Joe Biden, Biden Chinese officials, Tibet human rights abuses, US elections 2020, donald trump, world news

สหรัฐฯ ขยายมาตรการสภาวะฉุกเฉินแห่งชาติต่อฮ่องกง

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 8 ก.ค.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 7 ก.ค.64 ว่า สหรัฐฯ ขยายการใช้มาตรการสภาวะฉุกเฉินต่อฮ่องกง ตามรัฐบัญญัติ (National Emergencies Act) โดยให้เหตุผลว่า การที่จีนแทรกแซงและควบคุมฮ่องกงอย่างเข้มงวดเป็นการบ่อนทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง และเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงกำหนดให้ฮ่องกงอยู่ภายใต้มาตรการสภาวะฉุกเฉิน ต่อไปตั้งแต่ 14 ก.ค.64 เป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากคำสั่งที่ประกาศใช้โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 14 ก.ค.63 สำหรับคำสั่งนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อหน่วยงานในต่างประเทศที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงสหรัฐฯ ด้านจีนไม่พอใจและประณามการขยายมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ โดยโจมตีว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ปะการังฟอกขาว ใกล้ตัวกว่าที่คิด เมื่อทะเลเสียสมดุล แหล่งอาหารหลายร้อยล้านชีวิตจะหายไปด้วย

ปะการังฟอกขาวกับความมั่นคงทางการเมืองและนโยบายพลังงานของรัฐบาลออสเตรเลีย

รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบมากกว่าเรื่องระบบนิเวศ คือ ปัญหาแนวปะการังใน The Great Barrier Reef ซึ่งเป็นแนวปะการังยาว 2,300 กิโลเมตร และตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของท้องทะเลออสเตรเลีย กำลังเผชิญภาวะปะการังฟอกขาว จนทำให้ระบบนิเวศทางทะเลเสียสมดุล ปัญหาดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะแนวปะการัง The Great Barrier Reef เป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก   สาเหตุหลักของภาวะปะการังฟอกขาว หรือปะการังมีสีซีดจาง มาจากการที่อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพราะโลกร้อน ทำให้สาหร่ายขนาดเล็กที่อยู่ในปะการังไม่เติบโต ปะการังจึงสูญเสียเนื้อเยื่อและกลายเป็นสีขาว   ปัญหาปะการังฟอกขาวได้รับความสนใจจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ กลุ่ม Greenpeace รวมทั้งรัฐบาลออสเตรเลียมาตลอดระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สถาบันวิจัย ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies ระบุเมื่อ ต.ค.63 ว่าปะการังได้รับความเสียหายไปมากกว่าร้อยละ 50 จนทำให้องค์การ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization…

มหกรรมฟุตบอลยูโร : คุณูปการของฟุตบอลต่อกระบวนการบูรณาการสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปคือสัญลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดของความพยายามสลายความเป็นรัฐชาติ การที่รัฐชาติในทวีปยุโรปหลายสิบรัฐยินยอมสละอำนาจอธิปไตยบางส่วนให้กับองค์กรเหนือรัฐ (supranational organization) อย่างสหภาพยุโรป เป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการพอสมควรถ้าพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของยุโรปที่ต่อยตีมีสงครามกันเองไม่เว้นว่างเพื่อรักษาไว้หรือขยายอำนาจของรัฐชาติ คำอธิบายอย่างหนึ่งก็คือประสบการณ์เลวร้ายจากภัยสงครามนั่นแหละที่ทำให้ชาวยุโรปเข็ดหลาบ โดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศยุโรปตีกันนัวเนีย จนยุโรปบอบช้ำทุกประเทศและศูนย์กลางอำนาจการเมืองโลกย้ายข้ามมหาสมุทรไปยังสหรัฐฯ ความเข็ดหลาบนั้นทำให้ชาวยุโรปอยากจะป้องกันไม่ให้มีสงครามแย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นอีก ด้วยการสร้างยุโรปที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเริ่มต้นด้วยการร่วมกันก่อตั้ง “ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป” เมื่อปี 2494 ให้เป็นเวทีสำหรับประเทศคู่ขัดแย้งสำคัญอย่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีมารวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันให้จบ ๆ ไปจะได้ไม่ต้องลุกมาทำสงครามกันอีก และบูรณาการเรื่อยมาจนเป็นหนึ่งเดียวกันในแทบทุกมิติในลักษณะของสหภาพยุโรปในตอนนี้   แต่ภาพอนาคตของสหภาพยุโรปก็ไม่ได้ราบรื่นนัก ศัตรูอันดับ 1 ตลอดกาลของสหภาพยุโรปไม่ได้มีตัวตนที่มองเห็นในเชิงกายภาพ หากแต่คือแนวคิดเรื่อง “รัฐชาติ” ที่องค์กรเหนือรัฐอย่างสหภาพยุโรปไปยึดเอาอำนาจบางส่วนมาเป็นของตัวเอง สหภาพยุโรปผ่านกระบวนการบูรณาการที่ยาวนาน จนขยายตัวทั้งในมิติของความกว้างที่ขยายจำนวนสมาชิกเป็น 27 ประเทศ และมิติของความลึกที่ประเทศสมาชิกรวมตัวเป็นสหภาพเดียวกันทั้งทางการค้า การเงิน และการเมือง แต่ก็ไม่ใช่ว่าการต่อสู้กับแนวคิดเรื่องรัฐชาติจะสิ้นสุดลงแล้ว แนวคิดเรื่องรัฐชาติยังเข้มแข็งในส่วนอื่นของโลก (หลายสิบปีผ่านไป ยังไม่มีภูมิภาคไหนในโลกที่รัฐชาติยอมสละอำนาจตัวเองในระดับเดียวกับยุโรป) ส่วนในสหภาพยุโรปก็โดนสั่นคลอนเช่นกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการถอนตัวของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่ก็มีสาเหตุสำคัญจากลัทธิชาตินิยมที่หวงแหนความเป็นรัฐชาติ   เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้สหภาพยุโรปไม่สามารถเอาชนะแนวคิดเรื่องรัฐชาติได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มาจากการที่รัฐชาติมีจุดแข็งคือ“อัตลักษณ์ของคนในชาติ” กระบวนการสร้างสิ่งที่ไม่มีตัวตนอย่างรัฐชาติให้มีตัวตนขึ้นมาและจับต้องได้จริง ๆ จะต้องมีการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกันที่สัมผัสแล้วรู้ทันทีว่านี่คือพวกเดียวกัน อัตลักษณ์ที่ว่ามีหลากหลาย เช่น ภาษา ดนตรี อาหาร…

ญี่ปุ่น

แถลงเมื่อ 18 ก.ค.64 พบนักกีฬาโอลิมปิก 2 คน มีผลตรวจเชื้อ COVID-19 เป็นบวก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบการติดเชื้อในหมู่บ้านนักกีฬา

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 16 ก.ค.64 เริ่มการจัดส่งวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บ.Pfizer บ.Moderna และ บ.Johnson&Johnson รวม 25 ล้านโดส ไปยังแอฟริกา ผ่านโครงการ COVAX

สิงคโปร์

ระบุเมื่อ 16 ก.ค.64 สั่งปิดสถานบังเทิงที่เปลี่ยนมาจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในเวลากลางวันตั้งแต่ 16-30 ก.ค.64 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบประมาณ 400 แห่ง

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 16 ก.ค.64 เร่งกระจายวัคซีน AstraZeneca ให้ร้านขายยาในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เพื่อให้ประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด และประกาศเมื่อ 17 ก.ค.64 สั่งปิดกิจการและธุรกิจที่ไม่จำเป็นในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ หลังจากผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้บังคับใช้มาตรการ Lockdown แล้ว 3 สัปดาห์