สหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าสวมสิทธิ์สินค้า และมีการพาดพิงไทย

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกรายงาน เมื่อ 13 สิงหาคม 2569 ที่ชื่อว่า The Great Transshipment Scam กล่าวหาจีนโดยตรงว่าได้มีการดำเนินการปกปิดว่าสินค้าที่มีต้นกำเนิด (country of origin ) มาจากจีน เพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษีสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ด้วยการใช้ประเทศที่ 3 สวมสิทธิ์ และมีเครือข่ายขนส่งสินค้าเงา (Shadow Transshipment Network) ระดับโลก การออกรายงานดังกล่าวนอกจากทำให้แนวโน้มความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีโอกาสจะปะทุสูงขึ้น และยังจะส่งกระทบต่อคู่ค้าของประเทศทั้งสองประเทศอีกด้วย รายงานข้างต้นจัดให้ไทยอยู่ Tier 2 จากทั้งหมด 3 กลุ่ม ที่เชื่อมโยงกับสินค้าของจีนที่สงออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (Customs and Border Protection -CBP) ของสหรัฐฯตรวจสอบสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ เข้มข้น และอาจถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่จีนจะใช้ไทยสวมสิทธิ์ เพราะ CBP จะมีมาตรการ “Detective Border” ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ…

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ : สมรภูมิใหม่ของสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับมาตรการห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เทคโนโลยีถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นด้านห่วงกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับอุปกรณ์โทรคมนาคม ระบบ 5G ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ เทคโนโลยี AI โดรน และเซมิคอนดักเตอร์ ก่อนหน้านั้นไม่กี่สัปดาห์ เมื่อ 17 กรกฎาคม 2569 ได้เห็นภาพข่าวนายกรัฐมนตรีไทยเยือนจีนเพื่อร่วมงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) ที่นครเซี่ยงไฮ้ หนึ่งในไฮไลท์ของงานนั้น คือการจัดแสดงความสามารถหลากหลายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากบริษัทจีน อย่างเช่นหุ่นยนต์ต่อสู้ หุ่นยนต์เต้นรำ ไปจนถึงหุ่นยนต์ตำรวจ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีไทยก็ได้ใช้โอกาสการเยือนจีนนี้ไปพบผู้บริหารบริษัท AgiBot บริษัทเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชั้นนำของจีน ที่ได้เอาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สวมชุดไทยมากล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีเป็นภาษาไทย แล้วยังให้หุ่นยนต์โชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้นายกรัฐมนตรีดูด้วย หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ……. เป็นอย่างไร หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แตกต่างจากหุ่นยนต์ทั่วไปตรงที่ว่าได้ถูกออกแบบให้มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ มีหัวเหมือนคน มีแขนขาไม่ต่างจากเรา สามารถเดินและเคลื่อนไหวร่างกายได้ทุกอิริยาบถเหมือนกับเรา สาเหตุที่เน้นออกแบบมาอย่างนั้น ก็เพื่อให้สามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาสำหรับมนุษย์ได้ ก่อนหน้านี้ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจถูกมองเป็นของเล่นราคาแพง ที่ยังห่างไกลจากการเอามาใช้งานให้เกิดประโยชน์จริง ๆ แต่ในตอนนี้ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี…

โศกนาฏกรรมเซวตา : ภาพสะท้อนวิกฤตผู้ลี้ภัยจากแอฟริกาในยุโรป

“ผู้รุกราน! ผู้รุกราน!” เสียงจากชาวเซวตาที่พุ่งเป้าไปที่ผู้มาใหม่จากโมร็อกโก  ……. ตลอดทั้งวันของวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้อพยพชาวโมร็อกโกหลายหมื่นคน บ้างว่ายน้ำ บ้างวิ่งกรู บ้างปีนกำแพง บุกรุกจากโมร็อกโก สู่เมืองเซวตา (Ceuta) ที่เป็นดินแดนของสเปนแต่อยู่ในแอฟริกาบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของทวีป มีพรมแดนทางบกติดกับจังหวัด Fnideq ของโมร็อกโก ภาพดังกล่าวถ่ายทอดความน่ากลัวของ “โศกนาฎกรรมเซวตา” ในสองด้าน ทั้งความหวังและความสิ้นหวังของชาวโมร็อกโกที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า พวกเขายังไม่รู้ว่าจะไปอยู่อย่างไร เส้นทางของการอพยพสู่ยุโรปยังไม่มีภาพอนาคตที่ชัดเจน แต่ความหวังของชีวิตที่ดีกว่า ทำให้ยอมเสี่ยงตาย และ ณ ปัจจุบันก็มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้วอย่างน้อย 57 คน ส่วนใหญ่จากการจมน้ำหรือเหยียบกันตายระหว่างพยายามข้ามแนวรั้วกั้นพรมแดน ในอีกด้านหนึ่งคือความหวาดกลัวและสิ้นหวังของชาวสเปนในเมืองเซวตา เมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 18.5 ตารางกิโลเมตร มีประชากรเพียงประมาณ 85,000 คน ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ตัดขาดโดดเดี่ยวจากแผ่นดินใหญ่ของสเปน และในเวลานี้ กำลังเผชิญการบุกรุกจากชาวต่างชาติจากแอฟริกาเหนือที่ส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์ จำนวนรวมราว 60,000 คน ซึ่งเกือบจะเท่ากับประชากรของเซวตา จำนวนผู้บุกรุกมหาศาลในคราวเดียวกันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของเซวตาไม่มีกำลังใด ๆ ที่จะไปสกัดกั้นได้เลย และนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมืองเซวตา เซวตา…… สเปนครอบครองดินแดนเซวตามาตั้งแต่ปี…

จีนเผชิญความท้าทายในการควบคุมข้อมูลจาก AI ในสภาวะวิกฤต

จีนกำลังเผชิญความท้าทายในการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในห้วงที่หลายพื้นที่ในประเทศเผชิญภัยพิบัติ โดยมีรายงานว่าผู้ใช้ AI จำนวนมากผลิตเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จนทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลและสับสน เช่น กรณีมีรายงานว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในมณฑลกว่างซี ประเทศจีน เมื่อ ต้นกรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ฟาร์มเพาะเลี้ยงงูในเมืองเหิงโจวได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และมีงูประมาณ 800-900 ตัวหลุดออกจากฟาร์ม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพที่แสดงว่ามีจระเข้จำนวนมากหลุดจากฟาร์มในพื้นที่ประสบอุทกภัยเช่นกัน ทำให้ประชาชนแตกตื่นและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาวิกฤต กรณีดังกล่าวทำให้หน่วยงานท้องถิ่นของจีนต้องเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูล พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ใช้ AI ผลิตเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวยุติการสร้างปัญหาและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพียงเพื่อต้องการเพิ่มจำนวนผู้ติดตาม หรือทำให้เนื้อหาได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้เชี่ยวชาญในจีนให้ความเห็นว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ผู้ใช้ AI สามารถใช้งานได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความสามารถสูงในการสร้างเนื้อหา จึงสร้างข้อมูลปลอมได้โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ปัจจุบันมีผู้ผลิตเนื้อหาจาก AI จำนวนมากที่ขาดความรับผิดชอบ เนื่องจากได้รับสถานะ “ไม่มีตัวตน” และยังไม่มีกฎหมายควบคุม ขณะที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ขาดทักษะด้านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเนื้อหาที่ปรากฏบนแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ ความท้าทายดังกล่าวอาจทำให้จีนต้องทบทวนแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าววสารในช่วงภาวะวิกฤต เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลจีนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยการส่งเสริมให้มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ควบคู่กับการสร้างทรัพยากรที่เอื้อต่อการพัฒนาความสามารถของ AI แต่ยังไม่มีกลไกป้องกันเนื้อหาที่สร้างขึ้นจาก AI ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งนี้…

ความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค MENAAP

ธนาคารโลก (World Bank) เผยแพร่รายงาน Competing in the Face of Climate Risks เมื่อ 15 มิถุนายน 2569 ประเมินความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค MENAAP (ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ อัฟกานิสถาน และปากีสถาน) โดยเน้นวิเคราะห์ผลกระทบใน 2 มิติหลัก ได้แก่ ผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อภาคธุรกิจ และผลกระทบจากนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรปที่มีต่อการค้าและการลงทุนของภูมิภาคนี้ ผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจ กรณีผลกระทบทางตรง โดยจำนวนวันที่ร้อนจัด (อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ  การเพิ่มขึ้นของวันที่ร้อนจัดทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง ร้อยละ 6 รวมทั้งผลผลิตของแรงงานลดลง ร้อยละ 4 และค่าจ้างลดลงร้อยละ 8 นอกจากนี้ ยังเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานจากการใช้พลังงานและการขาดแคลนน้ำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ที่เปิดกิจการมานาน และบริษัทที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลกจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด อย่างไรก็ดี แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น แต่มีบริษัทเพียงกลุ่มน้อยที่ลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัว เช่น ระบบทำความเย็น หรือการจัดการน้ำ โดยมีสาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และกฎระเบียบทางธุรกิจ…

ผลสำรวจพบว่าชาวสิงคโปร์ มีหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

หนังสือเดินทาง หรือ Passport เป็นเอกสารสำคัญประจำตัวของพลเมืองทั่วโลกที่ต้องใช้เมื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ เปรียบเหมือนเอกสารที่จะคุ้มครองและอำนวยความสะดวกให้ผู้เป็นเจ้าของหนังสือเดินทางนั้นด้วย มีหลักฐานในประวัติศาสตร์ว่ารัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มใช้วิธีการตรวจลงตราในเอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างชาติเข้มงวดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จากนั้นมีการประชุมเมื่อปี 2463 ในกรอบองค์การสันติบาตชาติที่ฝรั่งเศส เพื่อให้รัฐต่าง ๆ ร่วมกันกำหนดรูปแบบหนังสือเดินทาง นับแต่นั้นมา ทำให้ Passport เป็นเอกสารสำคัญของผู้ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 บริษัท Henley & Partners ผู้จัดทำดัชนีหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลทีสุดในโลกเป็นประจำทุกปี ได้เผยแพร่ผลสำรวจประจำปี 2569 หรือ Henley Passport Index พบว่าสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีหนังสือเดินทางทรงอิทธิพลมากเป็นอันดับ 1 เนื่องจากผู้ถือหนังสือเดินทางสิงคโปร์สามารถเดินทางไปยัง 192 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับ 2 ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สามารถเดินทางไปยัง 188 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า อันดับ 3 คือ…

เทคโนโลยีชีวภาพ: อีกความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมของจีน

ไม่เพียงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence- AI)  ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ที่จีนมุ่งมั่นพัฒนาจนเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของโลก อีกเทคโนโลยีที่จีนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับคือ เทคโนโลยีชีวภาพและชีวเภสัชภัณฑ์ แม้จะเป็นที่พูดถึงน้อยกว่าเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพมีความสำคัญต่อความมั่นคงของมนุษย์อย่างมากทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้ระบบอาหารและสาธารณสุข ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากภายนอก รวมถึงผลกระทบจากพิบัติภัย ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี และรองรับความพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์แม้จะเกิดภาวะหยุดชะงักทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เป็นการต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตทางชีวภาพในลำดับต้น ๆโดยกำหนดเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 14 และต่อเนื่องในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2569-2573) ซึ่งจีนจัดให้เป็น 1 ใน 6 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตทางชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ส่วนต่อประสานสมองกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี Embodied AI และการสื่อสารยุค 6G) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่และปูทางสำหรับการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนั้นยังบรรจุเทคโนโลยีชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 และแผนพัฒนา Healthy China 2030 ที่จีนตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำการผลิตยารักษาโรคด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ในระดับโลก ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่าง…

EP 2/2  : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย  

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มีความเชื่อมโยง และส่งเสริมการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งมีบทวิเคราะห์ของสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจในทั้ง 2 EP โดย EP 1/2 เป็นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมของผู้ก่อการร้ายกับ AI ส่วน EP 2/2  เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย Boko Haram ใช้ AI มหาวิทยาลัย Cambridge ในสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความเรื่อง “God has helped us, and so will AI”: How the Terrorist Group Boko Haram Uses Frontier AI” เปิดเผยหลักฐานเชิงประจักษ์ (การสัมภาษณ์อดีตแกนนำกลุ่ม Boko Haram จำนวน 27 ราย) ที่บ่งชี้ว่า กลุ่มก่อการร้าย Boko Haram และกลุ่มสาขา (กลุ่ม…

EP 1/2  : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มีความเชื่อมโยง และเกื้อหนุนการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งมีบทวิเคราะห์ของสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจในทั้ง 2 EP โดย EP 1/2 เป็นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมของผู้ก่อการร้ายกับ AI ส่วน EP 2/2  เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย Boko Haram ใช้ AI สำหรับ EP 1/2 : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย เป็นบทวิเคราะห์เรื่อง Artificial Intelligence and the Future of Terrorism ของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายและคลังสมอง ด้านการต่างประเทศ ความมั่นคง และยุทธศาสตร์ระดับโลกของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงผู้ก่อการร้ายใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ…

Data Center อสังหาริมทรัพย์แห่งยุคใหม่

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เติบโตอย่างต่อเนื่อง เราสามารถเรียกข้อมูลจากอากาศมาทำงานได้รวดเร็วผ่านหน้าจอ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเอกสารมากมายเหมือนแต่ก่อน แต่แท้จริงแล้ว…กระบวนการดังกล่าวมีเบื้องหลังสำคัญ คือ “คลังข้อมูลขนาดใหญ่” ที่กำลังต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น หรือที่คุ้นเคยกันดีในชื่อ “Data Center” ทำหน้าที่เป็นศูนย์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นทุกคำสั่งที่เราพิมพ์ ทุกภาพที่ถูกสร้าง หรือทุกระบบอัตโนมัติที่กำลังทำงาน ล้วนต้องอาศัยพลังประมวลผลจาก Data Center ทั้งสิ้น กระแสดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อแนวคิดการลงทุนด้านภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะที่ดินจำนวนมากในหลายประเทศถูกจับจอง เพื่อเตรียมพัฒนาเป็น Data Center แห่งใหม่ ในปัจจุบัน ทั่วโลกสร้าง Data Center อยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 160 ตารางกิโลเมตร!!…แม้พื้นที่ดังกล่าวจะยังมีขนาดเล็ก ใกล้เคียงกับเขตบางขุนเทียน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของกรุงเทพมหานครเท่านั้น …แต่ความต้องการสร้าง Data Center ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากการสร้าง Data Center มีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะสามารถรองรับโครงการลักษณะนี้ได้ เพราะ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องพึ่งพาระบบต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ทั้งพลังงาน อินเทอร์เน็ต…