ไทยเร่งระดมผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทน้ำมันเพื่อเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

Xinhua ของจีน รายงานกรณีกรมธุรกิจพลังงานของไทยร่วมมือกับค่ายรถยนต์ 13 ราย ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ 5 ราย และผู้ค้าปลีกน้ำมัน 7 ราย ในโครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยระบุเพิ่มเติมว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลไทยในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก

ไทยเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม

The Strait Times ของสิงคโปร์ และ Executive Traveller ของออสเตรเลีย รายงานกรณีไทยเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตรา 450 บาทต่อคน เพื่อนำรายได้ดังกล่าวไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว และเพิ่มความคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้าน Nikkei Asia ของญี่ปุ่น ประเมินว่า การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยลดลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแบคแพคเกอร์และกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ยังมีรายได้ไม่มาก ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติการท่องเที่ยวในไทย ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม

การแข่งขันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย-อินโดนีเซียสะท้อนปัญหาอาเซียน

Jakarta Post ของอินโดนีเซีย เผยแพร่บทความว่า กรณี รมว.กค.อินโดนีเซีย เชิญชวนให้บริษัทโตโยต้าของญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตหลักในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.จากไทยไปอินโดนีเซีย พร้อมทั้งเสนอสิ่งจูงใจ โดยเฉพาะการผ่อนปรนกฎเกณฑ์และมาตรการทางภาษี สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ยังไม่มีการบูรณาการในระดับภูมิภาคแน่นแฟ้นเพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายด้านเศรษฐกิจของอาเซียนที่ต้องการกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นฐานการผลิตในระดับโลก

ทุนจีนชะลอซื้อคอนโดในไทย

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) บ่งชี้ว่า ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติในไทยลดลง โดยมีปัจจัยหลักมาจากชาวจีนมียอดซื้อในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลงถึงร้อยละ 27.7 รวมถึงชาวเมียนมาที่ลดลงร้อยละ 16.2 โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความท้าทาย เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยมีเพียงพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ตและชลบุรีที่ตลาดคอนโดมีเนียมขยายตัว

ไทยสนใจร่วมลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของเมียนมา

CNA ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความว่า ไทยกลับมาให้ความสนใจร่วมลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย หลังการเดินทางเยือนไทยของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ขณะที่รัสเซียก็ให้ความสนใจร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ประเมินว่า โครงการดังกล่าวยังเผชิญความท้าทายหลายประการเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการสู้รบระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ การขาดแคลนเงินทุนสนับสนุน และความคุ้มค่าของโครงการ

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าตลาดหลักทรัพย์ไทยเตรียมผ่อนปรนกฎเกณฑ์ เพื่อดึงดูดให้บริษัทข้ามชาติในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยเพิ่มขึ้น ด้านผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ แสดงความเห็นว่า การประเมินมูลค่าหุ้น และสภาพคล่อง  ยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ไทยต้องเผชิญในการดึงดูดการลงทุน เนื่องจากตลาดในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. รวมถึงไทยยังไม่คุ้นเคยกับความเสี่ยงและผลตอบแทนของกลุ่มบริษัทดังกล่าว

เกาหลีใต้เก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดต่อสินค้าไทย

Yonhap ของเกาหลีใต้ รายงานกรณี พณ.เกาหลีใต้ประกาศ เมื่อ 21 ส.ค. 69  ว่า จะเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดต่อสินค้าประเภทท่อทองแดงไร้รอยต่อ (Seamless copper pipes) ที่นำเข้าจากไทยในอัตราร้อยละ 4.93 – 8.41 และมีผลตั้งแต่ 11 ก.ย. 69 เนื่องจากการสืบสวนพบว่า การนำเข้าสินค้าดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และช่วยปรับปรุงสภาพธุรกิจและสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เป็นธรรม

การขยายตัวเศรษฐกิจไทยชะลอลงจากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Bloomberg, Reuters และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.7-1.8 แต่ชะลอตัวจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบต่อการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทไทยอาจแข็งค่าในระยะสั้น

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานความเห็นนักวิเคราะห์ ว่าการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.9 นับตั้งแต่ต้น ส.ค. 69 อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น เนื่องจาก ธปท.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ในการประชุม กนง. ใน 26 ส.ค. 69 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าสู่ระดับ 33.50 – 34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569 โดยภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง อีกทั้งไทยอาจเผชิญภาวะขาดดุลการค้าเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณปัญหาการขาดดุลแฝด (Twin Deficit) โดยเฉพาะการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวเนื่องจากการบริโภคอ่อนแอ

Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 แต่ชะลอตัวลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/69 โดยการบริโภคภาคเอกชนอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งหลัก เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีการระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและสังคมสูงอายุอาจจำกัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคเช่นกัน แม้รัฐบาลจะมีมาตรการสนับสนุนอุปสงค์ก็ตาม ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยอาจไม่สามารถบรรเทาสถานการณ์ได้เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงภาคการส่งออกอาจช่วยลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยได้