จีนปฏิเสธคำร้องของ WHO ที่จะสอบสวนต้นตอโรค COVID-19 ระยะที่ 2

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานอ้าง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า จีนปฏิเสธคำร้องข้อขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จะรื้อฟื้นการสอบสวนต้นตอของโรค COVID-19 อีกครั้ง โดยจีนสนับสนุนการศึกษาวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว และยืนยันว่าการสอบสวนในระยะที่ 1 เมื่อ ม.ค.64 บ่งชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่กระจายจากค้างคาวมาสู่คนน่าจะเป็นข้อสรุปที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ส่วนข้อสันนิษฐานว่าเชื้อไวรัสอาจหลุดมาโดยบังเอิญจากสถาบันวิจัยจุลชีววิทยาแห่งนครอู่ฮั่นไม่น่าจะเป็นไปได้ รวมทั้งเห็นว่าความพยายามที่จะรื้อฟื้นการสอบสวนเรื่องดังกล่าวขึ้นมาใหม่เป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อกดดันจีนให้รับผิดชอบการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

ลาวพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 305 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 9,668 คน

เว็บไซต์สำนักข่าว Laotian Times รายงานอ้างประกาศของคณะกรรมการเฉพาะกิจป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของลาว เมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า ลาวพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 305 คน หลังจากดำเนินการตรวจหาเชื้อในประชาชนในห้วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจำนวน 2,918 คน แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อกรณีนำเข้า 285 คน ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ 129 คน แขวงสะหวันนะเขต 66 คน แขวงจำปาสัก 56 คน แขวงคำม่วน 19 คน แขวงสาละวัน 13 คน แขวงบ่อแก้ว 1 คน และแขวงบอลิคำไซ 1 คน และพบผู้ติดเชื้อในชุมชนจำนวน 20 คน ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ 7 คน แขวงบ่อแก้ว 6…

เกาหลีใต้สนับสนุนการใช้วัคซีน COVID-19 ของบริษัท AstraZeneca กับประชาชนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป

สำนักข่าว ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 13 ส.ค.64 อ้างสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้ (Korea Disease Control and Prevention Agency-KDCA) ว่า เกาหลีใต้เริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 ของบริษัท AstraZeneca ให้แก่ผู้มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพื่อใช้ประโยชน์วัคซีนสูงสุด หลังมีการทำลายวัคซีนที่หมดอายุเพราะประชาชนบางส่วนไม่เข้ารับวัคซีนตามนัดหมาย ที่ผ่านมาประชาชนที่สามารถรับการฉีดวัคซีนของบริษัท AstraZeneca ต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีความกังวลต่ออาการลิ่มเลือดอุดตันในผู้มีอายุต่ำกว่า 50 ปี ทั้งนี้ เกาหลีใต้เริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 ให้แก่ประชาชนตั้งแต่ปลาย ก.พ.64 โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกจำนวน 21.98 ล้านคน หรือร้อยละ 42.8 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม จำนวน 8.93 ล้านคน หรือร้อยละ 17.4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายให้ประชาชนจำนวน 36 ล้านคน หรือร้อยละ…

ปากีสถานกล่าวหาอัฟกานิสถานและอินเดียว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ทำให้คนงานจีนเสียชีวิต

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า นาย Shah Mehmood Qureshi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานกล่าวหาอัฟกานิสถานและอินเดียว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ทำให้คนงานชาวจีนเสียชีวิตเมื่อ 14 ก.ค.64 โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานระบุว่าเป็นการกระทำของสมาชิกกลุ่ม Tehreek-e-Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งได้รับการอนุมัติแผนการจากหน่วยข่าวกรองอัฟกานิสถาน (NSD) และหน่วยข่าวกรองอินเดีย (RAW) อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาต่ออัฟกานิสถานและอินเดียดังกล่าว ขณะที่อินเดียตอบโต้ว่าเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ปราศจากข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันจีนแสดงความขอบคุณปากีสถานที่ดำเนินการสืบสวนอย่างจริงจังและมีแผนจะส่ง เจ้าหน้าที่ไปยังปากีสถานเพื่อร่วมสืบสวน

กลุ่มตอลิบันยึดครองพื้นที่ประมาณร้อยละ 65 ของอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 11 ส.ค.64 ว่า ปัจจุบัน (ข้อมูลถึง 11 ส.ค.64) กลุ่มตอลิบันยึดครองพื้นที่ประมาณร้อยละ 65 ของอัฟกานิสถาน ขณะที่กองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถานมีทหารที่กำลังสู้รบกับกลุ่มตอลิบันประมาณ 75,000 นาย แต่ขีดความสามารถในการสู้รบมีจำกัดหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ และกองกำลังนานาชาติจากเนโตถอนกำลังทหาร อย่างไรก็ตามรัฐบาลอัฟกานิสถานมีทหารประจำการประมาณ 180,000 นาย แต่ส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์ในการรบ นอกจากนี้ กองทัพอากาศอัฟกานิสถานยังไม่สามารถสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศให้กับกองกำลังภาคพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากปัญหาการขนส่งอาวุธ ยุทโธปกรณ์

กลุ่มตอลิบันอ้างว่ายังไม่ล้มเลิกการเจรจาแม้ว่าการสู้รบกับรัฐบาลอัฟกานิสถานรุนแรงขึ้น

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า ผู้แทนของกลุ่มตอลิบันอ้างว่ากลุ่มตอลิบันยังคงต้องการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลอัฟกานิสถานต่อไปแม้ว่าการสู้รบกับรัฐบาลอัฟกานิสถานรุนแรงขึ้น โดยใช้เวทีการเจรจาที่กรุงโดฮา กาตาร์ อย่างไรก็ตาม ผู้แทนรัฐบาลอัฟกานิสถานในกรุงโดฮา กาตาร์ ระบุว่ารัฐบาลอัฟกานิสถานต้องการตัวกลางในการเจรจา เนื่องจากกลุ่มตอลิบันไม่ได้แสดงความต้องการเจรจาสันติภาพอย่างจริงจังและต้องการใช้ความรุนแรงเพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศควรช่วยกันกดดันกลุ่มตอลิบันให้จริงจังในการเจรจาสันติภาพ

สเปนเริ่มทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ที่พัฒนาและผลิตเอง

สำนักข่าว France24 รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า สำนักงานยาและเวชภัณฑ์ของสเปน (AEMPS) อนุมัติการทดลองทางคลินิกรอบแรกของวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 PHH-1V ที่พัฒนาโดยบริษัทHIPRA ซึ่งเป็น บริษัทยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ในแคว้นกาตาลุญญา การทดลองรอบแรกจะทดสอบความปลอดภัยและความทนทานของวัคซีนเป็นหลัก โดยจะแบ่งอาสาสมัคร อายุ 18-39 ปี ออกเป็นสองกลุ่มและรับวัคซีนต่างชนิดกัน รวมสองโดส เพื่อทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและประสิทธิภาพของวัคซีน ทั้งนี้ วัคซีน PHH-1V พัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีของวัคซีนของ บริษัทNovavax และ บริษัทSanofi ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส โดยวัคซีน PHH-1V ใช้โปรตีนจากเชื้อกลายพันธุ์สองชนิด ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนหนามของเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งหากการทดลองทางคลินิกประสบความสำเร็จตามแผน บริษัทHIPRA จะเริ่มผลิตวัคซีนภายใน ต.ค.64 และจำหน่ายภายในปี 2564 โดยตั้งเป้าผลิตวัคซีน 400 ล้านโดสในปี 2565 และ 1,200 ล้านโดสในปี 2566

WHO เตรียมทดสอบยาสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 เพิ่มเติม 3 ชนิด

สำนักข่าว ซินหัว รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ร่วมกับนักวิจัยกว่า 1,000 รายจากโรงพยาบาลกว่า 600 แห่งใน 52 ประเทศ เตรียมทดสอบยาสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มเติมอีก 3 ชนิด ได้แก่ ยาอาร์ทีซูเนต (artesunate) ซึ่งเป็นยาต้านมาลาเรีย ยาอิมมาตินิบ (imatinib) ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง และยาอินฟลิซิแมบ (infliximab) ที่ใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคโครห์นและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เพื่อเร่งหาวิธีการรักษาโรค COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยทั่วโลก ทั้งนี้ WHO เร่งทดสอบยาเพื่อใช้ในการรักษาโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ พบว่ายา 4 ชนิดที่ WHO ทดสอบ ได้แก่ ยาเรมเดซิเวียร์  ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ยาโลพินาเวียร์ และยาอินเทอร์เฟอรอน มีประสิทธิภาพน้อยหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยโรค…

สหรัฐฯ บริจาควัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ 15 ประเทศสมาชิกประชาคมและตลาดร่วมแคริบเบียน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแถลงเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯบริจาควัคซีนป้องกันโรค COVID-19 จำนวน 5.5 ล้านโดสให้ 15 ประเทศสมาชิกประชาคมและตลาดร่วมแคริบเบียน (Caribbean Community-CARICOM) พร้อมทั้งระบุว่า สหรัฐฯ ยินดีที่ได้เป็นหุ้นส่วนและร่วมมือกับประเทศ CARICOM ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 รวมทั้งประกาศว่าสหรัฐฯ จะบริจาควัคซีนให้ประเทศ CARICOM เพิ่ม ทั้งนี้ การบริจาควัคซีนดังกล่าวเป็นไปตามเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่จะยุติการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก เพื่อป้องกันการกลายพันธุ์ของเชื้อโรค และเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของประชาชน และให้เศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวได้

สหรัฐฯ ส่งทหารอเมริกันไปช่วยเหลือปฏิบัติการอพยพเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ออกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/คาบูล อัฟกานิสถาน

หนังสือพิมพ์ วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ออกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/คาบูล อัฟกานิสถาน โดยปัจจุบันสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่การทูต ลูกจ้าง และลูกจ้างท้องถิ่นที่ทำงานในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/คาบูลและท่าอากาศยานนานาชาติ Hamid Karzai จำนวนรวมประมาณ 5,000 คน ทั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องส่งทหารอเมริกันประมาณ 8,000 นาย ไปสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว โดยทหารอเมริกันประมาณ 3,000 นาย จะช่วยเหลือการอพยพในอัฟกานิสถานเพื่อให้ปลอดภัย และไม่ให้เจ้าหน้าที่การทูตสหรัฐฯ ตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานที่กำลังขยายอิทธิพลและบุกยึดเมืองสำคัญในอัฟกานิสถาน ส่วนทหารอเมริกันอีก 1,000 นาย จะประจำการในกาตาร์ และอีก 4,000 นายจะประจำการในคูเวต