เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China-HKSAR

ที่ตั้ง             ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทางตอนใต้ของจีน ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง เกาะลันเตา เกาลูน และ New Territories และเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮ่องกงกับเกาลูน 262 เกาะ มีอ่าววิคตอเรียกั้นระหว่างเกาะฮ่องกงและเกาลูน

 

อาณาเขต                         พื้นที่ประมาณ 1,106.66 ตร.กม. ความกว้างจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกประมาณ 5,000 กม. จากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 5,500 กม.

ทิศเหนือ                            ติดกับเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงและห่างจากมาเก๊า 60 กม.

ทิศตะวันออก                     ติดกับทะเลจีนใต้

ทิศตะวันตก                       ติดกับทะเลจีนใต้

ทิศใต้                                ติดกับทะเลจีนใต้

 

ภูมิประเทศ     เกาะฮ่องกงมีขนาด 80.30 ตร.กม. เกาลูนมีขนาด 46.71 ตร.กม. และ New Territories และเกาะอื่น ๆ มีขนาดรวม 969.62 ตร.กม. เป็นแนวเขาทอดตัวยาวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปสู่ทิศใต้ที่ต่อจากจีน ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวเขาไม่เหมาะสำหรับการเกษตร ฮ่องกงมีแม่น้ำมากกว่า 200 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นแม่น้ำที่สั้นและไม่มีชื่อ แม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ Shing Mun, Lam Tsuen และ Tuen Mun

 

ภูมิอากาศ      อยู่ในเขตกึ่งเขตร้อน ฤดูร้อน (พ.ค.-ก.ย.) ฤดูมรสุม (ก.ค.-ก.ย.) ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-กลาง พ.ค.)   ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-ธ.ค.) และฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) อุณหภูมิเฉลี่ย 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 31 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 2,398 มม.

 

ศาสนา          ไม่มีศาสนาประจำชาติ แต่ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่นับถือพุทธนิกายมหายาน และลัทธิเต๋า 

 

ภาษา            จีนและอังกฤษเป็นภาษาราชการ ภาษาจีนกว่างตง 88.9% ภาษาจีนกลาง 1.9% ภาษาจีนท้องถิ่น 3.1% ภาษาอังกฤษ 4.3% และภาษาอื่น ๆ 1.9% 

 

การศึกษา     อัตราการรู้หนังสือ 97.1% (ปี 2568) ระบบการศึกษาของฮ่องกงได้รับการวางรากฐานจากการปกครองของสหราชอาณาจักร ที่ให้ความสำคัญกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการอ่าน กฎหมายกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย คือ ระดับประถมศึกษา 6 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 โรงเรียนระดับมัธยมศึกษามากกว่า 100 แห่งเริ่มใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน

 

วันชาติ        1 ต.ค. (วันชาติจีน)

นายจอห์น ลี

(John Lee)

(ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง)

ประชากร    7.499 ล้านคน (ต.ค.2568) ความหนาแน่น 7,046.6 คน/ตร.กม. ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีน 92% เชื้อสายอื่น 8% อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย ทั้งนี้ ชาวฮ่องกงมีอายุขัยเฉลี่ย 85.8 ปี (ปี 2568) ปัจจุบันเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) หรือมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ 23.7% โดยสำนักสำมะโนประชากรและสถิติฮ่องกง (Census and Statistics Department) คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น 2.74 ล้านคน คิดเป็น 36% ของจำนวนประชากรฮ่องกงทั้งหมดภายในปี 2589 หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปี 2568 ขณะที่อัตราการเกิดเมื่อปี 2568 ลดลงเหลือ 0.7% จาก 2% เมื่อปี 2565 ทั้งนี้ ประชากรฮ่องกงที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่อาศัยถาวรชาวจีนและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าฮ่องกงผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ Top Talent Pass Scheme เพื่อดึงดูดแรงงานที่มีศักยภาพสูง ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี 2565

การก่อตั้ง     หลังจากสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 เมื่อปี 2385 จีนส่งมอบเกาะฮ่องกงให้กับอังกฤษ และหลังจากสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2403 จีนส่งมอบเกาลูนให้กับอังกฤษตามอนุสัญญากรุงปักกิ่ง นอกจากนี้ จีนให้อังกฤษเช่าพื้นที่ New Territories และเกาะโดยรอบ 235 เกาะเป็นเวลา 99 ปี นับตั้งแต่ 1 ก.ค.2441 ภายหลังเกิดสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเมื่อปี 2480 ทำให้ชาวจีนอพยพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในฮ่องกงจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ชาวจีนในฮ่องกงลดลงเหลือ 650,000 คน จาก 1.9 ล้านคน ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จากปัญหาขาดแคลนอาหาร จากนั้นอังกฤษกลับมาจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเบา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้ชาวจีนอพยพกลับมาตั้งถิ่นฐานตามเดิม และเมื่อปี 2513 ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคเอเชีย หรือ “เสือของเอเชีย”

จีนและอังกฤษเริ่มเจรจาร่วมกันถึงอนาคตของฮ่องกง และออกแถลงการณ์ร่วม Sino-British Joint Declaration ว่าด้วยการส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีนใน 1 ก.ค.2540 ภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ”และจีนอนุมัติกฎหมายพื้นฐานหรือ Basic Law ให้กับฮ่องกงเมื่อปี 2533 เพื่อเป็นธรรมนูญสูงสุดในการบริหารฮ่องกง

การเมือง   ฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีน ตามที่ระบุในกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ฮ่องกงคืนสู่การปกครองของจีนเมื่อปี 2540 กฎหมายนี้ระบุให้ฮ่องกงธำรงไว้ซึ่งโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และสังคมเป็นระยะเวลาอีก 50 ปี (ปี 2540-2590) ภายใต้หลักการนี้ จีนให้อิสระแก่ฮ่องกงในการบริหารบ้านเมืองด้านต่าง ๆ ยกเว้นการต่างประเทศและการทหาร  

       ฮ่องกงมีตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ ได้แก่ 1) หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร ได้รับเลือกจากคณะกรรมการเลือกตั้ง และได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลจีน มีหน้าที่ในการบริหารประเทศ การแก้ไขกฎหมายพื้นฐาน การลงนามในกฎหมายหรืองบประมาณ การประกาศใช้กฎหมาย การกำหนดนโยบาย 2) คณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง มีสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ 21 คน และไม่เป็นทางการ 16 คน โดยคัดเลือกจากข้าราชการอาวุโส สมาชิกสภานิติบัญญัติ และบุคคลสาธารณะมีหน้าที่กำหนดนโยบายและให้คำปรึกษาด้านการบริหารประเทศแก่หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 3) สภานิติบัญญัติ มีสมาชิก 90 คน (เดิมมี 70 คน) ในจำนวนนี้มาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการเลือกตั้ง 40 คน ได้รับการเลือกตั้งตามท้องที่ 20 คน และคัดเลือกตามความเหมาะสมจากสาขาอาชีพต่าง ๆ อีก 30 คน สภานิติบัญญัติมีหน้าที่พิจารณาและร่างกฎหมาย อภิปรายในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของสาธารณะ อนุมัติงบประมาณและร่างกฎหมาย และถอดถอนผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา 4) สภาเขตฮ่องกง มีสมาชิก 479 คน (มาจากการเลือกตั้ง 452 ที่นั่ง และสมาชิกโดยตำแหน่ง 27 ที่นั่ง) ใน 18 พื้นที่ มีหน้าที่ส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการ วัฒนธรรมของชุมชน และให้คำแนะนำรัฐบาลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน และ 5) ผู้พิพากษาเป็นองค์กรอิสระจากสภานิติบัญญัติและคณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยฮ่องกงใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณี

เศรษฐกิจ

       ฮ่องกงเป็น 1 ในเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงมาจากการค้าต่างประเทศและการส่งออกบริการ ซึ่งภาคการบริการคิดเป็น 94% ของ GDP และฮ่องกงเป็นผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่อันดับ 8 ของโลก (ข้อมูลจากองค์การการค้าโลกปี 2567) โดยมีศักยภาพในการเป็นท่าเรือน้ำลึกสำหรับทำการค้ากับต่างประเทศ ด้วยสภาพภูมิศาสตร์เป็นเกาะและล้อมรอบด้วยทะเล นอกจากนี้ ฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ ทั้งเรื่องความโปร่งใส มาตรการที่เปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และมีการบูรณาการทางเศรษฐกิจกับจีนในระดับสูง ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเงิน กับทั้งเป็นจุดเชื่อมระหว่างตลาดจีนกับตลาดโลกภายใต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ ซึ่ง Fraser Institute ของแคนาดา จัดอันดับให้ฮ่องกงมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 1 ของโลกในปี 2567 จากทั้งหมด 165 เขตเศรษฐกิจ (ดีขึ้น 1 อันดับจากปี 2566) โดยการประเมินในด้านเสรีภาพการค้าระหว่างประเทศและด้านกฎระเบียบของฮ่องกงได้รับการจัดอันดับในระดับสูง รวมถึงอันดับด้านการเงินที่มั่นคง (Sound Money) เพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก

       แม้ฮ่องกงประสบปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง แต่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในเสถียรภาพของเศรษฐกิจฮ่องกง จากนโยบายการเคลื่อนย้ายทุนและการแลกเปลี่ยนเงินตราโดยเสรี ตลอดจนศักยภาพและเสถียรภาพทางการเงินและการคลังของฮ่องกง ซึ่งมีระบบการคลังที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น ฮ่องกงมีทุนสำรองระหว่างประเทศ 422,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สิ้น ก.ย.2567) ระบบธนาคารมีเงินทุนสูงด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Adequacy Ratio) ที่ 21% และเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงิน (Liquidity Coverage Ratio) ที่ 176.1% ในไตรมาสที่ 1/2567 บ่งชี้ว่าฮ่องกงยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เชื่อมกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (Linked Exchange Rate System-LERS)   ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2526 ซึ่งเป็นหลักประกันให้ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงยังมีเสถียรภาพที่อัตราแลกเปลี่ยน 7.75-7.85 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 

       ภาพรวมเศรษฐกิจฮ่องกงเติบโตในระดับปานกลาง โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 3.1% เมื่อไตรมาส 2/2568 เพิ่มจาก 3.0% เมื่อไตรมาส 1/2568 ซึ่งยังอยู่ในระดับเดียวกับการประเมินของรัฐบาลฮ่องกงที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2568 จะเติบโตที่ 2-3% โดยไตรมาส 3/2568 เหลือ 2.4% เนื่องจากพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลให้การส่งออกสินค้าชะลอตัวจากอุปสงค์ที่ลดลง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจฮ่องกงจะยังขยายตัวต่อไปในปี 2569 โดยมีแรงหนุนจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินและการเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area-GBA)

 

สกุลเงิน : ดอลลาร์ฮ่องกง (Hong Kong Dollar-HKD)

อัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐ : 1 ดอลลาร์ฮ่องกง : 0.13 ดอลลาร์สหรัฐ (ต.ค.2568)

อัตราแลกเปลี่ยนต่อบาท : 1 ดอลลาร์ฮ่องกง : 4.20 บาท (ต.ค.2568)

 

ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 101,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก.ค.2568) 

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 3.0% (ม.ค-ก.ย.2568) 

ดุลบัญชีเดินสะพัด : 47,728.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไตรมาส 3/2568)

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี : 46,770 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2568)

แรงงาน : 3,710,000 คน (ก.ย.2568)

อัตราการว่างงาน : 3.9% (ก.ค.-ก.ย.2568)

อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย : 1.1% (ส.ค.2568)

มูลค่าการส่งออก : 166,537 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ก.ย.2568)

สินค้าส่งออกสำคัญ : อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้สำนักงานและเครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ อุปกรณ์เครื่องเสียงและโทรคมนาคม เครื่องประดับอัญมณี และเสื้อผ้า (ต.ค.2568)

คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : จีน สหรัฐฯ สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทย มาเลเซียและอินเดีย (ก.ย.2568)

มูลค่าการนำเข้า : 61,776 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ต.ค.2568)

สินค้านำเข้าสำคัญ : อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้สำนักงานและเครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ อุปกรณ์เครื่องเสียงและโทรคมนาคม (ก.ย.2568)

คู่ค้านำเข้าที่สำคัญ : เวียดนาม อินเดีย จีน อินโดนีเซีย สหรัฐฯ เยอรมนี บราซิล มาเลเซีย ฝรั่งเศสและอิตาลี (ก.ย.2568)

       นายจอห์น ลี ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แถลงนโยบายปี 2568 เมื่อ 17 ก.ย.2568 กำหนดแนวทางสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมด้านนวัตกรรม และเพิ่มความสะดวกด้านการค้า การลงทุน โดยจะกำหนดมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศและเสริมความแข็งแกร่งของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินและการค้าระดับโลก ฮ่องกงยังคงได้รับประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจใกล้ชิด (CEPA)
ซึ่งส่งเสริมให้มีการยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากฮ่องกง เปิดเสรีภาคบริการ และมาตรการคุ้มครองการลงทุนที่เข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมุ่งเพิ่มการบูรณาการกับ GBA รวมถึงเซินเจิ้นและกวางโจว เพื่อเสริมบทบาทด้านการเงิน การค้า และการบริหารสินทรัพย์ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การทหาร    ฮ่องกงไม่มีกองทัพเป็นของตนเอง แต่มีกองกำลังของกองทัพจีนประจำการประมาณ 10,000-12,000 นาย อย่างไรก็ดี ฮ่องกงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 34,500 นาย ภารกิจครอบคลุมทั้งดับเพลิง จับกุมคนร้าย ตรวจคนเข้าเมือง และให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน โครงสร้างตำรวจฮ่องกงอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บัญชาการตำรวจ 1 นาย และรองผู้บัญชาการตำรวจ 2 นาย ซึ่งแบ่งหน้าที่รับผิดชอบด้านปฏิบัติการและการจัดการกองกำลัง

 

ตำรวจ

       โครงสร้างตำรวจฮ่องกงแบ่งเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายอาชญากรรมและความมั่นคง ฝ่ายกำลังพลและการฝึกซ้อม ฝ่ายการจัดการ และฝ่ายการเงินและการวางแผน ซึ่งกระจายทั่วพื้นที่สำคัญ 6 แห่ง คือ เกาะฮ่องกง เกาลูนตะวันออก เกาลูนตะวันตก New Territories เหนือ New Territories ใต้ และทะเล นอกจากนี้ ฮ่องกงมีตำรวจน้ำ (Marine Police) ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ทางน้ำ 1,651 ตร.กม. รอบฮ่องกงและเกาะขนาดเล็กจำนวน 261 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเฝ้าระวังทางชายฝั่ง ระบบเรดาร์ และบุคลากรที่มีศักยภาพสูง เพื่อรักษาความปลอดภัยการขนส่งนานาชาติและความปลอดภัยของท่าเรือ

 

ปัญหาด้านความมั่นคง

       ฮ่องกงยังคงเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น อัตราความยากจนเมื่อไตรมาส 1/2567 สูงถึง 20.2% หรือมีประชากรฮ่องกงอยู่ในภาวะยากจนมากกว่า 1.39 ล้านคน จำนวนครัวเรือนที่ยากจนเพิ่มเป็น 619,000 ครัวเรือน คิดเป็น 22.7% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนที่ยากจนที่สุด 10% ของฮ่องกง มีรายได้ 1,600 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อเดือน ลดลง 54.3% เมื่อเทียบกับห้วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขณะที่รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุด 10% ของฮ่องกงมีรายได้ 131,000 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อเดือน ทั้งนี้ ความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจของฮ่องกงที่ลดลง 6% เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เป็นผลจากความอ่อนแอของตลาดอสังหาริมทรัพย์และจำนวนพลเมืองที่อพยพออกจากฮ่องกงเพิ่มขึ้นในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ความสัมพันธ์ไทย-ฮ่องกง

       ฮ่องกงจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ ก.พ.2562 ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยกับฮ่องกง และช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการไปลงทุนในฮ่องกง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังสนับสนุนความร่วมมือและความเชื่อมโยงระหว่างกรอบความร่วมมือ GBA กรอบความร่วมมือในพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง และข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) 

       ฮ่องกงเป็นคู่ค้าอันดับ 12 และตลาดส่งออกอันดับ 9 ของไทยในห้วง ม.ค.-ก.ย.2568 โดยไทยส่งออกสินค้าไปยังฮ่องกงมูลค่า 12,964 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปี 2566 และนำเข้าสินค้าจากฮ่องกงเพิ่มขึ้น 1.7% สินค้าส่งออกที่สำคัญจากไทยไปฮ่องกง ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ และโทรศัพท์ ขณะที่สินค้านำเข้าหลักของไทย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องประดับอัญมณี เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และสินแร่โลหะอื่น ๆ

 

ข้อตกลงที่สำคัญ : อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย-ฮ่องกง (ปี 2548) ความตกลงการค้าเสรีฮ่องกง-อาเซียน (ปี 2562) และความตกลงด้านการลงทุนระหว่างฮ่องกง-อาเซียน (ปี 2562)

สถานการณ์สำคัญที่น่าติดตาม

1) การสนับสนุนประชาธิปไตยของชาวฮ่องกงที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ รวมถึงการช่วยเหลือให้นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยชาวฮ่องกงลี้ภัยทางการเมือง

2) ผลกระทบทางเศรษฐกิจในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินของโลก จากการบังคับใช้กฎหมายรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (Safeguarding National Security Bill) หรือกฎหมายมาตรา 23 ของธรรมนูญฮ่องกง (Basic Law) เพื่ออุดช่องว่างของกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับปี 2563 ด้วยการบัญญัติความผิดที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อความมั่นคงของชาติให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อาทิ ความผิดจากความร่วมมือกับต่างชาติเพื่อแทรกแซงและจารกรรม และการขยายอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดการกับการกระทำที่เป็นความท้าทายต่อการปกครอง โดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิตในความผิดฐานก่อกบฏและทรยศชาติ แม้กฎหมายดังกล่าวจะเอื้อต่อการรักษาเสถียรภาพของฮ่องกงในระยะยาว แต่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และถูกชาติตะวันตกวิจารณ์ว่าเป็นการลิดรอนเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน 

3) การบูรณาการเศรษฐกิจฮ่องกงเข้ากับเศรษฐกิจจีนภายใต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ 

4) นโยบายด้านเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับไทย เช่น การพัฒนา Smart City การเชื่อมโยงภายใต้ยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) การขยายความร่วมมือระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor-EEC) กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ GBA

5) การเลือกตั้งสภาผู้บริหารฮ่องกง ซึ่งจะจัดใน 7 ธ.ค.68 เนื่องจากมีสมาชิกระดับอาวุโส (อายุ 70 ปีขึ้นไป) รวมถึงนายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงคนปัจจุบันระบุว่าจะไม่ลงสมัครอีก

Gallery