![]()
สาธารณรัฐอาร์เจนตินา
Argentine Republic
เมืองหลวง บัวโนสไอเรส
ที่ตั้ง อยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่ประมาณ 2,780,400 ตร.กม. มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในทวีปอเมริกาใต้ (รองจากบราซิล) หรือใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 5 เท่า ขนาดความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 3,900 กม. ความกว้างวัดจากส่วนที่กว้างที่สุดกว้างประมาณ 1,400 กม. มีอาณาเขตทางบก 2,736,690 ตร.กม. อาณาเขตทางทะเล 43,710 ตร.กม. ชายฝั่งทะเลยาว 4,989 กม.
อาณาเขต
ทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับโบลิเวีย (942 กม.) ปารากวัย (2,531 กม.) และบราซิล (1,263 กม.)
ทิศตะวันตก ติดกับชิลี (6,691 กม.)
ทิศตะวันออก ติดกับอุรุกวัย (541 กม.) และมหาสมุทรแอตแลนติก
ทิศใต้ ติดกับชิลีและมหาสมุทรแอตแลนติก
ภูมิประเทศ ทิศตะวันตกมีเทือกเขาแอนดีสพาดผ่านและเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอาร์เจนตินาและชิลี บริเวณตอนกลางประเทศเป็นทุ่งหญ้า Pampas เหมาะกับการเพาะปลูกและเลี้ยงปศุสัตว์ ตอนใต้ของประเทศเป็นเขตที่ราบสูง Patagonia ตั้งอยู่บนเส้นทางยุทธศาสตร์ทางทะเลระหว่างตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก
วันชาติ 25 พ.ค. (เพื่อรำลึกถึงวันปฏิวัติอาร์เจนตินา เมื่อปี 2353 ซึ่งนำมาสู่การประกาศเอกราชจากสเปน)

ฮาเวียร์ เจอราร์โด มิเล
Javier Gerardo Milei
(ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา)
ประชากร 46.38 ล้านคน (ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติอาร์เจนตินา เมื่อ 1 ก.ค.2568) เป็นคนผิวขาว (ส่วนใหญ่มีเชื้อสายสเปนและอิตาลี) และคนเอเชีย 97.2% คนอินเดียนพื้นเมือง 2.4% และคนแอฟริกัน 0.4% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : อายุ 0-14 ปี 23.3% อายุ 15-64 ปี 63.9% อายุ 65 ปี ขึ้นไป 12.8% อายุขัยเฉลี่ยของประชากร 78.8 ปี เพศชาย 75.8 ปี เพศหญิง 82 ปี อัตราการเกิด 15.2 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 7.3 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.79% (ข้อมูลประมาณการปี 2567 จาก CIA World Factbook)
ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 62.9% โปรเตสแตนต์ 16.7% ไม่นับถือศาสนา 18.9% อื่น ๆ (รวมถึงอิสลาม และยูดาห์) 1.2% ไม่ระบุ 0.3%
ภาษา ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ภาษาอื่น เช่น อิตาลี อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และภาษา Mapudungun และ Quechua ของชาวอินเดียนพื้นเมือง
การก่อตั้งประเทศ ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมายังดินแดนที่เป็นที่ตั้งอาร์เจนตินาในปัจจุบันคือ Amerigo Vespucci เมื่อปี 2045 และอาร์เจนตินาถูกผนวกรวมกับโบลิเวีย ปารากวัย และอุรุกวัย ในยุคอาณานิคมสเปนเมื่อปี 2319 และแยกตัวออกเป็นอิสระต่อกันหลังจากประกาศเอกราชจากสเปนเมื่อ 9 ก.ค.2359 ประชาชนและวัฒนธรรมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผู้อพยพจากยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี และสเปน ซึ่งมาตั้ง ถิ่นฐานมากกว่า 7 ล้านคนในช่วงระหว่างปี 2423-2473 และช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบัน อาร์เจนตินามีประชากรที่เป็น ผู้อพยพประมาณ 5% (สูงที่สุดในอเมริกาใต้) โดยผู้อพยพ 80% มาจากประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาใต้และแคริบเบียน โดยเฉพาะปารากวัยและโบลิเวีย
การเมือง ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ
ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี สามารถดำรงตำแหน่งได้ต่อกัน 2 วาระ การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งหลังสุด มีขึ้นเมื่อ ต.ค.2566 และครั้งต่อไปใน ต.ค.2570
ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภา 1) วุฒิสภา มีสมาชิก 72 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจาก 23 จังหวัดและเขตเมืองหลวงกรุงบัวโนสไอเรส (รวมเป็น 24 เขตเลือกตั้ง มีสมาชิกวุฒิสภา เขตละ 3 คน) วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี แต่สมาชิก 1 ใน 3 ของวุฒิสมาชิกจะเลือกตั้งหมุนเวียนทุก 2 ปี และ 2) สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 257 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงแบบสัดส่วนจากแต่ละจังหวัด วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี แต่จะเลือกตั้งหมุนเวียนทุก 2 ปี ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาร์เจนตินา ครั้งหลังสุด มีขึ้นเมื่อ ต.ค.2568
ฝ่ายตุลาการ : ศาลฎีกา เป็นศาลสูงสุด มีสมาชิก 7 คน ประธานาธิบดีเป็นผู้คัดเลือก แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา (สามารถดำรงตำแหน่งต่อเนื่องได้จนเกษียณเมื่ออายุ 75 ปี)
พรรคการเมืองสำคัญ (ข้อมูลเมื่อปี 2568) : Federal Party แนวคิดฝ่ายกลาง มีนาย Miguel Saredi เป็นหัวหน้า Civic Coalition ARI (CC-ARI) แนวคิดฝ่ายกลาง-ขวา มีนาง Elisa Carrió เป็นหัวหน้า Federal Consensus (CF) แนวคิดฝ่ายกลาง มีนาย Roberto Lavagna เป็นหัวหน้า Civic Front for Santiago (FCS) แนวคิดฝ่ายกลาง มีนาย Gerardo Zamora เป็นหัวหน้า Justicialist Party (PJ) แนวคิดฝ่ายขวากลาง มีนาย Alberto Fernández เป็นหัวหน้า Radical Civic Union (UCR) แนวคิดฝ่ายขวากลาง มีนาย Gerardo Morales เป็นหัวหน้า Renewal Front (FR) แนวคิดฝ่ายกลางขวา มีนาย Sergio Massa เป็นหัวหน้า Republican Proposal (PRO) แนวคิดขวากลาง-ขวา มีนาย Mauricio Macri เป็นหัวหน้า Together We Are Rio Negro (JSRN) แนวคิดขวากลาง มีนาย Alberto Edgardo Wertilneck เป็นหัวหน้า We Do For Cordoba (HC) แนวคิดขวากลาง มีนาย Juan Schiaretti เป็นหัวหน้า Juntos por el Cambio แนวคิดขวากลาง มีนาย Horacio Rodríguez Larreta เป็นหัวหน้า Front for Victory (FpV) แนวคิดซ้ายกลาง-ซ้าย มีนาง Cristina Fernández De Kirchner เป็นหัวหน้า Socialist Party (PS) แนวคิดซ้ายสุดโต่ง ผสมผสานระหว่างสังคมนิยมกับเสรีนิยม มีนาง Mónica Fein เป็นหัวหน้า Socialist Workers’ Party (PTS) แนวคิดฝ่ายซ้ายสุดโต่ง มีนาย Nicolás del Caño เป็นหัวหน้า Workers’ Party (PO) แนวคิดมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ มีนาย Gabriel Solano เป็นหัวหน้า Worker’s Socialist Movement (MST) แนวคิดมาร์กซิสต์-ทรอทสกีสต์ มีนาง Vilma Ripoll และนาย Alejandro Bodart เป็นหัวหน้า Generation for a National Encounter (GEN) แนวคิดซ้ายกลาง มีนาง Margarita Stolbizer เป็นหัวหน้า Everyone’s Front (TODOS) แนวคิดซ้ายกลาง มีนาย Alberto Ángel Fernández เป็นหัวหน้า
กลุ่มกดดันทางการเมือง : กลุ่มสหภาพแรงงานภาคอุตสาหกรรม (Argentine Industrial Union-UIA) องค์กร Argentine Rural Confederation (CRA) เป็นการรวมตัวของเจ้าของที่ดินขนาดเล็กและขนาดกลาง องค์กร Argentine Rural Society (SRA) ตัวแทนเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่และผู้ประกอบการเกษตรกรรมรายใหญ่ กลุ่ม General Confederation of Labor (CGT) เป็นองค์กรด้านแรงงานที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของอาร์เจนตินา มีอิทธิพลสูงทั้งในเรื่องแรงงานและการเมือง กลุ่ม Central of Argentine Workers (CTA) เป็นสหภาพแรงงานที่รวมทั้งกลุ่มแรงงานและผู้ว่างงาน กลุ่ม Blue and White CGT ที่แยกตัวจาก CGT เนื่องจากมีความเห็นด้านนโยบายแรงงานบางประเด็นต่างจากกลุ่มหลัก และกลุ่ม Roman Catholic Church นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มภาคธุรกิจ สหภาพแรงงาน กลุ่มต่อต้านรัฐบาลและนักศึกษา
เศรษฐกิจ อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ขนาดใหญ่ที่รองรับความต้องการของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก เฉพาะอย่างยิ่งถั่วเหลือง ข้าวโพด และเนื้อโค เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ ขณะเดียวกันมีแหล่งพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและแร่ลิเธียม ที่มีศักยภาพสูงด้านพลังงานหมุนเวียน รวมถึงมีภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปหลากหลาย และภาคบริการเชิงนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้อาร์เจนตินมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคลาตินอเมริกา (รองจากบราซิล และเม็กซิโก)
ตลอดห้วง 20 ปีที่ผ่านมา อาร์เจนตินาเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นระยะ ขณะที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ การคลัง และการเงิน ของรัฐบาลอาร์เจนตินาหลายชุดมีความผันผวนและขาดความต่อเนื่อง เกิดปัญหาเงินเฟ้อสูงเรื้อรัง ค่าเงินเปโซอ่อนค่า และผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง ส่งผลให้รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องใช้มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาคต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยเน้นวินัยทางการคลัง ลดการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศ และจำกัดการขยายตัวทางการเงิน เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและฟื้นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากการประกาศลดค่าเงินเปโซ ตั้งแต่ ส.ค.2566 เช่น สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จัดสรรเงินช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ยกเว้นภาษีแก่เจ้าของกิจการ และส่งเสริมภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ การลดค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินา เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงภายใต้โครงการเงินกู้ระยะยาวแบบขยายวงเงิน (Extended Fund Facility (EFF) ระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กับรัฐบาลอาร์เจนตินาที่ขอรับการสนับสนุนจาก IMF เพื่อดำเนินมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อสูง และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลอย่างรุนแรง โดยเริ่มเจรจาข้อตกลง EFF มาตั้งแต่ปี 2565 และบรรลุข้อตกลงดังกล่าว วงเงินรวม 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 730,000 ล้านบาท) เมื่อ เม.ย.2568
ทรัพยากรธรรมชาติ มีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติชั้นหิน (shale formation) Vaca Muerta ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในภูมิภาคปาเตโกเนีย ทางใต้ของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 30,000 ตร.กม. โดยน้ำมันดิบ มีปริมาณสำรองที่พิสูจน์ทราบแล้วประมาณ 2,483 ล้านบาร์เรล กำลังการผลิตวันละ 816,144 บาร์เรล และส่งออกวันละ 100,000-120,000 บาร์เรล ก๊าซธรรมชาติมีปริมาณสำรองที่พิสูจน์ทราบแล้ว 9.26 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร กำลังการผลิตวันละ 147,577 ล้านลูกบาศก์เมตร (ข้อมูลประมาณการปี 2567 จาก Energy Information Administration หรือ EIA ของสหรัฐฯ) นอกจากนี้ ยังมีแหล่งแร่สำคัญ ได้แก่ แร่ลิเทียม (มีปริมาณสำรองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ประมาณ 2 ล้านตัน รองจากชิลีและออสเตรเลีย) แร่ทองแดง (มีปริมาณสำรองประมาณ 8-10 ล้านตัน) ตะกั่ว สังกะสี ดีบุก เหล็ก และแมงกานีส
สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : อาร์เจนตินาเปโซ (Argentine pesos-ARS)
อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1,438.90 ARS : 1 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 ARS : 0.023 บาท (พ.ย.2568)
ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) : 667,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2569 ของ IMF)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 4%
รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 13,900 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราเงินเฟ้อ : 16.4%
ทุนสำรองทองคำและเงินตราต่างประเทศ : 40,989 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการ ต.ค.2568 ของ IMF)
ดุลบัญชีเดินสะพัด : ขาดดุล 3,016 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการว่างงาน : 6.6% (ประมาณการปี 2569 ของ IMF)
แรงงาน : 22.29 ล้านคน (ประมาณการปี 2567 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ)
ดุลการค้าระหว่างประเทศ : เกินดุล 18,927 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลเมื่อปี 2567 ของ WTO)
มูลค่าการส่งออก : 79,703 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออก : ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์แปรรูป ข้าวโพด รถยนต์ ข้าวสาลี เนื้อแช่แข็ง และทอง
มูลค่าการนำเข้า : 60,776 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้านำเข้า : รถยนต์ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ และถั่วเหลือง
คู่ค้าสำคัญ : จีน สหรัฐฯ เยอรมนี เม็กซิโก แคนาดา บราซิล ชิลี
การทหาร เมี่อปี 2567 อาร์เจนตินาใช้งบประมาณด้านการทหาร 2,236 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (0.37% ของ GDP) กำลังพลประจำการ 72,100 คน ประกอบด้วย
ทบ. กำลังพลประมาณ 42,800 คน ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ รถถังหลัก (MBT) รุ่น TAM รุ่น TAM S21 และรุ่น TAM 2C-A2 (ผลิตในประเทศทั้งหมด) รวม 231 คัน รถหุ้มเกราะล้อยางลาดตระเวน (RECCE) รุ่น AML-90 จำนวน 47 คัน รถทหารราบ (IFV) รุ่น VCTP และรุ่น M113A2 รวม 232 คัน รถหุ้มเกราะลำเลียงพล (APC) แบบสายพาน รุ่น M113A1-ACAV รุ่น M113A2 และแบบล้อยาง รุ่น WZ-551B1 รวม 278 คัน รถหุ้มเกราะติดตั้งจรวดต่อต้านรถถัง TOW-2A รุ่น M1025 HMMWV จำนวน 3 คัน ปืนใหญ่อัตตาจร (SP) รุ่น AMX F3 และรุ่น VCA 155 Palmaria รวม 42 ชุด ปืนใหญ่ชนิดลากจูง รุ่น Model 56 pack howitzer รุ่น CITEFA M-77/M-81 และรุ่น SOFMA L-33 รวม 172 กระบอก ระบบจรวดหลายลำกล้อง (MLR /MRL) รุ่น SLAM Pampero และรุ่น CP-30 รวม 8 ชุด เครื่องยิงระเบิด (MOR) ขนาดและรุ่นต่าง ๆ รวม 1,039 เครื่อง เครื่องบินลาดตระเวน/สำรวจ (ISR) รุ่น DA62 MPP จำนวน 1 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 13 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี (MRH) รุ่น SA315B Lama จำนวน 4 เครื่อง และรุ่น Z-11 จำนวน 1 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 62 เครื่อง ระบบขีปนาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานแบบพื้นสู่อากาศ (SAM) รุ่น RBS-70 และปืนต่อสู้อากาศยานแบบลากจูง/ติดตั้ง (GUNS-TOWED) รุ่นและขนาดต่าง ๆ รวม 229 กระบอก
ทร. กำลังพลประมาณ 16,400 คน ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ เรือพิฆาต (DDH) ชั้น Hercules (UK Type-42) จำนวน 1 ลำ เรือฟริเกต (FFGHM) ชั้น Almirante Brown (GER MEKO 360) จำนวน 3 ลำ เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง/เรือคอร์เวต ชั้น Espora จำนวน 6 ลำ ชั้น Drummond จำนวน 3 ลำ (ในจำนวนนี้ 2 ลำ ไม่พร้อมใช้งาน) เรือปฏิบัติการชั้นต่าง ๆ รวม 15 ลำ เรือยกพลขึ้นบก จำนวน 6 ลำ เรือสนับสนุนปฏิบัติการทางทะเลชั้นต่าง ๆ รวม 18 ลำ และเรือดำน้ำประเภท SSK (diesel-electric attack submarines) ของเยอรมนี ชั้น Santa Cruz จำนวน 1 ลำ (ไม่พร้อมใช้งาน/อยู่ระหว่างการซ่อมแซมใหญ่ตั้งแต่ปี 2558) และชั้น Salta จำนวน 1 ลำ (ไม่พร้อมใช้งานตั้งแต่ปี 2556)
ขณะเดียวกัน ทร.ยังมีกองการบิน (Naval Aviation) กำลังพลประมาณ 2,000 คน และนาวิกโยธิน ประมาณ 2,500 คน โดยกองการบิน ทร. ประจำการเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ (ASW) รุ่น S-2T Tracker จำนวน 2 เครื่อง รุ่น P-3B Orion จำนวน 1 เครื่อง และรุ่น P-3C Orion จำนวน 1 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง (TPT) รุ่น Beech 200F/M King Air จำนวน 7 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือดำน้ำ (ASW) รุ่น SH-3H (ASH-3H) Sea King จำนวน 2 เครื่อง อาวุธปล่อยนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศ (AAM) รุ่น R-550 Magic และขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำแบบอากาศสู่อากาศ (AShM) รุ่น AM39 Exocet (ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวน) ส่วนนาวิกโยธิน ประจำการยานรบหุ้มเกราะ (AFV) รุ่นต่าง ๆ รวม 31 คัน เครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถัง รุ่น M-1974 FMK-1 จำนวน 30 กระบอก ปืนต่อสู้อากาศยานแบบลากจูง/ติดตั้ง (GUNS-TOWED) รุ่นและขนาดต่าง ๆ จำนวนรวม 89 กระบอก ขีปนาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานแบบพื้นสู่อากาศ (SAM) รุ่น RBS-70 (ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวน)
ทอ. กำลังพลประมาณ 12,900 คน ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ เครื่องบินโจมตี/สนับสนุนทางอากาศ (ATK) รุ่น A-4 (A-4AR) Skyhawk จำนวน 9 เครื่อง รุ่น OA-4 (OA-4AR) Skyhawk 2 เครื่อง เครื่องบินรวบรวมข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (ELINT) รุ่น Learjet 35A จำนวน 1 เครื่อง เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ/ลำเลียง (TKR/TPT) รุ่น KC-130H Hercules จำนวน 2 เครื่อง เครื่องบินลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 28 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี (MRH) รุ่นต่าง ๆ รวม 29 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 13 เครื่อง ปืนต่อสู้อากาศยาน (Guns) รุ่น Oerlikon/Rh-202 รวม 88 กระบอก อาวุธปล่อยนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศ (AAM) รุ่น AIM-9L Sidewinder และรุ่น R-550 Magic (ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวน) อย่างไรก็ดี อาร์เจนตินามีปัญหาด้านงบประมาณ ทำให้เครื่องบินโจมตีส่วนใหญ่ขาดการบำรุงรักษา บางส่วนไม่สามารถใช้งานได้
นอกจากนี้ มีกองกำลังกึ่งทหาร กำลังพลประมาณ 13,250 คน ยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ รถหุ้มเกราะลำเลียงพล (APC) แบบล้อยาง รุ่น Grenadier จำนวน 47 คัน รุ่น UR-416 จำนวน 40 คัน เครื่องยิงระเบิด (MOR) ขนาด 81 มม. (ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวน) เครื่องบินลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 12 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี (MRH) รุ่น MD-500C จำนวน 2 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 17 เครื่อง และกองกำลังรักษาชายฝั่ง กำลังพลประมาณ 13,250 คน ประจำการเรือลาดตระเวนและเรือปฏิบัติการชายฝั่ง รวม 71 ลำ เครื่องบินลาดตระเวน/ตรวจการณ์ทางทะเล (MP) และเครื่องบินลำเลียง (TPT) รวม 7 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย (SAR) จำนวน 3 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี (MRH) และแบบลำเลียง (TPT) รุ่นต่าง ๆ รวม 8 เครื่อง
กลุ่มก่อการร้าย กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ (Hizballah/Hezbollah) ในเลบานอน เป็นผู้ก่อเหตุโจมตี สอท.อิสราเอลในกรุงบัวโนสไอเรส ด้วยรถบรรทุกระเบิด เมื่อ มี.ค.2535 มีผู้เสียชีวิต 29 คน และบาดเจ็บหลายร้อยคน อีกทั้งก่อเหตุโจมตีอาคารสมาคมชาวยิวอาร์เจนตินา (Asociación Mutual Israelita Argentina – AMIA) ในกรุงบัวโนสไอเรส ด้วยรถบรรทุกระเบิด เมื่อ ก.ค.2537 มีผู้เสียชีวิต 85 คน และบาดเจ็บประมาณ 300 คน ปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอย่างจำกัดในอาร์เจนตินาและได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากกลุ่มชาวเลบานอนพลัดถิ่น ขณะที่อาร์เจนตินาขึ้นบัญชีกลุ่มฮิซบุลลอฮ์เป็นองค์กรก่อการร้าย เมื่อปี 2562 และอายัดทรัพย์สินบุคคลและนิติบุคคลในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มฮิซบุลลอฮ์
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาร์เจนตินามีปัญหาพิพาทเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือหมู่เกาะ Falkland (Islas Malvinas) กับสหราชอาณาจักร เกาะ Braziliera/Brasiliera ในแม่น้ำ Quarai/Cuareim กับบราซิลและอุรุกวัย รวมถึงปัญหาเขตแดนกับชิลีที่ Andean Southern Ice Field (Campo de Hielo Sur) นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และยาเสพติด บริเวณพรมแดนติดกับโบลิเวีย
ความสัมพันธ์ไทย-อาร์เจนตินา
สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 2 ก.พ.2498 โดยอาร์เจนตินาเป็นประเทศแรกในลาตินอเมริกาที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย รวมทั้งมีการเยือนระดับสูงทั้งในระดับราชวงศ์ และรัฐบาล ในส่วนของอาร์เจนตินา ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาเดินทางเยือนไทย 2 คน ได้แก่ ประธานาธิบดี Arturo Frondizi เมื่อปี 2504 และประธานาธิบดี Carlos Saul Menem เมื่อปี 2540
ความร่วมมือในกรอบพหุภาคีและเวทีระหว่างประเทศ ไทยและอาร์เจนตินามีพื้นฐานและโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมและเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของโลกจึงมีจุดยืนร่วมกันในการเรียกร้องให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเปิดตลาดสินค้าเกษตรจากประเทศกำลังพัฒนาและลดการอุดหนุนสินค้าเกษตรของตนลง นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในกรอบ G20, WTO และ UN ในส่วนของความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ไทยและอาร์เจนตินาต่างมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกาโดยเฉพาะเวทีความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation–FEALAC)
อาร์เจนตินาเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในภูมิภาคลาตินอเมริกา (รองจากบราซิลและเม็กซิโก) โดยปี 2565 มูลค่าการค้ารวม 65,452 ล้านบาท ไทยส่งออกมูลค่า 51,582 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 13,870 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 37,712 ล้านบาท สินค้าส่งออกของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน
สินค้านำเข้าของไทย ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสําเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์ เนื้อสัตว์สําหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ และ ด้ายและเส้นใย
ความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไทย-อาร์เจนตินายังจำกัด โดยมีบริษัทอาร์เจนตินาลงทุนในไทย 1 บริษัท คือ บริษัท ซาเดซา (Sadesa-อุตสาหกรรมฟอกหนัง) มีโรงงานอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปราจีนบุรี และ จ.ชลบุรี และมีบริษัทไทยลงทุนในอาร์เจนตินา 1 บริษัท คือ บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (Bangchak Petroleum Public Co., Ltd.-เหมืองแร่ลิเทียม) ซึ่งได้ร่วมลงทุนผ่านการซื้อหุ้นของบริษัท ลิเทียม อเมริกา คอร์ป (Lithium Americas Corp. หรือ LAC) มูลค่าการลงทุน 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (Minor International Public Co., Ltd.)
(ธุรกิจการโรงแรม) อยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุนด้านการโรงแรมในอาร์เจนตินา
ภาวะตลาดสินค้าอาหารไทยและอาหารนำเข้าจากไทยมีศักยภาพที่จะขยายตลาดในอาร์เจนตินา ปัจจุบันสามารถหาซื้อสินค้าอาหารไทยได้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต Jumbo โดยเป็นสินค้าประเภทเครื่องแกงพร้อมรับประทาน ผลไม้อบแห้ง น้ำปลา ซีอิ๊ว เส้นผัดไทอบแห้งพร้อมเครื่องปรุงรส ผลไม้กระป๋อง นำเข้าโดยบริษัท Exotic Foods ซึ่งดำเนินการโดยพ่อค้าคนกลางที่ไต้หวัน จากการสำรวจพบว่าสินค้าอาหารไทยที่วางจำหน่ายในอาร์เจนตินายังไม่หลากหลายและมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อ โดยสินค้าสำคัญ ได้แก่ กะทิสำเร็จรูป น้ำมะขามสำหรับทำอาหาร ซอสพริก เครื่องแกงสำเร็จรูป น้ำปลา เครื่องต้มยำสำเร็จรูป กะปิ เส้นก๋วยเตี๋ยวอบแห้ง แผ่นแป้งห่อก๋วยเตี๋ยว ถั่วโก๋แก่ ผลไม้กระป๋อง ข้าวไทย โดยภาพรวม สินค้าอาหารไทยไดัรับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวอาร์เจนตินาค่อนข้างดี เนื่องจากชาวอาร์เจนตินากำลังนิยมรับประทานอาหารเอเชีย ตลาดสินค้าเครื่องแกงสำเร็จรูปยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก สำหรับสินค้าที่ผู้นำเข้าประสงค์จะสั่งซื้อเพิ่มจากไทย ได้แก่ ผลไม้สำหรับเด็ก เครื่องดื่มสำเร็จรูป ผลไม้กระป๋อง น้ำผสมผลไม้ และข้าวเหนียว แต่อุปสรรคสำคัญคือ ราคาสินค้าอาหารไทยมีต้นทุนสูงเนื่องจากนำเข้าผ่านพ่อค้าคนกลาง บวกกับต้นทุนค่าขนส่งทางเรือ การที่ไทย และอาร์เจนตินาอยู่ห่างไกลทำให้การขนส่งใช้เวลานาน สินค้าไทยจึงถูกนำเข้ามาเป็นล็อตหากจำหน่ายหมดแล้วอาจต้องรอประมาณ 2-3 เดือน ในการนำสินค้าดังกล่าวมาจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง
กลไกส่งเสริมการค้า ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกันอย่างสม่ำเสมอตามกรอบการประชุม Bilateral Economic Consultation (BEC) ซึ่งมีการประชุมครั้งแรกเมื่อ ต.ค.2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมการค้าทวิภาคีให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยกลไกต่าง ๆ อาทิ การจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือ ด้านศุลกากรและการจัดทำความตกลงความยอมรับร่วมด้านการประมงการประชุม BEC ยังช่วยเปิดโอกาสให้คณะนักธุรกิจทั้งประเทศได้พบปะและเจรจาการค้าระหว่างกันโดยตรง กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศขึ้นที่บัวโนสไอเรสเมื่อปี 2552 เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ นักธุรกิจในการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าไปไทยตลอดจนการนำคณะนักธุรกิจอาร์เจนตินาไปร่วมงานแสดงสินค้าที่สำคัญต่าง ๆ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ ไทยกับอาร์เจนตินามีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลกันมาก ประกอบกับไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาสูง ค่าระวางเรือสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เส้นทางที่ประเทศแถบเอเชียใช้ขนส่งสินค้าไปยังอาร์เจนตินา คือ สิงคโปร์-เดอร์บับ-เคปทาวน์-โยฮันเนสเบอร์ก-บัวโนสไอเรส นักธุรกิจของไทยและอาร์เจนตินาส่วนใหญ่ขาดข้อมูลทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน ทำให้ความสนใจที่จะค้าขายกันมีน้อย และมีปัญหาในการสื่อสาร เนื่องจากอาร์เจนตินาใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ ในขณะที่นักธุรกิจไทยที่รู้ภาษาสเปนมีจำกัด
ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ (20 ต.ค.2524) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าอาร์เจนตินา (7 มิ.ย.2534) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (16 พ.ค.2539) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (7 มิ.ย.2539) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า (19 ก.พ.2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (19 ก.พ.2540) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (18 ก.พ.2543) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (18 ก.พ.2543) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติ La Plata (28 ธ.ค.2543) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (14 ส.ค.2549) ความตกลงด้านวัฒนธรรม (14 ส.ค.2549) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการปรึกษาหารือด้านการเมืองและประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน (19 ก.ย.2549) และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา (2 พ.ย.2552)
นอกจากนี้ ไทยและอาร์เจนตินามีความร่วมมือทางวิชาการที่ใกล้ชิดเป็นอย่างมากทั้งในกรอบทวิภาคีและไตรภาคี ปัจจุบัน มีการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ไทยและอาร์เจนตินายังมีความร่วมมือไตรภาคีร่วมกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อชุมชน รวมถึงจะขยายความร่วมมือไปในสาขาสุขภาพสัตว์ การจัดการป่าไม้ และการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ มีโครงการจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อขยายความร่วมมือในสาขาอื่น ๆ ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ดาราศาสตร์ เภสัชกรรม การผลิตไวน์ และการพัฒนาพันธุ์นุ่นและฝ้ายเพื่อเพิ่มผลผลิต เป็นต้น
สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม
อาร์เจนตินา อาจปรับเปลี่ยนนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการนำเงินสกุลดอลลาร์มาใช้เป็นสกุลเงินหลักแทนเงินเปโซ ซึ่งเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเพื่อแก้ไขวิกฤตเงินเฟ้อ ตามนโยบายรณรงค์หาเสียงของนายฮาเวียร์ มิลเลอิ ผู้สมัครจากพรรค Libertarian ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น อย่างไรก็ดี นโยบายนำเงินสกุลดอลลาร์มาใช้เป็นเงินสกุลหลักดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงการดำเนินงานของรัฐบาลอาร์เจนตินา และทำให้อาร์เจนตินาต้องพึ่งพาสหรัฐฯ มากขึ้น




























