
ฮิวแมนไรท์วอทช์
Human Rights Watch (HRW)

ฮิวแมนไรท์วอทช์
Human Rights Watch (HRW)
เว็บไซต์ www.hrw.org
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ตึกเอ็มไพร์สเตต นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
วันก่อตั้ง เมื่อปี 2531 โดยเปลี่ยนชื่อจาก The Watch Committees ที่รวมกลุ่ม Helsinki Watch,
American Watch, Asia Watch, Africa Watch และ Middle East Watch
สมาชิก กลุ่มสิทธิมนุษยชนในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยมีสำนักงานในนิวยอร์ก อัมสเตอร์ดัม
เบรุต เบอร์ลิน บรัสเซลส์ ชิคาโก เจนีวา โจฮันเนสเบิร์ก ลอนดอน ลอสแอนเจลิส ไนโรบี ปารีส ออสโล ซานฟรานซิสโก เซาเปาโล ซิลิคอนแวลลีย์ (แคลิฟอร์เนีย) ซิดนีย์ สวีเดน โตเกียว โทรอนโต วอชิงตัน ดี.ซี. และซูริค
ผู้อำนวยการ นาย Federico Borello ชาวอิตาลี (ดำรงตำแหน่งชั่วคราว)
ภารกิจ ดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนในฐานะองค์กรระหว่างประเทศไม่แสวงผลกำไร สัญชาติอเมริกัน เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2521 ในชื่อ Helsinki Watch เพื่อติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลง Helsinki ของอดีตสหภาพโซเวียต โดยใช้วิธีประกาศต่อสาธารณะในกรณีที่รัฐบาลกระทำผิดหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัจจุบัน HRW ติดตามและรวบรวมสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนโดยแบ่งตามภูมิภาค ได้แก่ แอฟริกา อเมริกา ยุโรปและเอเชียกลาง เอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ รวมถึงสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังแบ่งตามประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและประเด็นเฉพาะทั้งภายในประเทศและระดับภูมิภาค ได้แก่ ด้านอาวุธ ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตการณ์และความขัดแย้ง สิทธิผู้พิการ เสรีภาพในการแสดงความเห็น ด้านสุขภาพ สิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ และ
สมาชิก กลุ่มสิทธิมนุษยชนในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยมีสำนักงานในอัมสเตอร์ดัม เบรุต เบอร์ลิน เจนีวา บรัสเซลส์ ชิคาโก โจฮันเนสเบิร์ก ลอนดอน ลอสแอนเจลิส ไนโรบี นิวยอร์ก ปารีส ออสโล ซานฟรานซิสโก เซาเปาโล ซิดนีย์ สวีเดน โตเกียว โตรอนโต วอชิงตัน ดี.ซี. และซูริค
ก่อตั้งเมื่อ ปี 2531 โดยเปลี่ยนชื่อจาก The Watch Committees ที่รวมกลุ่ม Helsinki Watch, American Watch, Asia Watch, Africa Watch และ Middle East Watch
การดำเนินงานในไทย
HRW เป็นที่รู้จักในไทยกว้างขวางขึ้นห้วงปี 2546-2547 จากการติดตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลในช่วงเวลาดังกล่าวที่ถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ไทยไม่มีสำนักงาน HRW ชัดเจน มีเพียงการเผยแพร่บทความและบทความแปลเป็นภาษาไทยผ่านทางเว็บไซต์หลักของ HRW โดยมีนายสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียของ HRW ติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย
HRW ออกรายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี 2568 (World Report 2028) เมื่อ ม.ค.2568 โดยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยว่า เมื่อปี 2567 สถานการณ์สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของไทยยังคงถดถอยอย่างหนัก ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว 10 ปี อีกทั้งถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน จากตำแหน่ง นรม. ทำให้การฟื้นฟูประชาธิปไตย หลังการปกครองของรัฐบาลทหารสะดุดลง แม้ว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (นรม.ในขณะนั้น) เข้ามาบริหารและให้คำมั่นด้านเสรีภาพ แต่ก็ไม่ได้แก้ปัญหาสำคัญ เช่น การดำเนินคดีผู้เห็นต่างกว่า 1,959 คน รวมถึงคดีมาตรา 112 การซ้อมทรมานและการอุ้มหาย ความล้มเหลวในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และการเพิกเฉยต่อการละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงปัญหาความรุนแรงในชายแดนใต้ และการละเมิดสิทธิผู้ลี้ภัยและแรงงานข้ามชาติ อย่างไรก็ดี มีพัฒนาการเชิงบวก คือ การผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองการสมรสเพศเดียวกัน