รัฐบาลลาวประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์

สำนักข่าว ซินหัว รายงานเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่า นาง Thipphakone Chanthavongsa รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลาว แถลงยืนยันว่ารัฐบาลลาวขยายมาตรการล็อกดาวน์ถึง 3 ส.ค.64 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์โดยอนุญาตให้สถานประกอบการที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคเริ่มเปิดบริการ กับทั้งจะอนุญาตให้สถานศึกษาในนครหลวงเวียงจันทร์เริ่มจัดการเรียนการสอนตามปกติ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด

ไต้หวันประกาศกักตัวผู้ที่เดินมาจากเมียนมา

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 16 ก.ค.64 ว่า ศูนย์ควบคุมโรคระบาดกลางของไต้หวัน (Central Epidemic Command Center-CECC) ประกาศในวันเดียวกันว่า ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องหรือเดินทางมาจากเมียนมาห้วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องกักตัวในสถานที่กักที่ทางการกำหนดตั้งแต่ 18 ก.ค.64 เป็นต้นไป และเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 รวม 3 ครั้งตลอดระยะเวลากักตัว โดยตรวจโควิดแบบ PCR ในวันแรกและวันสุดท้ายของการกักตัว และตรวจหาเชื้ออย่างง่าย (Rapid Test) ในห้วงวันที่ 10-12 ของการกักตัว เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ทางการไต้หวันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปัจจุบันประเทศที่อยู่ในรายชื่อกลุ่มประเทศความเสี่ยงสูงของไต้หวัน ได้แก่ บราซิล อินเดีย สหราชอาณาจักร เปรู อิสราเอล อินโดนีเซีย บังกลาเทศ และเมียนมา

จีนทบทวนข้อเสนอการสอบสวนหาต้นตอ COVID-19 ขององค์การอนามัยโลก

สำนักข่าว BNN Bloomberg รายงานอ้าง นาย จ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเมื่อ 16 ก.ค.64 ว่า จีนกำลังทบทวนแผนข้อเสนอของนาย Tedros Adhanom Ghebreyesus ผอ.องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ที่เรียกร้องให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับต้นกำเนิดไวรัส COVID-19 เพิ่มเติมในจีนด้วยความโปร่งใส เปิดกว้าง และร่วมมือ แม้ว่าจีนเคยปฏิเสธก่อนหน้านี้โดยอ้างว่าสหรัฐฯและพันธมิตรอยู่เบื้องหลังการผลักดันและรื้อฟื้นการสอบสวนดังกล่าวก็ตาม ทั้งนี้นาย จ้าว ลี่เจี้ยน ย้ำว่า ในการดำเนินการสอบสวนที่ผ่านมาจีนได้ให้ความร่วมมือกับ WHO ให้เข้าถึงข้อมูลและอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงการตรวจสอบห้องปฏิบัติการที่อู่ฮั่น

ญี่ปุ่นพบคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในโรงแรมที่นักกีฬาโอลิมปิกจากบราซิลจะเข้าพัก

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 15 ก.ค. 64 ว่า โรงแรมในเมืองฮามามัตสึ จ.ชิซุโอกะ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว พบพนักงานของโรงแรม 8 คนมีผลตรวจเชื้อ COVID-19 เป็นบวก ซึ่งการคัดกรองเสร็จสิ้นก่อนที่นักกีฬายูโดจากบราซิลประมาณ 30 คนจะเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวใน 17 ก.ค.64 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อคนใดใกล้ชิดกับนักกีฬา และให้เฉพาะผู้ที่มีผลตรวจเชื้อเป็นลบเข้าทำงาน ด้านจนท.สาธารณสุขและกีฬาของเมืองฮามามัตสึได้อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมาตรการป้องกันโรค COVID-19 ให้กับนักกีฬาแล้ว ทั้งนี้ กรุงโตเกียวอยู่ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ 14 ก.ค.64 อยู่ที่ 1,149 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค.64

เมียนมา

ระบุเมื่อ 26 ก.ค.64 มีผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอกที่ 3 ในห้วง 2 เดือน (ระหว่าง 1 มิ.ย.-25 ก.ค.64) จำนวน 3,921 ราย ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตรวมของระลอกที่ 1 และ 2

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 27 ก.ค.64 พบจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในกรุงโตเกียว 2,848 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโรค COVID-19

ลาว

ระบุเมื่อ 27 ก.ค.64 จะได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 รวม 1,450,000 โดส ใน ส.ค.64 โดยแบ่งเป็นวัคซีน Sinopharm 1 ล้านโดส และวัคซีน AstraZeneca อีก 415,000 โดส

เกาหลีใต้

เปิดเผยเมื่อ 26 ก.ค.64 พบว่าการฉีดวัคซีนผสมสูตร โดยเข็มแรกเป็นวัคซีน AstraZeneca และเข็มที่สองเป็นวัคซีน Pfizer สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรค COVID-19 ได้สูงถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีน AstraZeneca สองเข็ม

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 26 ก.ค.64 ตรวจจับและยึดเนื้อกระบือแช่แข็งจากอินเดียจำนวน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีเชื้อ COVID-19 ใน จ.กัมปงสปือ และเตรียมจะเผาทำลายในอีก 2-3 วัน พร้อมขอให้ประชาชนสอบถามแหล่งที่มาก่อนซื้อเนื้อสัตว์ทุกประเภท

จีน

ระบุเมื่อ 26 ก.ค.64 เร่งตรวจโรคเชิงรุกให้ประชาชนในเมืองหนานจิงจำนวน 9.3 ล้านคนซ้ำอีกครั้ง หลังจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ณ 25 ก.ค.64 อยู่ที่ 76 คน สูงสุดตั้งแต่ ม.ค.64