การโจมตีทางไซเบอร์ต่อโดรนอาจถูกแสวงประโยชน์เพื่อสร้างความเสียหายเชิงกายภาพ

การโจมตีทางไซเบอร์ต่ออากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (drone) ของภาคเอกชน มีแนวโน้มถูกแสวงประโยชน์เพื่อสร้างความเสียหายทางกายภาพได้อย่างรุนแรง โดยใช้วิธีควบคุมเครื่องจากระยะไกลแล้วบุกรุกน่านฟ้าเพื่อปฏิบัติการสอดแนม ขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย หรือส่งสัญญาณรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกแก่การก่ออาชญากรรมได้หลายรูปแบบ เช่น การโจมตีหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน การลักลอบติดต่อกับนักโทษในเรือนจำ การสวมสิทธิ์ใช้งานโดรนของบุคคล/หน่วยงานอื่น ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อห่วงกังวลที่สำคัญของหน่วยงานด้านความมั่นคง เนื่องจากปัจจุบันโดรนเป็นสินค้าที่แพร่หลายแต่ยังไม่มีกฏหมายควบคุมอย่างรัดกุมเพียงพอ ซึ่งคาดว่าในปี ๒๕๗๓ มูลค่าการซื้อขายโดรนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ในภาคการทหาร ภาคธุรกิจ และภาคการขนส่งมากที่สุดตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้โดรนส่วนบุคคลอีกจำนวนมากที่ไม่รายงานตนเพื่อขึ้นทะเบียนการใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์ที่สามารถใช้โดรนขยายพื้นที่ก่อเหตุให้เป็นวงกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เสมือนการใช้คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่เร็ว สำหรับตัวอย่างเครื่องมือที่กลุ่มแฮ็กเกอร์นิยมใช้โจมตีทางไซเบอร์ต่อโดรน คือ ชุดคำสั่ง Dronesploit ในซอฟต์แวร์ Kali Linux (เป็นซอฟต์แวร์สำหรับตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลและทดสอบความปลอดภัยของระบบเครือข่าย ที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางไซเบอร์) ทั้งนี้ แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ผ่านการดักรับสัญญาณวิทยุ (RF) และอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารหลักของโดรน โดยใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวขโมยข้อมูลยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน สำรวจช่องโหว่ความปลอดภัยของเครือข่ายและอุปกรณ์ รวมทั้งลักลอบแก้ไขข้อมูลในหน่วยความจำของโดรนเพื่อดัดแปลงไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายได้  

แอปพลิเคชัน VPN ปลอมในโทรศัพท์มือถือ Android มุ่งโจมตีผู้ใช้งานในตะวันออกกลางและเอเชียใต้

บริษัท ESET ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ AntiVirus ระบุว่าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Android ในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้ กำลังตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มแฮ็กเกอร์ Bahamut ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ (state-sponsored) โดยใช้สปายแวร์ (spyware)

แฮกเกอร์แพร่กระจายมัลแวร์ขโมยข้อมูลผ่านกระแสนิยมฟิลเตอร์ล่องหนใน TikTok

งานวิจัยของนาย Guy Nachshon จากบริษัท Checkmarx ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันมีกลุ่มแฮ็กเกอร์แพร่กระจายซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย โดยแสวงประโยชน์จากกระแสนิยม Invisible Challenge

เว็บไซต์ของรัฐสภายุโรปล่มหลังจากกลุ่มแฮกเกอร์ผู้สนับสนุนรัสเซียโจมตีเว็บไซต์ด้วย DDoS

เว็บไซต์ของรัฐสภายุโรปยุติการให้บริการหลังจากกลุ่มแฮกเกอร์ผู้สนับสนุนรัสเซียตั้งเป้าโจมตีเว็บไซต์ด้วย DDoS การโจมตีเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐสภายุโรปเสนอชื่อประเทศรัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย การประกาศให้เหตุผลว่าการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน โรงเรียน และโรงพยาบาล ละเมิดกฎหมายสากล รัสเซียปิดล้อมโครงสร้างทางพลังงานเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

ออสเตรเลียกำลังพิจารณาแบนการจ่ายเงินค่าไถ่แรนซัมแวร์

ประเทศออสเตรเลียกำลังพิจารณาแบนการชำระเงินการเรียกค่าไถ่ของแรนซัมแวร์ เพื่อทำลายรูปแบบธุรกิจของอาชญากรทางไซเบอร์ นางแคลร์ โอนีล รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ออสเตรเลียกล่าวยืนยันกับสถานีโทรทัศน์เอบีซีของออสเตรเลียว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาการลงโทษการจ่ายเงินค่าไถ่แรนซัมแวร์จากการข่มขู่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของรัฐบาล

สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีช่องโหว่ความปลอดภัยที่ร้ายแรงและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์

ศูนย์วิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ มลรัฐนิวเม็กซิโก (Sandia National Laboratory) ระบุว่าสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่หละหลวม และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีหลายรูปแบบที่สำคัญ

ผอ.FBI แสดงความห่วงกังวลต่อความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน TikTok

นาย Christopher Wray ผอ.สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ร่วมกับนาย Alejandro Mayorkas ปลัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และนาง Christine Abizaid ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ แถลงต่อคณะกรรมการเฝ้าระวังภัยคุกคาม รัฐสภาสหรัฐฯ โดยระบุว่าแอปพลิเคชัน Tik Tok ของบริษัท ByteDance สัญชาติจีน

A 3D-printed Cyber word standing on PC motherboard is seen in this illustration picture, October 26, 2017. Picture taken October 26, 2017. REUTERS/Dado Ruvic

ออสเตรเลียรายงานสถิติการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นในห้วงปีงบประมาณ 2564

ศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์ออสเตรเลีย (Australian Cyber Security Centre—ACSC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรมข่าวกรองทางการสื่อสารแห่งออสเตรเลีย หรือ Australian Signals Directorate) ว่าสถิติการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในออสเตรเลีย ห้วงปีงบประมาณ 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2563 โดยมีจำนวนเหตุการณ์ทั้งสิ้นประมาณ 76,000 ครั้ง กว่าครึ่งเป็นการหลอกลวงและฉ้อโกงต่อบุคคล ส่วนความเสียหายต่อภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยรายละ 39,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับธุรกิจขนาดกลาง/เล็ก ขณะที่การโจมตีซึ่งสนับสนุนโดยรัฐ (state-sponsored attacks) มีแหล่งที่มาหลักจากจีน อิหร่าน และรัสเซีย

การโจมตีจนระบบใช้งานไม่ได้ (DDoS) กำลังถูกใช้โจมตีองค์กรโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ระบุว่า การโจมตีจนระบบใช้งานไม่ได้ (DDoS) ของกลุ่มแฮ็กเกอร์กำลังมุ่งเป้ามาที่องค์กรที่มีชื่อเสียงหรือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สถาบันการเงิน บริการฉุกเฉิน สนามบิน หน่วยงานของรัฐ สุขภาพ และการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การโจมตีแบบ DDoS สร้างผลกระทบต่อองค์กรเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นการโจมตีที่กระทบผู้ปฏิบัติงานน้อยที่สุด และแฮ็กเกอร์มักเลือกโจมตีสิ่งที่องค์กรเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น เว็บไซต์ แทนที่จะเป็นระบบที่เป็นแกนหลักขององค์กรที่สามารถทำให้บริการหยุดชะงักได้จริง

กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ FIN7 เชื่อมโยงกับกลุ่มแรนซัมแวร์ Black Basta

กลุ่มอาชกรทางไซเบอร์ FIN7 ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Carbanak ได้ดำเนินการด้านอาชญากรไซเบอร์มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งกลุ่มนี้เริ่มต้นโดยการใช้มัลแวร์กับเครื่องชำระเงิน (POS) โดยมีแรงจูงใจทางการเงิน และเปลี่ยนไปใช้แรนซัมแวร์ประมาณปี ๖๓ โดยมีปฏิบัติการเชื่อมโยงกับกลุ่มแรนซัมแวร์ Revil และConti ก่อนที่จะดำเนินการด้านแรนซัมแวร์ด้วยตัวเองในชื่อ BlackMatter ภายหลัง