วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 15 ก.ค.64 ว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ (The Uyghur Forced Labour Prevention Act) เมื่อ 14 ก.ค.64 ส่งผลให้สหรัฐฯ ไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน โดยกฎหมายดังกล่าวจะสร้างสมมุติฐานตั้งต้นว่าสินค้าที่ผลิตในเขตปกครองตนเองซินเจียงมาจากการบังคับใช้แรงงาน หากจะนำเข้าสินค้าจากพื้นที่นี้ผู้นำเข้าจะต้องพิสูจน์ว่าสินค้านั้นไม่ได้ผลิตจากการบังคับใช้แรงงาน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะหารือผ่านร่างกฎหมายนี้เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อใด

คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เตือนผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน Johnson & Johnson

สำนักข่าว NBC รายงานเมื่อ 13 ก.ค. 64 ว่า คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เตือนผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson (J&J) โดยอาจส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือ Guillain-Barré Syndrome ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตอ่อนแรงเฉียบพลัน ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคดังกล่าวจากการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 100 ราย ร้อยละ 95 ของผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย อย่างไรก็ดี บริษัทผู้ผลิตวัคซีน J&J ระบุว่า ผลข้างเคียงนี้เกิดขึ้นได้ยาก โดยเกิดขึ้นต่ำกว่าร้อยละ 0.001 และยังคงต้องศึกษาต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ มีการฉีดวัคซีน J&J นี้ในสหรัฐฯ แล้วประมาณ 12,800,000 โดส

ทางการไต้หวันลงนามกับภาคเอกชนที่จะเป็นตัวแทนซื้อวัคซีน COVID-19 เพิ่มเติม

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 10 ก.ค.64 โดยอ้างแถลงของมูลนิธิฉือจี้ (Tzu Chi Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมพุทธ ว่า มูลนิธิฉือจี้ได้ลงนามในข้อตกลงกับทางการไต้หวันเมื่อ 9 ก.ค.64 เพื่อเป็นตัวแทนของไต้หวันในการเจรจากับบริษัท BioNTech-Pfizer เพื่อซื้อวัคซีน Pfizer จำนวน 5 ล้านโดส โดยกล่าวเพิ่มเติมว่ามูลนิธิจะซื้อวัคซีนเพื่อบริจาคให้กับรัฐบาลเมื่อวัคซีนพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ เมื่อ 18 มิ.ย.64 ไต้หวันเคยลงนามในข้อตกลงกับบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) และมูลนิธิหยงหลินเพื่อการกุศลและการศึกษาของบริษัท Hon Hai Precision Industry Co. ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลเจรจาซื้อ Pfizer จำนวน 10 ล้านโดสแล้ว

จีนให้คำมั่นจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องบริษัทจีนจากการขึ้นบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

สำนักข่าว CGTN รายงานเมื่อ 9 ก.ค.64 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวโต้ตอบรายงานของ Reuters กรณีสหรัฐฯ จะเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนมากกว่า 10 บริษัทที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงในบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่า จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิ์อันชอบธรรมและผลประโยชน์ของบริษัทจีน นอกจากนี้ นายหวัง เหวินปิน ยังประณามสหรัฐฯ ว่า การขึ้นบัญชีดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบปรามอุตสาหกรรมจีนโดยใช้ข้ออ้างสิทธิมนุษยชนและพยายามแทรกแซงกิจการภายในจีน ทั้งนี้สหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับบริษัทผลิตโพลีซิลิคอนที่ใช้ในแผงโซล่าเซลล์ของจีนแล้ว 5 แห่งเมื่อเดือน มิ.ย.64

Joe Biden, Biden Chinese officials, Tibet human rights abuses, US elections 2020, donald trump, world news

สหรัฐฯ ขยายมาตรการสภาวะฉุกเฉินแห่งชาติต่อฮ่องกง

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 8 ก.ค.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 7 ก.ค.64 ว่า สหรัฐฯ ขยายการใช้มาตรการสภาวะฉุกเฉินต่อฮ่องกง ตามรัฐบัญญัติ (National Emergencies Act) โดยให้เหตุผลว่า การที่จีนแทรกแซงและควบคุมฮ่องกงอย่างเข้มงวดเป็นการบ่อนทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง และเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงกำหนดให้ฮ่องกงอยู่ภายใต้มาตรการสภาวะฉุกเฉิน ต่อไปตั้งแต่ 14 ก.ค.64 เป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากคำสั่งที่ประกาศใช้โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 14 ก.ค.63 สำหรับคำสั่งนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อหน่วยงานในต่างประเทศที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงสหรัฐฯ ด้านจีนไม่พอใจและประณามการขยายมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ โดยโจมตีว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ