ญี่ปุ่นพบไวรัสโคโรนาชนิดกลายพันธุ์ใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศ

สำนักข่าวNHK รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า มหาวิทยาลัยการแพทย์และทันตกรรมแห่งกรุงโตเกียว ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดกลายพันธุ์ใหม่ N501S เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น มีลักษณะคล้ายกับการกลายพันธุ์ในไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อัลฟาหรือ N501Y ในสหราชอาณาจักร โดยจากฐานข้อมูล GISAID (Global Initiative on Sharing All Influenza Data) ณ 27 ส.ค. 64 มีผู้ติดเชื้อไวรัส N501S ในญี่ปุ่น 8 ราย ทั้งหมดไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งทีมผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อของมหาวิทยาลัยฯ กำลังศึกษา ติดตามการเปลี่ยนแปลง และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมว่าไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้จะมีความรุนแรงหรือมีอัตราการแพร่กระจายเชื้อที่มากกว่าไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่กำลังระบาดในญี่ปุ่นหรือไม่

FBI รายงานว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชังในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อปี 2563

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 อ้างรายงานของ สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation-FBI) ว่า จำนวนอาชญากรรมจากความเกลียดชังในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อปี 2563 สูงสุดในรอบ 11 ปี ส่วนมากเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 การเหยียดเชื้อชาติ และเหยียดสีผิว โดยอาชญากรรมและความรุนแรงที่เกิดจากการเหยียดสีผิวเพิ่มร้อยละ 40 จากการเหยียดคนเอเชียเพิ่มร้อยละ 70 และจากการเหยียดคนผิวขาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 อย่างไรก็ดี อาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวยิวและชาวมุสลิมลดลงร้อยละ 30 และร้อยละ 42 ตามลำดับ ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมจากความเกลียดชัง โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการฝึกเจ้าหน้าที่และเพิ่มช่องทางการรายงานเหตุความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

สหรัฐฯ เสร็จสิ้นปฏิบัติการถอนทหารและยุทโธปกรณ์ออกจากอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 อ้าง พลเอกแฟรงค์ แม็คเคนซีย์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ถอนทหารและยุทโธปกรณ์ออกจากอัฟกานิสถานเสร็จตามกำหนดการใน 31 ส.ค.64 ซึ่งเป็นการยุติสงครามที่ยาวนาน 20 ปีของสหรัฐฯ  พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ยุติปฏิบัติการอพยพพลเมืองและนักการทูตอเมริกัน ชาวต่างชาติ และชาวอัฟกันออกจากพื้นที่ ด้านประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน กล่าวขอบคุณทหารอเมริกันที่ปฏิบัติการอพยพคนออกจากพื้นที่ในห้วงที่อันตราย โดยสหรัฐฯ สามารถอพยพคนออกจากคาบูล อัฟกานิสถานกว่า 122,000 คน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีชาวอเมริกันที่ต้องการออกจากคาบูลเหลืออยู่ ส่วนภารกิจด้านการทูตของสหรัฐฯ จะย้ายจากคาบูลไปยังโดฮา กาตาร์

UNSC มีมติเรียกร้องกลุ่มตอลิบันให้ต่อต้านการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน

เว็บไซต์ข่าวองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) มีมติเรียกร้องกลุ่มตอลิบันให้ความสำคัญกับการต่อต้านการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน และสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อาทิ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการออกจากอัฟกานิสถาน อนุญาตให้ประชาคมระหว่างประเทศสามารถส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังอัฟกานิสถาน และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เฉพาะอย่างยิ่งต่อสตรีและเด็ก นอกจากนี้ UNSC ยังประณามการก่อเหตุระเบิดรุนแรง บริเวณสนามบินนานาชาติ Hamid Karzai ในกรุงคาบูล เมื่อ 26 ส.ค.64 โดยกลุ่ม IS สาขาจังหวัดโคราซาน (Islamic State of Iraq and the Levant – Khorasan Province-ISKP) ออกมาอ้างความรับผิดชอบ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 200 ราย ทั้งนี้ มติดังกล่าวเสนอโดยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้รับการลงคะแนนเสียงข้างมาก 13…

สิงคโปร์ให้ออสเตรเลียยืมวัคซีนไฟเซอร์ 500,000 โดส

นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 31 ส.ค.64   ว่า สิงคโปร์บรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีน COVID-19  โดยสิงคโปร์จะส่งมอบวัคซีนของ บริษัทPfizer-BioNTech จำนวน 500,000 โดส  ให้ออสเตรเลียภายในสัปดาห์นี้  และออสเตรเลียจะส่งคืนวัคซีนชนิดเดียวกันภายใน ธ.ค.64 ซึ่งสิงคโปร์จะใช้สำหรับเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นในห้วงดังกล่าว    นายกรัฐมนตรีลี ระบุด้วยว่า การแลกเปลี่ยนวัคซีนเป็นอีกตัวอย่างของความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยสิงคโปร์ยินดีที่จะสนับสนุนการฉีดวัคซีนให้ออสเตรเลีย และ ประเทศต่าง ๆ จะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าสู่วิถีปกติใหม่ อนึ่ง การทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีนดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากสิงคโปร์มีความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีนสองเข็มในอัตราสูงมากกว่าร้อยละ 80 ของประชากร และเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการสาธารณสุขเพื่อทยอยเปิดประเทศตั้งแต่ต้น ก.ย.64

เมียนมา-จีนเปิดทำการเส้นทางรถไฟสายใหม่ที่เชื่อมจีนกับชายแดนเมียนมา

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า เมียนมากับจีนจัดพิธีเปิดทำการเส้นทางรถไฟสายใหม่ที่เชื่อมเมือง เฉิงตู มณฑลเสฉวน-เมืองหลินชาง มณฑลยูนนาน-เมืองชินฉ่อฮ่อ รัฐฉาน ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองโกกั้ง ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา-จีน เมื่อ 25 ส.ค.64 โดยจีนหวังให้เส้นทางรถไฟสายใหม่เป็นช่องทางขนส่งสินค้าจากท่าเรือย่างกุ้งในมหาสมุทรอินเดียด้วยรถยนต์ ผ่านทางภาคมัณฑะเลย์ไปยังรัฐฉาน เพื่อส่งเข้าไปในจีน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเข้าไปในพื้นที่ทางตะวันตกของจีนที่ไม่ติดทะเล (คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 วัน) ขณะที่เมืองชินฉ่อฮ่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ชายแดนเมียนมาที่ทั้งสองฝ่ายมีแผนจัดตั้งโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนชินฉ่อฮ่อ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของจีน และเพิ่มศักยภาพการกระจายสินค้าให้กับเมียนมา

เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและปล้นธนาคารในเมียนมา

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขนาดเล็กอย่างน้อย 12 แห่ง ในภาคย่างกุ้งและภาคมัณฑะเลย์ของเมียนมา ระหว่าง 29-30 ส.ค.64 ในจำนวนนี้เป็นที่สำนักงานของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy-NLD) และพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party-USDP) ซึ่งเฉพาะช่วงเช้าของ 30 ส.ค.64 เกิดเหตุระเบิด 8 แห่งในภาคย่างกุ้ง อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุระเบิด นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนปล้นธนาคาร Global Treasure Bank (GTB) ของรัฐบาลเมียนมา สาขา มยานโกเน ในภาคย่างกุ้ง เมื่อ 30 ส.ค.64 และขโมยเงินสดมูลค่า 100 ล้านจัต (ประมาณ 1.97 ล้านบาท) ทั้งนี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า…

ลาวรับมอบทุนสนับสนุนการบูรณะมรดกโลกทุ่งไหหิน แขวงเซียงขวาง จากสหรัฐฯ

เว็บไซต์ วิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า นายอุ่นทอง ขาวพัน รัฐมนตรีช่วยแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว นายสิวิไล แสงจะเลิน รองเจ้าแขวงเซียงขวาง และนาย Peter M. Haymond เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศลาว เข้าร่วมพิธีลงนามสัญญาร่วมโครงการบูรณะและอนุรักษ์มรดกโลกทุ่งไหหิน ที่ทุ่งไหหิน แขวงเซียงขวาง เมื่อ 28 ส.ค.64 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ทุนสนับสนุนผ่านโครงการกองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม (The Ambassadors Fund for Cultural Preservation-AFCP) มูลค่า 129,000 ดอลลาร์สหรัฐ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศลาว กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้มอบทุนช่วยเหลือบูรณะและอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมในลาวหลายพื้นที่ อาทิ แขวงหลวงพระบาง แขวงจำปาสัก และแขวงหลวงน้ำทา เป็นต้น อีกทั้งสหรัฐฯ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกับประชาชนและรัฐบาลลาวในการรักษาวัฒนธรรม และการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมลาว