ประเมินจุดสิ้นสุดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ด้วยทฤษฎีเกม

สงครามระหว่างสหรัฐฯ -อิหร่านที่เริ่มตั้งแต่ปฏิบัติการ Operation Epic Fury เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงสร้างความไม่แน่นอน และความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง ที่สำคัญคือคาดการณ์ยากว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร และอย่างไร เพราะแม้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะมีการเปลี่ยนแปลง และมีการผลักดันการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงแล้วโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง แต่สหรัฐฯ ยังไม่ยุติการกดดันอิหร่านให้ยอมแพ้ หรือยอมรับว่าจะต้องยุติการพัฒนานิวเคลียร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 30 เมษายน 2569 ยืนยันว่าจะคงกองเรือไว้ในอ่าวโอมาน เพื่อกดดันอิหร่าน และต้องการทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดที่อิหร่านวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านเองก็ตอบโต้ และไม่จำนนกับคำขู่ของสหรัฐฯ พร้อมกับยืนยันกับทั่วโลกว่ารัฐบาลมีเอกภาพ มีกำลังทหาร มีอาวุธจำนวนมากพอที่จะต้านทานการโจมตีและแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ว่าสงครามนี้จะคาดการณ์ได้ยากว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร อย่างไร และรูปแบบใด บทความนี้ขอเสนอมุมมองเกี่ยวกับจุดสิ้นสุดสงคราม โดยใช้ “ทฤษฎีเกม” หรือ Game Theory เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของสงครามและสถานการณ์ที่ทั่วโลกจะพบเจอต่อไปในปี 2569…….. ทฤษฎีเกม หรือ Game Theory เป็นวิธีการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อทำนายความเคลื่อนไหวของผู้เล่น (players) ในเกมที่มีกลยุทธ์ (strategy) และมีปฏิสัมพันธ์ (relationship)…

เมื่อมหาวิทยาลัยในประเทศตามแนวเส้นทาง BRI เป็นปลายทางของนักศึกษาจีน

หลังจากต้องพลาดหวังจากการแข่งขันอย่างดุเดือดในการสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาระหว่างนักศึกษาจีนด้วยกัน หลายคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาเอกชนในจีน เลือกที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยประเทศนอกสายตา เช่น ประเทศตามแนวเส้นทาง BRI ดูจะเป็นที่นิยมของนักศึกษาจีนมากขึ้น ด้วยค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพที่รับได้ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งความแตกต่างด้านภาษา สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ระบบการศึกษา รวมทั้งยังไม่มีหลักประกันความก้าวหน้าหรือโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ แต่ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยในประเทศเหล่านั้นจะเป็นตัวเลือกสำหรับนักศึกษาจีน เนื่องจากการสมัครเข้าศึกษาต่อต้องตรวจสอบว่าสถาบันการศึกษานั้น ๆ ได้รับการยอมรับจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการของจีน (Chinese Service Center for Scholarly Exchange-CSCSE) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทำหน้าที่ในการรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศหรือไม่ เนื่องจากหากสถาบันการศึกษาที่เลือกเรียนต่อ  CSCSE ไม่ให้การยอมรับ จะมีผลต่อโอกาสการทำงานในจีน นอกจากนี้ ผู้เรียนและผู้ปกครองยังต้องพิจารณาความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าครองชีพในประเทศนั้น ๆ ซึ่งก็ไม่ต่างจากนักศึกษาในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการเรียนต่อในต่างประเทศ ในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาจีนเลือกจะไปศึกษาต่อในประเทศตามแนวเส้นทาง BRI เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียกลางที่อยู่ไม่ห่างจากจีน เช่น คาซัคสถาน เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครองชาวจีนได้ไม่น้อย ทั้งค่าใช้จ่าย บรรยากาศการเรียน เงื่อนไขและการกำหนดคุณสมบัติการเข้าศึกษาต่อ รวมทั้งมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมทางภาษาก่อนศึกษาต่อในสาขาที่ต้องการ โดยรายงานประจำปีว่าด้วยการพัฒนาการศึกษาต่อในต่างประเทศของนักศึกษาจีน ของ Center for China and Globalization…

แนวโน้มกระแส Longevity เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

Longevity คือ แนวคิดที่ให้ความสำคัญต่อการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพดี กลายเป็น 1 ในกระแสนิยมหรือเทรนด์ระดับโลกที่ได้รับพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสนิยมเรื่อง Longevity ยืนยาว อาจเป็นเพราะโลกก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” โครงสร้างประชากรโลกเปลี่ยนเพราะเด็กเกิดน้อยลง ประชากรโลกจำนวนมากต้องเตรียมใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยการพึ่งพาตนเอง จึงจำเป็นต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังวัยทำงาน …ผู้คนจึงหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น กระแสนิยมเรื่อง Longevity นอกจากจะเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่แล้ว ยังเป็น “น่านน้ำใหม่” สำหรับหลายวงการที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นวงการแพทย์ รวมถึงโลกธุรกิจ เพราะกระแสนิยมดังกล่าวทำให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีการแพทย์มากขึ้น รวมทั้งการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโรคเฉพาะบุคคล …หากจะเปรียบเทียบกระแสนิยมนี้กับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการทำงานในตลาดแรงงานยุคใหม่ ก็อาจจะสรุปได้ว่า แนวคิด Longevity เป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนสภาพภายในร่างกายมนุษย์ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมโลก หากความสามารถในการใช้ AI เป็นเครื่องมือและทักษะในการเอาตัวรอดในตลาดแรงงานยุคอนาคต ดังนั้น ความสามารถในการเข้าใจและเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยแนวคิด Longevity ก็จะเป็นเครื่องมือและทักษะการปรับสภาพร่างกายและวิถีชีวิตให้มนุษย์เราเอาตัวรอดในยุคอนาคตได้เช่นกัน แต่กระแสนิยมเรื่อง Longevity จะยืนยาวและเป็น “น่านน้ำใหม่” ที่ขยายโอกาสด้านธุรกิจและการแพทย์ได้อีกนานแค่ไหน?!… บทความนี้ขอนำเสนอว่า Longevity จะเป็นมากกว่ากระแสนิยม เพราะมีโอกาสกลายเป็น “วิถีชีวิต”…

จีนเห็นว่าญี่ปุ่นเตรียมทำ protracted warfare

  ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่นมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้นต่อเนื่อง จากกรณีจีนไม่พอใจญี่ปุ่นส่งเรือรบไปปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณช่องแคบไต้หวัน การประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกอาวุธ การผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการข่าวกรอง การดำเนินการเชิงรุกในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ แก้ไขเอกสารด้านความมั่นคง 3 ฉบับ  ได้แก่ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ และแผนเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการทหาร รวมทั้งกรณีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุวิสัยทัศน์เมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่าญี่ปุ่นเตรียมตัวทำสงครามยืดเยื้อ หรือ protracted warfare ที่มีลักษณะเป็นสงครามรูปแบบใหม่ สำหรับ protracted warfare คือ สงครามยืดเยื้อที่รัฐหรือตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non state actor) ต้องเตรียมยุทธศาสตร์ รวมทั้งยุทธวิธีปฏิบัติการทางทหารและด้านอื่น ๆ ที่สนับสนุนสงครามระยะยาว ยุทธวิธีที่ถูกนำไปใช้ในสงครามยืดเยื้ออาจประกอบด้วยการทำสงครามข่าวสาร การปฏิบัติการทางจิตวิทยา การปฏิบัติการกองโจร การแทรกแซงและบั่นทอนความมั่นคงของคู่ขัดแย้ง การทำลายขีดความสามารถในการรบหรือการป้องกันของคู่ขัดแย้ง รวมทั้งการใช้มวลชนหรือประชาคมระหว่างประเทศกดดันฝ่ายตรงข้ามให้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสงคราม …ลักษณะเด่นของ protracted warfare คือ การใช้ “เวลา” เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบ โดยตัวอย่างสงครามยืดเยื้อในประวัติศาสตร์โลก เช่น สงครามระหว่างอิรัก-อิหร่านเมื่อปี 2523-2531 ที่ใช้เวลานาน 8 ปี…

มิตรภาพรัสเซีย-อาเซียน : จะได้ไปต่อหรือพอไว้ก่อน

ความต้องการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันของประเทศต่าง ๆ ทดแทนแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางกำลังเป็นโอกาสทองของรัสเซียในการสร้างรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ควบคู่ไปกับสร้างโอกาสของรัสเซียในการเสริมสร้างบทบาทในเวทีโลกในห้วงที่โลกป่วนจากนโยบายสหรัฐฯ เห็นได้จากการเยือนรัสเซียของหลาย ๆ ประเทศ สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสัมพันธ์กับรัสเซียก็ไม่ใกล้ชิดนักหากเทียบกับมหาอำนาจอื่น ๆ ขณะที่รัสเซียเองก็ไม่สามารถผลักดันนโยบาย Turn to the East ให้มีพลังพอจะดึงดูดบรรดาสมาชิกอาเซียนให้สานสัมพันธ์กับรัสเซียมากขึ้น วิกฤติพลังงานครั้งนี้ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จึงจะเป็นประตูสำคัญของรัสเซียในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ พร้อมกับขยายความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมาชิกอาเซียนหลายประเทศทยอยเดินทางไปเจรจาจัดซื้อน้ำมันกับรัสเซีย ที่น่าคิดคือ หลังจากนี้รัสเซียกับอาเซียนจะยังคงต่อยอดพัฒนาสัมพันธ์และขยายความร่วมมือกันต่อไปอีกหรือไม่ในระยะยาว หรือจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ระยะสั้นแล้วกลับไปสู่จุดเดิมก่อนที่จะเกิดวิกฤตพลังงาน ความจำเป็นของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องจัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันชดเชยแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางที่จะยังยืดเยื้อ จากการที่บรรดาประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ทำให้รัสเซียกำลังเป็นทางเลือกและทางออกจากความเดือดร้อนอัน เนื่องมาจากการขาดแคลนน้ำมันที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิ่งเข้าหา ประกอบกับยังได้ไฟเขียวจากการที่สหรัฐฯ ขยายการยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันให้รัสเซีย 2 รอบ จนถึงกลางพฤษภาคม 2569 จึงไม่แปลกที่สมาชิกอาเซียนจะสลับกันเยือนรัสเซียด้วยเป้าหมายเดียวกันคือเจรจานำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย แม้ไม่มีหลักประกันว่าจะได้น้ำมันตามที่ต้องการทั้งปริมาณและคุณภาพ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดหาน้ำมันจากรัสเซีย… เริ่มต้นด้วยฟิลิปปินส์ พันธมิตรใกล้ชิดเบอร์ต้นของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศเดียวที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียได้แล้วตั้งแต่มีนาคม 2569 โดยนำเข้ามาเกือบ 2.5 ล้านบาร์เรล และยังต้องการจะนำเข้าเพิ่มอีก ด้านมาเลเซีย บริษัท Petronas กำหนดจะเจรจากับรัสเซียเกี่ยวกับความร่วมมือด้านพลังงาน…

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ : มิติสำคัญของการสร้างและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง

ขณะที่คู่ขัดแย้งสู้รบและสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในสนามรบ ไม่ว่าจะเป็นกรณีอิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล หรืออิสราเอล-ปาเลสไตน์ รวมถึงรัสเซีย-ยูเครน ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรบพุ่งที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็ต้องเป็นฝ่ายสูญเสียเช่นกัน เพียงแต่มาในรูปแบบที่ต่างกัน และเมื่อเทียบความเสียหายก็ไม่ได้มีมูลค่าน้อย ๆ ทั้งยังจะยิ่งสูงขึ้นจากความยาวนานของสงคราม รวมทั้งยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู …ความเสียหายที่ว่าคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่ถูกทำลายและทำให้ประเทศต่าง ๆ กลายเป็นผู้ประสบภัยร่วมจากการที่ต้องพึ่งพาหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวโยงกับคู่สงครามไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง การหาทางเอาตัวรอดจากภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งเฉพาะหน้าและเตรียมการสำหรับภัยในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) ไม่ว่าภาวะปกติหรือยามวิกฤติมีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าความมั่นคงที่ยึดโยงกับการทหาร องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) ระบุว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คือ ความสามารถของชาติในการป้องกันและรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการทำให้มีความสามารถฟื้นตัว/ลุกได้เร็วและทรงตัวได้ไวไม่ว่าจะเผชิญ ภัยคุกคามใด ๆ  ทั้งจากภายในและต่างประเทศ  ความมั่นคงทางเศรษฐกิจยังมีความเหลื่อมทับกับความมั่นคงที่ยึดโยงกับการทหาร เนื่องจากการสร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ ความสามารถของประเทศโดยรวมในการป้องกันและสร้างผลประโยชน์แห่งชาติให้เพิ่มพูนท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว OECD ยังย้ำถึงการเสริมสร้างความสามารถในการลุกได้ไว จากภัยคุกคามทั้งในและนอกประเทศเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และในยุคที่โลกเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจยิ่งมีขอบเขตกว้างขวาง ครอบคลุมไปถึงขีดความสามารถในการคุ้มครองสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และการสร้างหลักประกันในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น เช่น อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี รวมถึงการปกป้องอุตสาหกรรมทางยุทธศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน การรักษา การลื่นไหลของการค้าและการลงทุน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์…

ภัยคุกคามในและนอกประเทศที่สหรัฐฯ จะเผชิญในปี 2569   

ประชาคมข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ เมื่อ 18 มีนาคม 2569 เผยแพร่รายงานประเมินภัยคุกคามประจำปี 2569 (2026 Annual Threat Assessment) เพื่อเสนอให้รัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ รวมทั้งชาวอเมริกัน ตระหนักภัยคุกคามต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งในมาตุภูมิ และในต่างประเทศ  เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติเห็นว่าควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ดำเนินการจัดการและควบคุมภัยคุกคามดังกล่าว รายงานดังกล่าวประชาคมข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ จัดทำและเผยแพร่รายงานเป็นประจำทุกปี ตามกฎหมายหรือรัฐบัญญัติ Intelligence Authorization Act โดยประชาคมข่าวกรองมีหน้าที่รวบรวมและประเมินภัยคุกคามให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ซึ่งในรายงานปี 2569 จะให้ความสำคัญกับความมั่นคงในมาตุภูมิสหรัฐฯ ก่อนเป็นอันดับแรก ตามนโยบาย American First ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สาระสำคัญของรายงานดังกล่าว มีอย่างน้อย 3 ประเด็น ….. ประเด็นแรก หน่วยข่าวกรองประเมินว่ามาตุภูมิสหรัฐฯ เผชิญภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบในปัจจุบันและในอนาคต ที่สำคัญ คือ อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบค้ายาเสพติด ผู้อพยพ การก่อการร้ายและอุดมการณ์อิสลามที่นิยมความรุนแรง ผลกระทบจากการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ และการแพร่กระจายของอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) โดยประเทศที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ…

สังคมไทยกับการเปลี่ยนแปลงคำนำหน้าชื่อของผู้หลากหลายทางเพศ

สังคมไทยเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ส่งผลให้ประเด็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้รับความสนใจและกลายเป็นข้อถกเถียงในพื้นที่สาธารณะอย่างกว้างขวาง เช่น การผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนประสบความสำเร็จและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ มกราคม 2568  เป็นต้น แต่ก็มีประเด็นตามมาที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างร้อนแรงในสังคมไทยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหลากหลายทางเพศในขณะนี้ คือ การเรียกร้องให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของบุคคลให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโลกออนไลน์ เพราะคำนำหน้าชื่อ เช่น นาย นาง นางสาว กำลังสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีคำนำหน้าชื่อไม่ตรงกับเพศภาพ ที่ส่งผลต่อทั้งการดำเนินชีวิตประจำวัน การเข้าถึงสิทธิ และการยอมรับในสังคม อัตลักษณ์ที่ถูกจำกัด แม้มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับ เพศกำเนิด (sex assigned at birth) ที่มีการจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ เพศหญิงและเพศชาย แต่การรับรู้ตัวตนทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) สำหรับบางคนนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการตกตะกอนและค้นหาตนเอง ซึ่งอาจไม่ตรงกับเพศกำเนิดที่ได้มีการระบุไว้ จึงนำไปสู่การนิยามตัวตนในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การระบุว่าตนเป็นบุคคลข้ามเพศ หรือมีอัตลักษณ์ทางเพศอื่น ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับกรอบทางภาษาที่ได้ระบุไว้ว่ามีเพียงแค่เพศชายและเพศหญิง และคำนำหน้าที่มีเพียงแค่นายและนางสาว การกำหนดคำนำหน้าชื่อโดยรัฐเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้าง “ตัวตนทางกฎหมาย” (legal identity) ซึ่งมีผลต่อสิทธิ หน้าที่ และสถานะของบุคคลในสังคม สำหรับประเทศไทย การระบุเพศในเอกสารราชการ เช่น บัตรประชาชน…

ทำไม USTR ต้องไต่สวนนโยบายการค้าของไทย!? และข้อเสนอ

ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Trade Representative (USTR) ประกาศเมื่อ มีนาคม 2569 ว่าจะสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เน้นประเด็นการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หรือรัฐบัญญัติ Trade Act มาตรา 301 พิเศษ โดยสหรัฐฯ ใช้กฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อตรวจสอบสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่อาจมีมาตรฐานการค้าไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติ ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สอดคล้องกับค่านิยมของสหรัฐฯ เช่น เรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการอุดหนุนราคาสินค้าเพื่อการส่งออก ..เป้าหมายของ USTR คือ ผลประโบชน์ของสหรัฐฯ ล้วน ๆ ได้แก่ การปกป้องอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ผู้ผลิต และแรงงานในประเทศ ความคิดเห็นและการตรวจสอบของ USTR ค่อนข้างสำคัญ เพราะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะ USTR เป็นเครื่องมือ และองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญภายใต้สำนักงานทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุคลากรที่ทำงานใน USTR เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายการค้า พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านกฎหมายและมาตรฐานการค้าฝ่ายเดียว (unilateral) ของสหรัฐฯ ในการกำกับนโยบายการค้าของประเทศอื่น…

รู้จัก “ยุทธศาสตร์โมเสก” ศิลปะการป้องกันประเทศของอิหร่าน

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ในภาวะสงคราม หลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และใช้เครื่องมือทางทหารตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเข้าใกล้ 3 สัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่มีทางออก นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ผลลัพธ์ของสถานการณ์นี้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากปัจจัยในการวิเคราะห์นั้น เปลี่ยนแปลงและผันผวนต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นของผู้นำสหรัฐฯ ที่ไม่ยุติการปะทะจนกว่าอิหร่านจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขณะที่อิสราเอลที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้ปฏิบัติการครั้งนี้ ถอนรากถอนโคนระบอบการปกครองของชนชั้นนำทางการเมืองในอิหร่านได้ และอิหร่านที่แม้จะสูญเสียผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้และประสบความสำเร็จในการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศได้ รวมทั้งยังมีขีดความสามารถในการรับมือกับกองทัพสหรัฐฯ ที่เป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ได้อย่างน่าสนใจ ความแข็งแกร่งของอิหร่าน ทำให้นักวิเคราะห์สงครามครั้งนี้ศึกษาและเปิดเผยยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของอิหร่าน และกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่อิหร่านนำไปใช้ในการต้านทานแรงกดดันทางทหารจากสหรัฐฯ กับอิสราเอล นั่นคือ ยุทธศาสตร์โมเสก หรือ Mosaic Defense Strategy หรือการกระจายอำนาจสั่งการทางทหารไปทั่วประเทศ …หากจะจินตนาการถึงรูปแบบหรือหลักการสำคัญของยุทธศาสตร์โมเสกนี้คืออะไร?… ก็ขอให้ลองนึกถึงศิลปะแบบโมเสก ที่ใช้ “ชิ้นส่วนเล็ก ๆ มาประกอบกันเป็นภาพใหญ่” ไม่ว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนัง หรือทางเดิน ที่เป็นศิลปะที่นิยมอย่างมากตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียไปจนถึงอาณาจักรโรมัน ไบแซนไทน์ และศิลปะอิสลาม …ดังนั้น ยุทธศาสตร์โมเสกก็เปรียบเหมือนการรวมกลุ่มของหน่วยทหาร/ข่ายงานเล็ก ๆ เพื่อประกอบเป็น “ความมั่นคงทางการทหารและการป้องกันประเทศ” ขนาดใหญ่ของอิหร่านนั่นเอง ยุทธศาสตร์โมเสกเพื่อการป้องกันประเทศของอิหร่าน…