แคนาดา

Canada

เมืองหลวง         กรุงออตตาวา

 

ที่ตั้ง                 ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ พื้นที่ 9,984,670 ตร.กม. มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก (รองจากรัสเซีย) มีพรมแดนทางบกติดกับสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว มีชายฝั่งทะเลยาว 202,080 กม.

 

อาณาเขต

ทิศเหนือ                ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก

ทิศตะวันออก          ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ

ทิศใต้                     ติดกับสหรัฐฯ (8,893 กม. รวมพื้นที่ส่วนที่ติดกับรัฐอะแลสกา 2,477 กม.)

ทิศตะวันตก            ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ และรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ

 

ภูมิประเทศ        ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูเขาทางทิศตะวันตกและที่ราบต่ำทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกส่วนใหญ่ไม่อุดมสมบูรณ์และไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก ยกเว้นรัฐปรินซ์เอดเวิร์ด ไอแลนด์เป็นที่ราบหุบเขาที่มีความสมบูรณ์ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์และทะเลสาบใหญ่มีประชากรมากที่สุด เป็นศูนย์กลางทางการเกษตร เมืองท่า เมืองอุตสาหกรรมและเมืองสำคัญทางธุรกิจ เขตทุ่งหญ้าแพรรีเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์และเทือกเขา ชายฝั่งทางตะวันตกมีฝนตกชุกและป่าหนาแน่นเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ

 

ภูมิอากาศ       แบบภาคพื้นทวีป มี 4 ฤดู ภูมิอากาศของแคนาดาแตกต่างกันไป ตั้งแต่หนาวจัดทางตอนบนและอากาศเย็นทางตอนล่างของประเทศ สภาพภูมิอากาศของฝั่งตะวันออกแตกต่างจากฝั่งตะวันตกมาก ปริมาณน้ำฝน 500-3,000 มม.  ทั้งนี้ แคนาดาเป็นประเทศที่มีฤดูหนาวนานถึง 5 เดือน อุณหภูมิอาจจะลดต่ำ ลงมากกว่า -25 องศาเซลเซียส โดยกรุงออตตาวามีอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวเฉลี่ย -6 ถึง -16 องศาเซลเซียส

 

ศาสนา           คริสต์นิกายคาทอลิก 29.9% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ 13.2% อิสลาม 4.9% ฮินดู 2.3% ซิกข์ 2.1% พุทธ 1% ยูดาห์ 0.9% อื่น ๆ 0.6% และไม่นับถือศาสนา 34.6%

 

ภาษา             ภาษาอังกฤษ (87.1%) และฝรั่งเศส (29.1%) เป็นภาษาราชการ ภาษาจีน (4.2%) สเปน (3.2%)  ปัญจาบ (2.6%) อาหรับ (2.4%) ตากาล็อก (2.3%) อิตาลี (1.5%)

 

การศึกษา      ประชากรตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านออกและเขียนได้ อัตราการรู้หนังสือทั้ง 2 เพศเท่ากันที่ 99% งบประมาณด้านการศึกษา 4.1% ของ GDP การศึกษาภาคบังคับ 12 ปี

 

วันชาติ             1 ก.ค.

 

นายมาร์ค คาร์นีย์

Mark Joseph Carney

 (นรม.แคนาดา)

ประชากร       41,548,787 คน (ปี 2568)

รายละเอียดประชากร    เป็นชาวแคนาดา 15.6% อังกฤษ 14.7% สกอต 12.1% ไอริช 12.1% ฝรั่งเศส 11% เยอรมัน 8.1% จีน 4.7% อิตาลี 4.3% อเมริกันอินเดียน 3.7% อื่น ๆ 5% อัตราส่วนประชากรจำแนกตามอายุ : อายุ 0-14 ปี 15.5% อายุ 15-64 ปี 63.4% อายุ 65 ปีขึ้นไป 21% อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 82.7 ปี เพศชาย 80.5 ปี เพศหญิง 84.9 ปี อัตราการเกิด 9.94 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย 8.07 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพิ่มของประชากร 0.3%

การก่อตั้งประเทศ      ฝรั่งเศสเข้ายึดครองแคนาดาฝั่งตะวันออกเมื่อปี 2077 และเริ่มตั้งถิ่นฐานเมื่อปี 2147 ต่อมาเกิดปัญหาขัดแย้งด้านประมงและการค้าขนสัตว์ระหว่างฝรั่งเศสกับสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2256 ในที่สุดดินแดนแคนาดาก็ตกเป็นของสหราชอาณาจักร แคนาดาได้สิทธิปกครองตนเองเมื่อปี 2392 และเมื่อปี 2410 ได้มีการตั้ง Dominion of Canada ในลักษณะสมาพันธรัฐซึ่งประกอบด้วย Upper และ Lower Canada (รัฐออนแทรีโอ, ควิเบก, โนวาสโกเชียและนิวบรันสวิกในปัจจุบัน) และได้ขยายไปยังรัฐภาคตะวันตกจนถึงรัฐบริติชโคลัมเบีย ต่อมาเมื่อปี 2474 แคนาดาได้รับสถานะเป็นประเทศที่เท่าเทียมกับสหราชอาณาจักร โดยมีกษัตริย์ของสหราชอาณาจักรเป็นพระประมุข นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์เข้าร่วมเป็นรัฐที่ 10 ของแคนาดาเมื่อปี 2492

การเมือง          ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (parliamentary democracy) และสมาพันธรัฐ (confederation) ภายใต้ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แบ่งเขตการปกครองเป็น 10 รัฐ (Province) และ 3 ดินแดนหลวง (Territory) แต่ละรัฐมีหัวหน้าฝ่ายบริหารเรียกว่า Premier ประกอบด้วยแอลเบอร์ตา บริติชโคลัมเบีย แมนิโทบา นิวบรันสวิก นิวฟันด์แลนด์ แลบราดอร์ โนวาสโกเชีย ออนแทรีโอ ปรินซ์เอดเวิร์ดไอแลนด์ ควิเบก และซัสแคตเชวัน ส่วน 3 ดินแดน ได้แก่ นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ นูนาวุต และยูคอน ระบบกฎหมายใช้หลักกฎหมายจารีตประเพณี (English common law) ยกเว้นรัฐควิเบกที่กฎหมายแพ่งใช้ระบบของฝรั่งเศส 

ประมุขประเทศ : สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงแต่งตั้งผู้แทนพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการ (Governor General) โดยคำแนะนำของ นรม.แคนาดา วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี (คนปัจจุบัน คือ นาง Mary May Simon ซึ่งรับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ เมื่อ 26 ก.ค.2564) รองผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนประมุขประจำในแต่ละรัฐ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มีบทบาทเพียงเข้าร่วมพิธีสำคัญต่าง ๆ อาทิ การกล่าวเปิด-ปิดการประชุมรัฐสภา การแถลงผลงานการบริหารราชการของรัฐบาล ให้คำแนะนำ นรม. และ ครม. ในการบริหารประเทศ) โดยมี นรม.เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

ฝ่ายบริหาร : นรม.เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร/รัฐบาล เป็นผู้มีอำนาจบริหารประเทศที่แท้จริง นรม.คนปัจจุบันคือ นาย Mark Joseph Carney ขณะที่ ครม. (Federal Ministry) คัดเลือกโดย นรม. ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพรรครัฐบาล 

ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบ 2 สภาคือ วุฒิสภา มีสมาชิก 105 คน ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามคำแนะนำของ นรม. สามารถดำรงตำแหน่งได้จนอายุครบ 75 ปี ทั้งนี้ ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิกก่อน 2 มิ.ย.2508 จะดำรงตำแหน่งตลอดชีพ และสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 343 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระในตำแหน่ง 4 ปี การเลือกตั้งครั้งหลังสุดมีขึ้น เมื่อ 28 เม.ย.2568 (การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในปี 2572) ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรค Liberal Party ได้รับคะแนน 43.76% ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย พรรค Conservative 41.31% พรรค New Democratic Party 6.29% พรรค Bloc Québécois 6.29% และพรรค Greens 1.22%  

ฝ่ายตุลาการ : มีศาลสหพันธรัฐซึ่งเป็นศาลของรัฐบาลกลางและศาลชั้นต้นของแต่ละรัฐ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง จะขึ้นตรงต่อศาลสูงสุดแคนาดา ผู้พิพากษาสามารถดำรงตำแหน่งจนอายุครบ 75 ปี

พรรคการเมืองสำคัญ : พรรค Bloc Québécois มีนาย Yves-François Blanchet เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Conservative Party of Canada (CPC) นาย Pierre Poilievre  เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Green Party นาง Elizabeth May  เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Liberal Party (พรรครัฐบาล) นาย Mark Carney เป็นหัวหน้าพรรค พรรค New Democratic Party (NDP) นาย Don Davies เป็นหัวหน้าพรรค และพรรค People’s Party of Canada  นาย Maxime Bernier เป็นหัวหน้าพรรค

กลุ่มกดดันทางการเมือง : ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมรถยนต์ กลุ่มนักธุรกิจ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ธนาคารพาณิชย์ ภาคการสื่อสาร อุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มข้าราชการ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และสหภาพแรงงาน

เศรษฐกิจ

        ระบบเศรษฐกิจเสรีใช้กลไกตลาด สนับสนุนการลดภาษี และปกป้องผลประโยชน์ของชาวแคนาดา เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตสูง ระบบเศรษฐกิจมีความคล้ายคลึงกับสหรัฐฯ ทั้งรูปแบบการผลิต และมาตรฐานการครองชีพสูง แคนาดาเป็นประเทศที่มีมาตรการการค้าที่เสรีและโปร่งใสมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เศรษฐกิจพึ่งพาการค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยแคนาดาพยายามหาตลาดส่งออกแหล่งใหม่มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ หลังจากที่สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการด้านภาษีต่อแคนาดา ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจาก เวเนซุเอลา ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน 

       ผลผลิตการเกษตรสำคัญ ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ พืชที่ใช้เลี้ยงสัตว์และทำน้ำมัน ยาสูบ ผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้และปลา อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุปกรณ์การขนส่ง เคมีภัณฑ์ แร่ธาตุ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ไม้และกระดาษ ผลิตภัณฑ์จากปลา ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ แร่เหล็ก นิกเกิล สังกะสี ทองแดง ทองคำ ตะกั่ว สินแร่หายาก (rare earth ประกอบด้วย สแกนเดียม อิตเทรียม และกลุ่มอนุกรมเคมีแลนทาไนด์ 15 ชนิด) โมลิบดินัม โพแทช เพชร เงิน ถ่านหิน ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้าพลังน้ำ ป่าไม้ และสัตว์ป่า นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง การสร้างความแข็งแกร่งของภาคการเงินและการคลัง การพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้พลังงานสะอาด
ขยายการค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียมากขึ้น รวมทั้งอาเซียน เฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อกระจายการส่งออก กระตุ้นการสร้างงาน เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่งคั่งในระยะยาวของประเทศให้มั่นคง

 

สกุลเงิน ตัวย่อสกุลเงิน : ดอลลาร์แคนาดา (Canadian dollar-CAD) 

อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ1 ดอลลาร์สหรัฐ : 1.39 CAD

อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท1 บาท : 0.043 CAD (ต.ค.2568)

 

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2568)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) : 2.23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ   

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1.1% 

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 53,560 ดอลลาร์สหรัฐ 

แรงงาน : 22.6  ล้านคน 

อัตราการว่างงาน : 7.1% 

อัตราเงินเฟ้อ : 1.9%  

มูลค่าส่งออก :  721,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ             สินค้าส่งออก : ยานยนต์และอะไหล่ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องบิน อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ พลาสติก ปุ๋ย เยื่อกระดาษ ไม้ซุง น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติไฟฟ้า และอะลูมิเนียม

คู่ค้าส่งออก : สหรัฐฯ จีน สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เม็กซิโก เยอรมนี เกาหลีใต้

มูลค่านำเข้า :  765,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

สินค้านำเข้า : เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานยนต์และอะไหล่ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภคคงทน

คู่ค้านำเข้า : สหรัฐฯ จีน เม็กซิโก เยอรมนี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ 

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ : 127,864 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  

หนี้ต่างประเทศ : 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนี้ต่างประเทศ : 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

การทหาร  กำลังพลประจำการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 62,300 นาย ประกอบด้วย ทบ. 22,500 นาย ทร. 8,400 นาย ทอ. 12,100 นาย อื่น ๆ 19,300 นาย กำลังพลสำรอง 29,100 นาย และกำลังพลกึ่งทหาร 5,800 นาย งบประมาณทางทหาร 45,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยุทโธปกรณ์ เช่น รถถัง 74 คัน รถลำเลียงพลหุ้มเกราะ 1,534 คัน ปืนใหญ่ชนิดลากจูง 154 กระบอก บ.โจมตี/ขับไล่ 79 เครื่อง บ.ลำเลียง 29 เครื่อง บ.ฝึก 108 เครื่อง ฮ. 137 เครื่อง เรือฟริเกต 12 ลำ เรือดำน้ำ 4 ลำ เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 22 ลำ

ความสัมพันธ์ไทย-แคนาดา

       ไทยกับแคนาดาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันตั้งแต่ 8 พ.ย.2504 และเปิด สอท. ณ กรุงออตตาวา (เขตอาณาครอบคลุมถึงเกรนาดา ตรินิแดดและโตเบโก จาเมกา และสาธารณรัฐโดมินิกัน) ไทยตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ เพื่อดูแลรัฐทางตะวันตกของแคนาดาและจัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองคัลการี เอ็ดมันตัน มอนทริออล และโตรอนโต ส่วนแคนาดาตั้ง สอท. ณ กรุงเทพฯ (มีเขตอาณาคลุมถึงลาว กัมพูชา และเมียนมา) เมื่อปี 2510 และตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จ.เชียงใหม่

       ไทยกับแคนาดามีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและเป็นมิตร โดยส่งเสริมความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีให้ดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อกัน นับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2504 แต่ความสัมพันธ์ชะงักลง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในไทย และกลับมาสู่ระดับปกติ หลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

       ความสัมพันธ์ด้านการค้า ปี 2567 มูลค่าการค้าทวิภาคี 113,491.75 ล้านบาท ไทยส่งออก 74,766.38  ล้านบาท และนำเข้า 38,725.37 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 36,041.01 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด ยางพารา กุ้งสด กุ้งแช่เย็นและแช่แข็ง รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินและทองคำ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เคมีภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และเภสัชกรรม สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง 

ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงด้านการพาณิชย์ (22 เม.ย.2512) ความตกลงประกันภัยการลงทุนต่างประเทศ (5 ม.ค.2526) อนุสัญญาว่าด้วยการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้อน (16 ก.ค.2528) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทยกับแคนาดา (11 ก.ค.2531) และการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจไทย-แคนาดา (มิ.ย.2539) ข้อตกลงทวิภาคีสิ่งทอเพื่อควบคุมปริมาณการส่งออกสินค้าเสื้อผ้าและสิ่งทอไปแคนาดา (1 ม.ค.2538) ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (17 ม.ค.2540) ความตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมกันในเรื่องการตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์และระบบควบคุม (9 เม.ย.2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมแคนาดา (17 ม.ค.2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อตั้งความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ (30 เม.ย.2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วย CIDA Regional Project Southeast Asia Fund for Institutional and Legal Development (16 ต.ค.2543) ปฏิญญาแสดงเจตจำนงในการจัดทำตราสารระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแคนาดาว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเยาวชน (23 มี.ค.2555) บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศแคนาดากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้านการต่อต้านการลักลอบขนคนข้ามชาติ การก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ (23 มี.ค.2555) ข้อตกลงระหว่างแคนาดากับไทยว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ (22 มิ.ย.2560) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสภาวิจัยแห่งชาติแคนาดา (9 ธ.ค.2562) ความตกลงฉบับใหม่ไทย-แคนาดาว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ (4 ม.ค.2565)

หมายเหตุ : CIDA (Canadian International Development Agency) เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งแคนาดา เว็บไซต์: www.cida.gc.ca

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

1) การฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 โดยรัฐบาลแคนาดาประกาศแผนให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ชาวแคนาดาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

2) ปัญหาผู้ลักลอบเดินทางเข้าเมืองจากสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เฮติและชาวแอฟริกาจากสหรัฐฯ เพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัย

3) การขยายตัวของกลุ่มแบ่งแยกผิวและศาสนาในประเทศ

4) ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ และความร่วมมือระหว่างกลุ่มพันธมิตรต่างๆ

5) ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับจีน หลังจากแคนาดาปล่อยตัวนาง Meng Wanzhou รองประธานบริหารบริษัท Huawei

6) มาตรการรับมือกับปัญหาผู้ถือสัญชาติแคนาดาที่เดินทางไปร่วมกับกลุ่ม Islamic State (IS) เรียกร้องให้แคนาดารับกลับประเทศ

Gallery