threat Assessment 2026 ซึ่งประเมินภัยคุกคามระดับชาติทั้งจากรัฐต่างชาติ กลุ่มแนวคิดสุดโต่ง และความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคม ให้พร้อมรับมือและวางมาตรการป้องกันได้อย่างเหมาะสม รายงานชี้ว่า ปัจจุบันนอร์เวย์กำลังเผชิญสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นผลจากความตึงเครียดจากปฏิบัติการของต่างชาติ สงครามที่ดำเนินอยู่ การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ และการขยายตัวของภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid Threat) ทั้งทางการทหาร ทางไซเบอร์ การบิดเบือนข่าวสาร และความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง  โดยประเมินว่ารัสเซีย จีน และอิหร่าน เป็นรัฐที่สร้างภัยคุกคามหลัก ทั้งด้านข่าวกรอง การจารกรรมทางไซเบอร์ การแทรกแซงทางการเมือง และการก่อวินาศกรรมต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในส่วนของรัสเซีย รายงานประเมินว่าหน่วยข่าวกรองมุ่งเป้าไปที่กองทัพ การฝึกซ้อมร่วมขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) การสนับสนุนยูเครน และพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างอาร์กติกและภูมิภาคตอนเหนือสุด (High North) ผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปฏิบัติการทางไซเบอร์ การก่อวินาศกรรม การบ่อนทำลาย ไปจนถึงการแทรกซึมและการสรรหาแหล่งข่าวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและบุคคลที่ไม่มีความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับรัฐ ที่น่ากังวลคือ…

ใครคือ “ฮีโร่” ในนิยายโลกรวน

ปัญหาโลกรวน หรือสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน และคาดการณ์ยาก …เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศมหาอำนาจ ประเทศอุตสาหกรรม หรือประเทศเกษตรกรรม ทุกพื้นที่ได้เผชิญความท้าทายและความยากลำบากในการรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน รวมทั้งไทย ซึ่งในปี 2569 เป็นต้นไปมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับความแปรปรวนระดับที่ข้อมูลเชิงสถิติชุดเดิม ๆ อาจไม่สามารถใช้พยากรณ์สภาพอากาศได้แม่นยำอีกต่อไป หากเปรียบเทียบปัญหาโลกรวน เป็นนิยายหรือหนังสือเล่มหนึ่ง ที่สะท้อนภาพการเอาตัวรอดของมนุษยชาติในปัจจุบัน บทความนี้ขอเสนอว่า นิยายเรื่องนี้อาจไม่มี “ฮีโร่” หรือผู้เล่นบทพระเอกที่แท้จริง เป็นนิยายแนวระทึกขวัญ สืบสวนสอบสวนและ Sci-Fi ที่อาจจบด้วย Dark Comedy ที่เป็นบทสรุปของภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องที่นำเสนอเกี่ยวกับการเอาตัวรอดของมนุษย์ในอนาคต ..บทความนี้อยากชวนใช้กรอบการเล่าเรื่องแบบนิยายยุคเก่า เพื่อวิเคราะห์หา “ฮีโร่” ในนิยายโลกรวน ว่าจะนำไปสู่ตอนจบแบบ Happy Ending ได้หรือไม่ ในนิยายส่วนใหญ่ …เราจะพบว่าเนื้อหาเป็นเรื่องเล่าของตัวละครอย่างน้อย 3 ตัว ภายใต้สถานการณ์ห้วงหนึ่งที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งผู้รับบท “พระเอก” จะมีความแข็งแรง กล้าหาญ เป็นคนดีที่ทุกคนต่างชื่นชม คอยช่วยเหลือ “นางเอก” ที่ต้องการปกป้อง และมีอุปสรรค คือ “ตัวร้าย”…

ทิศทางความสัมพันธ์ 3 มหาอำนาจ : สหรัฐฯ จีน รัสเซีย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อห้วง พฤษภาคม 2569 ได้แสดงบทบาทสำคัญให้นานาชาติเห็นว่าจีนเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาอำนาจทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำโลกฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐฯ หรือผู้นำประเทศที่มีที่ตั้งเปรียบเสมือนกลางใจโลก หรือ heartland อย่างรัสเซีย เพราะผู้นำรัฐบาลจีนประสบความสำเร็จในการเชิญผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำรัสเซียเดินทางเยือนประเทศได้ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ยังมีภาพรวมผลลัพธ์การเยือนที่น่าพึงพอใจสำหรับทุกฝ่ายอีกด้วย บทความ The Intelligence จึงขอนำเสนอมุมมองและการวิเคราะห์ถึงทิศทางความสัมพันธ์ของ 3 มหาอำนาจนี้ว่าจะเป็นลักษณะใดต่อไป และจะมีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ดังกล่าว การที่จีนเป็นเหมือน “ห้องรับแขก” ของโลกที่นำให้เกิดภาพการจับมือและสนทนากันอย่างราบรื่นกับผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซีย ทำให้จีนประสบความสำเร็จในการแสดงให้ทั่วโลกเห็นว่านโยบายต่างประเทศของจีนต้องการสร้างสันติภาพ และพร้อมร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีอุดมการณ์การเมืองและนโยบายต่างประเทศแบบใด ขอเพียงไม่รุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ก็สามารถร่วมมือกันได้ รวมทั้งทำให้เกิดกระแสนิยมเรื่องการทูตระดับโลกที่เปลี่ยนศูนย์กลางจากประเทศตะวันตก ไปยังประเทศตะวันออก หรือ Eastward Power Shift อาจสรุปได้ว่า เหตุการณ์ในห้วงพฤษภาคม 2569 เป็นประโยชน์และส่งเสริมยุทธศาสตร์ของจีน ที่ต้องการได้รับความเชื่อมั่นและยอมรับจากนานาชาติ ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ : การรวมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การพบกันระหว่างผู้นำจีนกับผู้นำสหรัฐฯ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 มีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และมีความตกลงในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าเป็นกลไกหลักที่จะทำให้ทิศทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ผูกพันกันมากขึ้น สหรัฐฯ…

เส้นทางการค้าอาร์กติก : โอกาสที่จะเป็นไปได้หรือไม่ของรัสเซีย

การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบต่อการเดินเรือระหว่างประเทศเป็นปัจจัยเร่งให้ประเทศต่าง ๆ ต้องหาเส้นทางขนส่งทางทะเลทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขณะเดียวกันก็เป็นแรงกระตุ้นให้ผลักดันเส้นทางขนส่งทางทะเลสายใหม่ เฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เช่นรัสเซีย ที่ต้องการผลักดันการใช้เส้นทางทะเลทางเหนือ (Northern Sea Route-NSR) เป็นอีกทางเลือกสำหรับเส้นทางการค้าเชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชียที่มีจุดแข็งทั้งการย่นระยะทางเชื่อมสองภูมิภาคและความปลอดภัย ความต้องการผลักดันให้ NSR เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระดับโลกของรัสเซียไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ามีการพูดถึงค่อนข้างน้อยด้วยมีที่ตั้งอยู่ห่างไกลคือ ภูมิภาคอาร์กติก ประกอบกับมีข่าวการสู้รบกับยูเครนยาวนานกว่า 4 ปี จนกลบจุดเด่นของเส้นทางสายนี้ แม้ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการพูดถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่ขั้วโลกและภูมิภาคอาร์กติกมากขึ้นก็ตาม สำหรับการย่นระยะทางเชื่อมยุโรปกับเอเชีย มีการประเมินว่าการขนส่งผ่าน NSR จะลดระยะทางได้กว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับการขนส่งผ่านคลองสุเอซ  รัสเซียซึ่งตระหนักถึงจุดแข็งข้อนี้ จึงผลักดันการขนส่งผ่านเส้นทางสายนี้อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ มีแผนจะผลักดันการขนส่งสินค้าผ่าน NSR ถึง 80 ล้านตันภายในปี 2567 แต่ก็ติดปัญหาสำคัญคือ การรบติดพันระหว่างรัสเซียกับยูเครนตั้งแต่ปี 2565 ที่ทำให้มีการขนส่งสินค้าผ่าน NSR เพียงประมาณ 38 ล้านตัน อย่างไรก็ดี รัสเซียยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนา NSR ด้วยงบประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานประจำปี 2568 ของ Bellona…