จีนเผชิญความท้าทายในการควบคุมข้อมูลจาก AI ในสภาวะวิกฤต

จีนกำลังเผชิญความท้าทายในการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในห้วงที่หลายพื้นที่ในประเทศเผชิญภัยพิบัติ โดยมีรายงานว่าผู้ใช้ AI จำนวนมากผลิตเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จนทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลและสับสน เช่น กรณีมีรายงานว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในมณฑลกว่างซี ประเทศจีน เมื่อ ต้นกรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ฟาร์มเพาะเลี้ยงงูในเมืองเหิงโจวได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และมีงูประมาณ 800-900 ตัวหลุดออกจากฟาร์ม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพที่แสดงว่ามีจระเข้จำนวนมากหลุดจากฟาร์มในพื้นที่ประสบอุทกภัยเช่นกัน ทำให้ประชาชนแตกตื่นและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาวิกฤต กรณีดังกล่าวทำให้หน่วยงานท้องถิ่นของจีนต้องเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูล พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ใช้ AI ผลิตเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวยุติการสร้างปัญหาและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพียงเพื่อต้องการเพิ่มจำนวนผู้ติดตาม หรือทำให้เนื้อหาได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้เชี่ยวชาญในจีนให้ความเห็นว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ผู้ใช้ AI สามารถใช้งานได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความสามารถสูงในการสร้างเนื้อหา จึงสร้างข้อมูลปลอมได้โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ปัจจุบันมีผู้ผลิตเนื้อหาจาก AI จำนวนมากที่ขาดความรับผิดชอบ เนื่องจากได้รับสถานะ “ไม่มีตัวตน” และยังไม่มีกฎหมายควบคุม ขณะที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ขาดทักษะด้านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเนื้อหาที่ปรากฏบนแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ ความท้าทายดังกล่าวอาจทำให้จีนต้องทบทวนแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าววสารในช่วงภาวะวิกฤต เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลจีนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยการส่งเสริมให้มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ควบคู่กับการสร้างทรัพยากรที่เอื้อต่อการพัฒนาความสามารถของ AI แต่ยังไม่มีกลไกป้องกันเนื้อหาที่สร้างขึ้นจาก AI ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งนี้…

ความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค MENAAP

ธนาคารโลก (World Bank) เผยแพร่รายงาน Competing in the Face of Climate Risks เมื่อ 15 มิถุนายน 2569 ประเมินความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค MENAAP (ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ อัฟกานิสถาน และปากีสถาน) โดยเน้นวิเคราะห์ผลกระทบใน 2 มิติหลัก ได้แก่ ผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อภาคธุรกิจ และผลกระทบจากนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรปที่มีต่อการค้าและการลงทุนของภูมิภาคนี้ ผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจ กรณีผลกระทบทางตรง โดยจำนวนวันที่ร้อนจัด (อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ  การเพิ่มขึ้นของวันที่ร้อนจัดทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง ร้อยละ 6 รวมทั้งผลผลิตของแรงงานลดลง ร้อยละ 4 และค่าจ้างลดลงร้อยละ 8 นอกจากนี้ ยังเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานจากการใช้พลังงานและการขาดแคลนน้ำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ที่เปิดกิจการมานาน และบริษัทที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลกจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด อย่างไรก็ดี แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น แต่มีบริษัทเพียงกลุ่มน้อยที่ลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัว เช่น ระบบทำความเย็น หรือการจัดการน้ำ โดยมีสาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และกฎระเบียบทางธุรกิจ…

ผลสำรวจพบว่าชาวสิงคโปร์ มีหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

หนังสือเดินทาง หรือ Passport เป็นเอกสารสำคัญประจำตัวของพลเมืองทั่วโลกที่ต้องใช้เมื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ เปรียบเหมือนเอกสารที่จะคุ้มครองและอำนวยความสะดวกให้ผู้เป็นเจ้าของหนังสือเดินทางนั้นด้วย มีหลักฐานในประวัติศาสตร์ว่ารัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มใช้วิธีการตรวจลงตราในเอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างชาติเข้มงวดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จากนั้นมีการประชุมเมื่อปี 2463 ในกรอบองค์การสันติบาตชาติที่ฝรั่งเศส เพื่อให้รัฐต่าง ๆ ร่วมกันกำหนดรูปแบบหนังสือเดินทาง นับแต่นั้นมา ทำให้ Passport เป็นเอกสารสำคัญของผู้ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 บริษัท Henley & Partners ผู้จัดทำดัชนีหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลทีสุดในโลกเป็นประจำทุกปี ได้เผยแพร่ผลสำรวจประจำปี 2569 หรือ Henley Passport Index พบว่าสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีหนังสือเดินทางทรงอิทธิพลมากเป็นอันดับ 1 เนื่องจากผู้ถือหนังสือเดินทางสิงคโปร์สามารถเดินทางไปยัง 192 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับ 2 ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สามารถเดินทางไปยัง 188 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า อันดับ 3 คือ…

เทคโนโลยีชีวภาพ: อีกความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมของจีน

ไม่เพียงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence- AI)  ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ที่จีนมุ่งมั่นพัฒนาจนเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของโลก อีกเทคโนโลยีที่จีนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับคือ เทคโนโลยีชีวภาพและชีวเภสัชภัณฑ์ แม้จะเป็นที่พูดถึงน้อยกว่าเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพมีความสำคัญต่อความมั่นคงของมนุษย์อย่างมากทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้ระบบอาหารและสาธารณสุข ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากภายนอก รวมถึงผลกระทบจากพิบัติภัย ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี และรองรับความพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์แม้จะเกิดภาวะหยุดชะงักทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เป็นการต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตทางชีวภาพในลำดับต้น ๆโดยกำหนดเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 14 และต่อเนื่องในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2569-2573) ซึ่งจีนจัดให้เป็น 1 ใน 6 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตทางชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ส่วนต่อประสานสมองกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี Embodied AI และการสื่อสารยุค 6G) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่และปูทางสำหรับการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนั้นยังบรรจุเทคโนโลยีชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 และแผนพัฒนา Healthy China 2030 ที่จีนตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำการผลิตยารักษาโรคด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ในระดับโลก ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่าง…

EP 2/2  : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย  

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มีความเชื่อมโยง และส่งเสริมการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งมีบทวิเคราะห์ของสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจในทั้ง 2 EP โดย EP 1/2 เป็นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมของผู้ก่อการร้ายกับ AI ส่วน EP 2/2  เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย Boko Haram ใช้ AI มหาวิทยาลัย Cambridge ในสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความเรื่อง “God has helped us, and so will AI”: How the Terrorist Group Boko Haram Uses Frontier AI” เปิดเผยหลักฐานเชิงประจักษ์ (การสัมภาษณ์อดีตแกนนำกลุ่ม Boko Haram จำนวน 27 ราย) ที่บ่งชี้ว่า กลุ่มก่อการร้าย Boko Haram และกลุ่มสาขา (กลุ่ม…

EP 1/2  : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มีความเชื่อมโยง และเกื้อหนุนการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งมีบทวิเคราะห์ของสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจในทั้ง 2 EP โดย EP 1/2 เป็นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมของผู้ก่อการร้ายกับ AI ส่วน EP 2/2  เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย Boko Haram ใช้ AI สำหรับ EP 1/2 : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย เป็นบทวิเคราะห์เรื่อง Artificial Intelligence and the Future of Terrorism ของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายและคลังสมอง ด้านการต่างประเทศ ความมั่นคง และยุทธศาสตร์ระดับโลกของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงผู้ก่อการร้ายใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ…

Data Center อสังหาริมทรัพย์แห่งยุคใหม่

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เติบโตอย่างต่อเนื่อง เราสามารถเรียกข้อมูลจากอากาศมาทำงานได้รวดเร็วผ่านหน้าจอ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเอกสารมากมายเหมือนแต่ก่อน แต่แท้จริงแล้ว…กระบวนการดังกล่าวมีเบื้องหลังสำคัญ คือ “คลังข้อมูลขนาดใหญ่” ที่กำลังต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น หรือที่คุ้นเคยกันดีในชื่อ “Data Center” ทำหน้าที่เป็นศูนย์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นทุกคำสั่งที่เราพิมพ์ ทุกภาพที่ถูกสร้าง หรือทุกระบบอัตโนมัติที่กำลังทำงาน ล้วนต้องอาศัยพลังประมวลผลจาก Data Center ทั้งสิ้น กระแสดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อแนวคิดการลงทุนด้านภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะที่ดินจำนวนมากในหลายประเทศถูกจับจอง เพื่อเตรียมพัฒนาเป็น Data Center แห่งใหม่ ในปัจจุบัน ทั่วโลกสร้าง Data Center อยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 160 ตารางกิโลเมตร!!…แม้พื้นที่ดังกล่าวจะยังมีขนาดเล็ก ใกล้เคียงกับเขตบางขุนเทียน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของกรุงเทพมหานครเท่านั้น …แต่ความต้องการสร้าง Data Center ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากการสร้าง Data Center มีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะสามารถรองรับโครงการลักษณะนี้ได้ เพราะ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องพึ่งพาระบบต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ทั้งพลังงาน อินเทอร์เน็ต…

อาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงพลังอำนาจแห่งชาติ

Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) สถาบันวิจัยอิสระชั้นนำระดับโลก ในสวีเดนเเผยแพร่รายงาน SIPRI Yearbook 2026 เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 สรุปสถานการณ์ความมั่นคงและอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก โดยมีประเด็นหลักที่น่ากังวลคือ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสดงพลังอำนาจแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพลิกกลับความพยายามตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาในการลดบทบาทและจำนวนของอาวุธนิวเคลียร์ การขยายตัวอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก โดย 1) ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีเหนือ และอิสราเอล เดินหน้าโครงการปรับปรุงคลังอาวุธของตนให้ทันสมัยในปี 2568 และส่วนใหญ่ได้มีการติดตั้งระบบอาวุธนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ 2) เมื่อ มกราคม 2569  มีการประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก ประมาณ 12,187 หัวรบ เป็นหัวรบที่พร้อมใช้งานประมาณ 9,745 หัวรบ ขณะที่หัวรบประมาณ 2,100 ถึง 2,200 หัวรบ ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานะเตรียมพร้อมระดับสูง…

อิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจากบทวิเคราะห์ของ ASPI

อิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งยังแพร่ขยายไปถึงระดับโลกด้วย ซึ่งสหรัฐฯ มองว่า จีนกำลังท้าทายอิทธิพลของสหรัฐฯ ขณะที่การพบกันระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง เมื่อ พฤษภาคม 2569 ก็สะท้อนภาพให้ประชาคมโลกเห็นได้ว่า จีนกำลังเทียบชั้นเท่ากับสหรัฐฯ แต่จีนก็พยายามดำเนินการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้อยู่ในกรอบความสัมพันธ์ยุคใหม่ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงระบุว่าได้เห็นชอบกับประธานาธิบดีทรัมป์ขณะเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 โดยจะเป็นความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ ( constructive strategic stability) ที่จะยังเห็นการแข่งขันกันทั้งสองประเทศ แต่อยู่ในขอบเขตจำกัด รวมทั้งสามารถจัดการความแตกต่างกันได้ เพื่อให้เกิดสันติภาพ และเสถียรภาพระหว่างกัน บทวิเคราะห์ของ Australian Strategic Policy Institute (ASPI) คลังสมองด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และความมั่นคงระดับนานาชาติ ของออสเตรเลีย เรื่อง Pressure Points Part 3: China in the Pacific and…

The Age of Economic Warfare

สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่ยุคของการทำสงครามเศรษฐกิจ และชี้ให้เห็นเส้นทางของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคต   วิเคราะห์โดยนาย Edward Fishman นักวิชาการอาวุโส และผู้อำนวยการ Maurice R. Greenberg Center for Geoeconomic Studies ประจำสถาบัน Council on Foreign Relations (CFR) คลังสมองและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำของสหรัฐฯ ที่เน้นด้านนโยบายต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ CFR ที่เผยแพร่ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 บริบทและปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ……. สงครามเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากผู้นำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแนวโน้มที่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยในช่วงปี 2562 – 2567 มาตรการจำกัดการค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ทั้งจีน เบลเยียม รัสเซีย อิหร่าน และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ต่างกำลังสะสมเครื่องมือและสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น คือ ความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้าง (Structural mismatch) ระบบเศรษฐกิจโลกปัจจุบันถูกออกแบบมาสำหรับยุค…