กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า การฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เป็นการตัดสินใจระดับพันธมิตร

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้กรณีนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน แสดงท่าทีคัดค้านการฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ใน ส.ค.64 ระหว่างการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) เมื่อ 6 ส.ค.64 และระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่สร้างสรรค์ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ละเว้นการสร้างความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ นั้น กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้มองว่า ท่าทีของจีนเป็นท่าทีผิดแปลก เนื่องจากประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจว่า การฝึกซ้อมดังกล่าวมีรูปแบบตั้งรับ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และไม่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศใด ซึ่งรวมถึงเกาหลีเหนือ และการจัดฝึกซ้อมรบร่วมเป็นการตัดสินใจระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ในระดับพันธมิตร โดย กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จะวิเคราะห์เบื้องหลังและเจตนาของถ้อยแถลงของนายหวัง อี้ ด้านนาย An Kwang-il เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ/จาการ์ตา ผู้แทนเกาหลีเหนือในที่ประชุมดังกล่าวก็ไม่ระบุถึงการฝึกซ้อมรบร่วม เพียงย้ำว่าเกาหลีเหนือมุ่งหวังให้คาบสมุทรเกาหลีมีสันติภาพและความมั่นคง

สหรัฐฯ เผชิญความท้าทายในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านมากขึ้น

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนเผชิญความท้าทายในการเจรจากับอิหร่านเพื่อกลับเข้าเป็นสมาชิกข้อตกลงนิวเคลียร์ (Joint Comprehensive Plan of Action-JCPOA) เนื่องจากความขัดแย้งล่าสุดจากกรณีสหรัฐฯ และบางประเทศเชื่อว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งอ่าวโอมานเมื่อปลาย ก.ค.64 ทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก ประกอบกับผู้นำรัฐบาลอิหร่านคนใหม่มีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม และมีท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเจรจากับอิหร่าน รวมทั้งทำให้การดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเน้นความร่วมมือพหุภาคีของประธานาธิบดีไบเดนไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และยังไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับการหารือครั้งต่อไป

ลาวรับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บริษัท Sinopharm จำนวน 1 ล้านโดส จากจีน

เว็บไซต์ สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 8 ส.ค.64 ว่า นายบุนแฝง พูมมะไลสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาว และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตจีน/นครหลวงเวียงจันทน์ เข้าร่วมพิธีมอบ-รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บริษัท Sinopharm จำนวน 1 ล้านโดส ที่สนามบินนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 7 ส.ค.64 โดยวัคซีนจำนวนดังกล่าวเป็นความช่วยเหลือของจีน เพื่อให้ลาวสามารถบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้กับประชาชนร้อยละ 50 ภายในปี 2564 ทั้งนี้ ปัจจุบันลาวได้รับวัคซีนจากมิตรประเทศและโครงการ COVAX แล้ว 5.2 ล้านโดส

ซาอุดีอาระเบียยังไม่อนุมัติรับรองวัคซีน Sinopharm และ Sinovac อย่างเป็นทางการ

นาย Mohammed al-Abd al-Ali โฆษกกระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย แถลงเมื่อ 8 ส.ค.64 ปฏิเสธข่าวลือที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ซาอุดีอาระเบียอนุมัติและรับรองวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของบริษัท Sinopharm และบริษัท Sinovac จากจีน อย่างเป็นทางการแล้ว โดยยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย ยังไม่ได้อนุมัติและรับรองวัคซีน Sinopharm และ Sinovac อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการอนุญาตและกำหนดให้พลเมืองและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในซาอุดีอาระเบียและได้รับวัคซีน Sinopharm หรือ Sinovac ของจีนครบสองเข็มมาก่อนเดินทางกลับซาอุดีอาระเบีย สามารถรับวัคซีนที่ กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย อนุมัติและรับรองเป็นวัคซีนเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ และการอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าสำหรับการเดินทางมาประกอบพิธีอุมเราะฮ์ (แสวงบุญ) เดินทางเข้าซาอุดีอาระเบียได้ตั้งแต่ 1 ส.ค.64 โดยกำหนดเงื่อนไขว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้แสวงบุญต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ยี่ห้อและครบจำนวนเข็ม ที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียอนุมัติและรับรอง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้แสวงบุญที่ฉีดวัคซีน Sinopharm หรือ Sinovac ครบสองเข็ม และได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยใช้วัคซีนยี่ห้อที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียอนุมัติและรับรอง จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าซาอุดีอาระเบียได้ ทั้งนี้ วัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย อนุมัติและรับรองอย่างเป็นทางการ ยังมีเพียง…

ออสเตรเลียจะเป็นแหล่งทดลองวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Moderna ในเด็กเล็ก

สำนักข่าว ABC News รายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า บริษัท Moderna มีแผนทดลองใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 กับเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน-12 ปี จำนวน 6,000 คน ในสหรัฐฯ แคนาดาและออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ทางการออสเตรเลียแถลงว่า ยังไม่ได้รับเอกสารขออนุมัติการทดลองอย่างเป็นทางการจากบริษัท Moderna ซึ่งต้องขออนุญาตผ่านองค์การเกี่ยวกับการบำบัดโรคของออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration-TGA) ในวันเดียวกัน นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงว่า TGA อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Moderna ในออสเตรเลียกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นการอนุมัติวัคซีนเพิ่มเติมจากวัคซีนของบริษัท AstraZeneca และ Pfizer ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียทำข้อตกลงซื้อวัคซีนของบริษัท Moderna จำนวน 25 ล้านโดส โดยปี 2564 จะได้รับ 10…