สื่อจีนโจมตีข้อตกลงการค้าดิจิทัลของสหรัฐฯ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 14 ก.ค. 64 ว่า สื่อต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลจีน โจมตีข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะจัดทำข้อตกลงการค้าดิจิทัลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยกล่าวหาว่าเป็นการรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ของบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมถึงเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการดำเนินธุรกิจ อีกด้วย อีกทั้งเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าว เป็นเครื่องมือของสหรัฐฯ เพื่อหาพันธมิตรในการแข่งขันกับอิทธิพลของจีนในด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเพิ่งเริ่มดำเนินการร่างเอกสารและหลายประเทศสนใจเข้าร่วม อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์

อินเดียพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 2 สายพันธุ์พร้อมกัน

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 12 ก.ค. 64 ว่า หญิงชาวเบลเยียมอายุ 90 ปี เสียชีวิตในอินเดียจากการติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์อัลฟาและเบตาพร้อมกัน โดยไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรค ผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขของอินเดียยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการติดเชื้อพร้อมกัน 2 สายพันธ์ุ และไม่ยืนยันว่าการติดเชื้อพร้อมกัน 2 สายพันธุ์จะส่งผลต่ออาการของผู้ป่วยอย่างไร แต่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจรับเชื้อ COVID-19 จากพาหะ 2 คนที่มีเชื้อต่างสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม บราซิลพบผู้ติดเขื้อในลักษณะเดียวกันจำนวน 2 ราย ในห้วง ม.ค.64 และคาดว่าอาจพบการติดเชื้อพร้อมกันหลายสายพันธุ์ได้ทั่วไป แต่ไม่สามารถระบุจำนวนได้เนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์การตรวจเชิงลึก

ชาวคิวบาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลกรณีกระจายวัคซีนโควิด-19 ล่าช้า

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 12 ก.ค.64 ว่า ชาวคิวบาจำนวนมากชุมนุมประท้วงรัฐบาลคิวบาที่แจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ล่าช้า และส่งผลให้เศรษฐกิจคิวบาตกต่ำ พร้อมทั้งเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย ขณะที่ประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ของคิวบากล่าวหาว่าสหรัฐฯ สนับสนุนการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการคว่ำบาตรคิวบา ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้เป็นการชุมนุมประท้วงรัฐบาลคิวบาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากคิวบาปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี 2508 และบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดยับยั้งไม่ให้ประชาชนชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล

ญี่ปุ่นมีแผนที่จะเสริมสร้างการป้องกันขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

สำนักข่าว NK News รายงานเมื่อ 12 ก.ค. 64 ว่า รายงานสมุดปกขาวของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุถึงการพัฒนาแสนยานุภาพของเกาหลีเหนือยังคงเป็นภัยคุกคามซึ่งหน้าต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น เนื่องจากเกาหลีเหนือพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และประเมินว่าขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออาจเอาชนะระบบป้องกันขีปนาวุธของประเทศใกล้เคียงอย่างเช่นญี่ปุ่นได้ ส่งผลให้ญี่ปุ่นวางแผนที่จะเสริมการป้องกันโดยการสร้างเรือที่ติดตั้งระบบ Aegis สองลำสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นกล่าวถึงเสถียรภาพของไต้หวันเป็นครั้งแรกในรายงานสมุดปกขาวประจำปี 2564

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 13 ก.ค.64 ว่า ญี่ปุ่นได้กล่าวถึงความสำคัญของเสถียรภาพรอบไต้หวันเป็นครั้งแรกในรายงานสมุดปกขาวประจำปี 2564 ซึ่งเผยแพร่ในวันเดียวกัน โดยระบุว่าเสถียรภาพรอบเกาะไต้หวันสำคัญต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นต้องให้ความสนใจในประเด็นดังกล่าวและมีความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นอยู่ห่างจากไต้หวันเพียง 110 กิโลเมตร อีกทั้งความตึงเครียดรอบไต้หวันได้เพิ่มขึ้นในห้วงที่ผ่านมาจากกิจกรรมทางทหารของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งสหรัฐฯ แสดงชัดเจนที่จะสนับสนุนไต้หวันทางการทหาร ขณะที่จีนไม่น่าจะประนีประนอมกับจุดยืนของสหรัฐฯ และมีความเป็นไปได้ที่การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะเกิดขึ้น

สหรัฐฯ เตือนบริษัทที่ทำธุรกิจในเขตปกครองตนเองซินเจียงให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยธรรม

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 14 ก.ค. 64 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตือนบริษัทที่มีฐานการผลิตและการลงทุนอยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน ว่าอาจเสี่ยงละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ เพราะเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิชาวอุยกูร์ โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนดำเนินนโยบายเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และละเมิดสิทธิมนุษยธรรมในค่ายกักกันชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โจเซฟ ไบเดน เพิ่มรายชื่อบริษัทจีน 14 บริษัทในบัญชีคว่ำบาตร จากข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายกักกัน โดยระบุว่า เป็นค่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวอุยกูร์

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 15 ก.ค.64 ว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ (The Uyghur Forced Labour Prevention Act) เมื่อ 14 ก.ค.64 ส่งผลให้สหรัฐฯ ไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน โดยกฎหมายดังกล่าวจะสร้างสมมุติฐานตั้งต้นว่าสินค้าที่ผลิตในเขตปกครองตนเองซินเจียงมาจากการบังคับใช้แรงงาน หากจะนำเข้าสินค้าจากพื้นที่นี้ผู้นำเข้าจะต้องพิสูจน์ว่าสินค้านั้นไม่ได้ผลิตจากการบังคับใช้แรงงาน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะหารือผ่านร่างกฎหมายนี้เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อใด

คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เตือนผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน Johnson & Johnson

สำนักข่าว NBC รายงานเมื่อ 13 ก.ค. 64 ว่า คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เตือนผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson (J&J) โดยอาจส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือ Guillain-Barré Syndrome ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตอ่อนแรงเฉียบพลัน ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคดังกล่าวจากการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 100 ราย ร้อยละ 95 ของผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย อย่างไรก็ดี บริษัทผู้ผลิตวัคซีน J&J ระบุว่า ผลข้างเคียงนี้เกิดขึ้นได้ยาก โดยเกิดขึ้นต่ำกว่าร้อยละ 0.001 และยังคงต้องศึกษาต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ มีการฉีดวัคซีน J&J นี้ในสหรัฐฯ แล้วประมาณ 12,800,000 โดส

ทางการไต้หวันลงนามกับภาคเอกชนที่จะเป็นตัวแทนซื้อวัคซีน COVID-19 เพิ่มเติม

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 10 ก.ค.64 โดยอ้างแถลงของมูลนิธิฉือจี้ (Tzu Chi Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมพุทธ ว่า มูลนิธิฉือจี้ได้ลงนามในข้อตกลงกับทางการไต้หวันเมื่อ 9 ก.ค.64 เพื่อเป็นตัวแทนของไต้หวันในการเจรจากับบริษัท BioNTech-Pfizer เพื่อซื้อวัคซีน Pfizer จำนวน 5 ล้านโดส โดยกล่าวเพิ่มเติมว่ามูลนิธิจะซื้อวัคซีนเพื่อบริจาคให้กับรัฐบาลเมื่อวัคซีนพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ เมื่อ 18 มิ.ย.64 ไต้หวันเคยลงนามในข้อตกลงกับบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) และมูลนิธิหยงหลินเพื่อการกุศลและการศึกษาของบริษัท Hon Hai Precision Industry Co. ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลเจรจาซื้อ Pfizer จำนวน 10 ล้านโดสแล้ว

จีนให้คำมั่นจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องบริษัทจีนจากการขึ้นบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

สำนักข่าว CGTN รายงานเมื่อ 9 ก.ค.64 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวโต้ตอบรายงานของ Reuters กรณีสหรัฐฯ จะเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนมากกว่า 10 บริษัทที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงในบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่า จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิ์อันชอบธรรมและผลประโยชน์ของบริษัทจีน นอกจากนี้ นายหวัง เหวินปิน ยังประณามสหรัฐฯ ว่า การขึ้นบัญชีดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบปรามอุตสาหกรรมจีนโดยใช้ข้ออ้างสิทธิมนุษยชนและพยายามแทรกแซงกิจการภายในจีน ทั้งนี้สหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับบริษัทผลิตโพลีซิลิคอนที่ใช้ในแผงโซล่าเซลล์ของจีนแล้ว 5 แห่งเมื่อเดือน มิ.ย.64