อินโดนีเซียจะช่วยเหลือฝึกทักษะการใช้อาวุธแก่กำลังพลกัมพูชา

ถ้อยแถลงของนาย Krishnajie Partadiredja รักษาการอุปทูต ประจำ สอท.อินโดนีเซีย/กรุงพนมเปญ เมื่อ 17 ส.ค.69 ว่า ในปี 2569 อินโดนีเซียจะเน้นไปที่การฝึกอบรมทักษะกำลังพลทหารและตำรวจกัมพูชา ให้สามารถใช้งานอาวุธที่อินโดนีเซียจัดสรรให้ในห้วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะอย่างยิ่ง อาวุธปืนขนาดเล็กและกระสุนปืนจากบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านกลาโหมของอินโดนีเซีย PT Pindad มากกว่าการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ชุดใหม่ นอกจากนี้ นาย Partadiredja ยังระบุถึงความก้าวหน้าของความสัมพันธ์  ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงการเยือนกรุงจาการ์ตาของนายฮุน มานี รอง นรม.กัมพูชา มูลค่าการค้าระหว่างกันที่เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สาม รวมถึงการผลักดันให้เพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองสำคัญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เช่น พนมเปญ-จาการ์ตา พนมเปญ-บาหลี และเสียมราฐ-บาหลี

สหรัฐฯ ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินของสถาบันการศึกษากับหน่วยงานต่างชาติ

กห.สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 17 ส.ค.69 สั่งสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ 30 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์   มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์  มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส  มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก   และมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์  ให้ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินกับหน่วยงานต่างชาติบางแห่ง โดยเฉพาะจากจีน อิหร่าน และรัสเซีย รวมถึงสถาบันขงจื๊อ  ตาม Section 1286 ของกฎหมายงบประมาณกลาโหมประจำปี 2562  เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลกลาง โดยสหรัฐฯ มุ่งปกป้องงานวิจัยและเงินทุนด้านการวิจัยจากภาษีของชาวอเมริกัน รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องประเมินความเสี่ยงและจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงการยุติความร่วมมือกับหน่วยงานต่างชาติที่มีความเสี่ยง และต้องแจ้งต่อ กห.สหรัฐฯ ภายใน 31 ส.ค.69

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทไทยอาจแข็งค่าในระยะสั้น

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานความเห็นนักวิเคราะห์ ว่าการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.9 นับตั้งแต่ต้น ส.ค. 69 อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น เนื่องจาก ธปท.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ในการประชุม กนง. ใน 26 ส.ค. 69 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าสู่ระดับ 33.50 – 34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569 โดยภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง อีกทั้งไทยอาจเผชิญภาวะขาดดุลการค้าเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณปัญหาการขาดดุลแฝด (Twin Deficit) โดยเฉพาะการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

การค้าอาเซียน-จีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 ในครึ่งแรกของปี 2569

สำนักงานศุลกากรจีน (General Administration of Customs of China-GACC) ระบุว่า การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่า 4.34 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 643,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยสินค้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น มีมูลค่า 2.86 ล้านล้านหยวน (คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการค้ารวม) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่คุณค่าระหว่างอาเซียนกับจีนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การค้าระหว่างอาเซียนกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ทำสถิติสูงสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) รวมถึงการเชื่อมโยงด้านโครงข่ายคมนาคมระหว่างอาเซียน-จีน มีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนการค้าและการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ

เวียดนามมุ่งดึงดูด FDI คุณภาพสูงเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 ส.ค.69 อ้างนาย Nguyen Hoa Cuong รอง ผอ.สถาบันศึกษานโยบายและยุทธศาสตร์ สังกัดคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ว่า เวียดนามเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (green economy) โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการที่มีคุณภาพสูงและมีมูลค่า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสีเขียว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในห้วงปี 2569-2573 ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.-ก.ค.69 เวียดนามรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ปัจจุบันเวียดนามมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 425 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นเขตอุตสาหกรรมพหุประสงค์ 299 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 92,000 เฮกตาร์ (575,000 ไร่)

ประธานาธิบดีเมียนมาจะเยือนรัสเซีย

นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะพบกับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่จะยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการใน 18 ส.ค.69 เพื่อหารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือรอบด้าน สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศและภูมิภาค รวมถึงการลงนามข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันหลายฉบับ

ผู้นำรัสเซียชื่นชมพัฒนาการความสัมพันธ์กับอินโดนีเซีย

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เมื่อ 17 ส.ค.69 แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เนื่องในโอกาสวันประกาศอิสรภาพ พร้อมทั้งชื่นชมความสำเร็จของอินโดนีเซียในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนบทบาทของอินโดนีเซียในเวทีระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้กรอบความร่วมมือ BRICS+ และการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย เมื่อ 17-18 มิ.ย.69 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินชื่นชมความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียที่พัฒนาไปได้ด้วยดี โดยรัสเซียมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับอินโดนีเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งคาดหวังว่าประธานาธิบดีซูเบียนโต จะเข้าร่วมการประชุมนานาชาติด้านเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum – EEF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 1-4 ก.ย.69 ที่เมืองวลาดีวอสตอค รัสเซีย

รัสเซียและไทยจะหารือทวิภาคีในประเด็นเร่งด่วนที่กรุงมอสโก

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย พบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รอง นรม. และ รมว.กต.ไทย เมื่อ 14 ส.ค.69 ในประเด็นความร่วมมือเร่งด่วนในวาระการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) รัสเซีย-ไทย ระหว่าง 12-15 ส.ค.69 ที่ รมว.กต.ไทยจะเป็นประธานร่วม และทั้งสองฝ่ายมีแผนจะลงนามในแผนงานปี 2569 – 2571 สำหรับการหารือระหว่าง กต.รัสเซียกับ กต.ไทย นอกจากนี้ รมว.กต.ไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากบริษัทชั้นนำของไทย 6 แห่ง จะพบหารือกับนาย Alexander Novak รอง นรม.รัสเซีย นาย Alexey Chekunkov รมว.กระทรวงการพัฒนาตะวันออกไกลรัสเซีย นาย Bakytzhan Sagintayev ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซีย และนาย Ivan Demchenko ประธานสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทย ทั้งนี้ การประชุม JC รัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 9…

กัมพูชากระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับสหรัฐฯ

สมเด็จฯ​ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา ต้อนรับนาย Elbridge A. Colby ปลัด กห.สหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย เมื่อ 14 ส.ค.69 ที่ ชื่นชมความสัมพันธ์สหรัฐฯ-กัมพูชา ที่ก้าวหน้าอยู่บนพื้นฐานการเคารพอธิปไตยและผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน พร้อมระบุว่ากัมพูชาเป็นมิตรประเทศสำคัญ และสหรัฐฯ ให้คำมั่นจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหารและการป้องกันประเทศที่เข้มแข็งและลึกซึ้ง ด้าน นรม.กัมพูชา กล่าวพอใจต่อความสัมพันธ์ที่แนบแน่น เฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหารและการป้องกันประเทศ ยินดีที่การเตรียมฝึกร่วม รหัส Angkor Sentinel ในปี 2570 มีความคืบหน้า เนื่องจากไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพกัมพูชา แต่ยังเป็นโอกาสการเชื่อมต่อมิตรภาพระหว่างกำลังพลทั้งสองประเทศ  นรม.กัมพูชายังใช้โอกาสนี้บรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนด้านไทย และขอบคุณนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีบทบาทผลักดันการหารือในถ้อยแถลงร่วมการหยุดยิงระหว่างกัมพูชากับไทย เมื่อ 26 ต.ค.68 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย รวมถึงย้ำจุดยืนการแก้ไขปัญหาพิพาทเขตแดนอย่างสันติผ่านการเจรจาตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ลาวเร่งปรับปรุงกฎหมายการลงทุนเพื่อดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง

ผลการประชุมการส่งเสริมและบริหารจัดการการลงทุนแห่งชาติลาว ครั้งที่ 1 ระหว่าง 11-12 ส.ค.69 ซึ่งมีนายสอนไซ สีพันดอน นรม.ลาว เข้าร่วม และมีนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รอง นรม. และประธานคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารจัดการการลงทุนแห่งชาติ (IPMC) เป็นประธาน สรุปว่า ห้วง ม.ค.-ก.ค.69 ลาวอนุมัติโครงการลงทุนและสัมปทานแล้ว 34 โครงการ มูลค่า 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากเมื่อปี 2568 มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 พร้อมกับให้เร่งรัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส มีกระบวนการจัดการและติดตามที่เป็นมืออาชีพ รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของ IPMC ในฐานะหน่วยงานกลางเพื่อการประสานงานและพิจารณาอนุมัติการลงทุน ให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนห้วงปี 2569-2572 ที่ 409 ล้านกีบ หรือประมาณ 18,132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ