![]()

เว็ปไซต์ Channel News Asia รายงานเมื่อ 13 ม.ค.69 ว่า กระแสความตื่นตัวต่อเอเจนต์ AI “OpenClaw” ในจีนสะท้อนให้เห็นถึงการเร่งตัวอย่างก้าวกระโดดของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทั้งยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีและรัฐบาลท้องถิ่นที่มุ่งสร้างระบบนิเวศ “บริษัทพนักงานคนเดียว” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดย OpenClaw คือเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาโดยนักพัฒนาชาวออสเตรีย ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเทคโนโลยีด้วยความสามารถที่เหนือกว่าแชทบอททั่วไป โดยมันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่โต้ตอบข้อความ แต่สามารถ “ลงมือปฏิบัติการ” (Action-oriented) แทนผู้ใช้ได้โดยตรงผ่านการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการอีเมล จองการเดินทาง ไปจนถึงการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซี
อย่างไรก็ตาม ความคลั่งไคล้ดังกล่าวมาพร้อมกับความกังวลอย่างรุนแรงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจากความสามารถของ AI เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนและการทำธุรกรรมแทนมนุษย์ ซึ่งอาจทวีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การผลักดันระบบอัตโนมัติในวงกว้างยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดแรงงานและซ้ำเติมปัญหาการว่างงานของเยาวชนในจีน กลายเป็นบททดสอบสำคัญว่าการเปลี่ยนประเทศให้เป็นห้องปฏิบัติการ AI ขนาดใหญ่ครั้งนี้จะนำไปสู่ความก้าวหน้าทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืนหรือจะเป็นเพียงการเร่งความเสี่ยงในอาชีพการงานของประชาชนท่ามกลางความเปราะบางของเทคโนโลยีที่ยังขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ







