สหรัฐฯ ร่วมกับ 42 ประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิชาวมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 21 ต.ค.64 ว่า สหรัฐฯ ร่วมกับประเทศอื่น ๆ 42 ประเทศในที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนของสมัชชาสหประชาชาติออกถ้อยแถลงแสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ และชาวมุสลิมกลุ่มอื่น ๆ ในเขตปกครองตนเองซินเจียง จีน โดยระบุว่าทั้ง 43 ประเทศได้รับรายงานว่ายังมีการละเมิดสิทธิในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น บังคับใช้แรงงาน การใช้ความรุนแรง และการติดตามชาวมุสลิมอุยกูร์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวเรียกร้องให้จีนเคารพสิทธิและการแสดงออกเชิงวัฒนธรรมของชาวมุสลิมอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอื่น ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติตอบโต้ถ้อยแถลงดังกล่าวว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันซินเจียงได้รับการพัฒนาและมีเสถียรภาพ ด้าน Human Rights Watch วิตกว่าแนวปฏิบัติของจีนในมณฑลซินเจียงจะเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่น ๆ ปฏิบัติตามเพื่อควบคุมเสรีภาพของประชาชน

เวียดนามรื้อฟื้นเที่ยวบินในประเทศทุกเส้นทาง พร้อมยกเลิกข้อกำหนดผู้โดยสารต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 21 ต.ค.64 อ้างประกาศของกระทรวงขนส่งเวียดนามว่า เวียดนามรื้อฟื้นเที่ยวบินในประเทศทุกเส้นทางตั้งแต่ 21 ต.ค.64 และผู้โดยสารเครื่องบินไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม แต่ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง พื้นที่ล็อคดาวน์ สนามบิน Tan Son Nhat นครโฮจิมินห์ และสนามบินเกิ่นเทอจำเป็นต้องผ่านการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางจนถึง 30 พ.ย.64 ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นจำเป็นต้องมีหนังสือหรือเอกสารรับรองอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ 1) ผลการตรวจหาเชื้อเป็นลบก่อนเดินทางอย่างน้อย 72 ชั่วโมง 2) หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ต้องฉีดก่อนออกเดินทาง 14 วัน-12 เดือน หรือ 3) หนังสือยืนยันหายจากโรคดังกล่าวมานานกว่า 6 เดือน สำหรับเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ หากผลการตรวจหาเชื้อเป็นลบ

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ยืนยันความรับผิดชอบในนโยบายสงครามกับยาเสพติดของฟิลิปปินส์

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 21 ต.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ยืนยันความรับผิดชอบกรณีการฆ่าตัดตอนผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดในนโยบายทำสงสงครามกับยาเสพติดที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน นับตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวเมื่อปี 2559 โดยพยายามชี้ให้เห็นว่า ยาเสพติดเป็นภัยต่อความมั่นคงประเทศ และถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะ รัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องปราบปราม อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ระบุว่า หากต้องถูกดำเนินคดี จะขึ้นศาลฟิลิปปินส์ โดยมีผู้พิพากษาชาวฟิลิปปินส์เป็นผู้พิจารณาคดีเท่านั้น ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ ประกาศจะสอบสวนการสังหารผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์ใช้นโยบายทำสงครามกับยาเสพติด

ผู้แทนพิเศษ UN เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศปฏิเสธความชอบธรรมของกองทัพเมียนมา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 22 ต.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของนาง Christine Schraner Burgener ผู้แทนพิเศษองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ประจำเมียนมา เมื่อ 21 ต.ค.64 ระบุว่า วิกฤตในเมียนมาเป็นการขัดกันด้วยอาวุธภายในประเทศ (internal armed conflict) และอาจมีความรุนแรงขึ้น จนทำให้เมียนมาเข้าสู่สงครามกลางเมือง โดยผู้แทนพิเศษ UN เรียกร้อง UN และนานาประเทศปฏิเสธความชอบธรรมของกองทัพเมียนมา และดำเนินมาตรการคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจง หลังกองทัพเมียนมาปฏิเสธการแก้ไขวิกฤตด้วยการจัดการเจรจาอย่างสันติ ซึ่งทำให้หนทางการกลับสู่ประชาธิปไตยของเมียนมาเป็นไปได้ยากขึ้น

สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานประเมินผลกระทบด้านความมั่นคงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 21 ต.ค.64 เกี่ยวกับการเผยแพร่รายงานประเมินผลกระทบด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแนวทางรับมือ 4 ฉบับ เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดนโยบายของสหรัฐฯ ประกอบด้วย 1) รายงาน Climate Change and International Responses Increasing Challenges to US National Security Through 2040 ของสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ 2) รายงาน Climate Risk Analysis ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 3) รายงาน Strategic Framework to Address Climate Change ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ และ 4) รายงาน Impact of Climate Change on Migration ของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวประเมินสอดคล้องกันว่า การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลกที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้ภัยคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ ขยายตัวมากขึ้น…

เวียดนามกำหนดเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจอย่างน้อยร้อยละ 6 ในปี 2565

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 20 ต.ค.64 อ้างคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีฝั่ม มิญ จิ๊ญ ในพิธีเปิดการประชุมสภาแห่งชาติว่า รัฐบาลเวียดนามกำหนดเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจไว้ที่ร้อยละ 6-6.5 ในปี 2565 โดยรัฐบาลจะปรับใช้ยุทธศาสตร์โดยรวมทั้งหมดควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้เกิดผล เพิ่มการฉีดวัคซีน และปรับปรุงขีดความสามารถระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ จะมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและให้ความสำคัญลำดับแรกกับการปรับปรุงสถาบันต่าง ๆ คุณภาพของเอกสารทางกฎหมาย และความสามารถในการบังคับใช้กฎหมาย ขณะเดียวกันก็จะกำหนดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจร่วมกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเติบโต ทั้งนี้ เวียดนามได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอก 4 เห็นได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หดตัวร้อยละ 6.17 ในไตรมาส 3/2564 ทำให้เศรษฐกิจเวียดนามในห้วงระหว่าง ม.ค.-ก.ย.64 ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.42 ส่วนใหญ่เนื่องจากการบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดในนครโฮจิมินห์และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

มาเลเซียเห็นว่าอาเซียนควรทบทวนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 21 ต.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ไซฟุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งระบุในงานเสวนาระดับภูมิภาคประเด็นสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในเมียนมา ในวันเดียวกันว่า อาเซียนควรทบทวนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน เพราะแม้ว่าสถานการณ์ในเมียนมาจะเป็นประเด็นในประเทศ แต่ก็กระทบภูมิภาค และสร้างความห่วงกังวลให้สมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ อาเซียนไม่ควรนำหลักการดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการไม่พูดถึงประเด็นในเมียนมา ที่ผ่านมา หลักการดังกล่าวทำให้อาเซียนไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็ว อาเซียนจึงควรมีนโยบายใหม่ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ (constructive engagement) และการปฏิบัติที่ไม่เพิกเฉย (non-indifference)  

ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ เห็นชอบร่างกฎหมายปกป้องระบบโทรคมนาคมจากการแทรกแซงโดยต่างชาติ

เว็บไซต์ The Hill รายงานเมื่อ 20 ต.ค.64 ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 420 ต่อ 4 เสียงเห็นชอบร่างกฎหมาย Secure Equipment Act ที่มีเป้าหมายยกระดับการปกป้องระบบโทรคมนาคมสื่อสารของสหรัฐฯ จากการแทรกแซงโดยต่างชาติ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะเอื้อให้รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการห้ามใช้อุปกรณ์สื่อสารจากบริษัทต่างประเทศที่เสี่ยงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง เช่น อุปกรณ์จากบริษัท Huawei และ ZTE ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่ารัฐบาลจีนใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงประโยชน์จากผู้ใช้งานในสหรัฐฯ นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ก็มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับ ได้แก่ Communications Security Advisory Act ที่จะให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งหน่วยงานเพื่อจัดทำและเผยแพร่ข้อแนะนำเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายโทรคมนาคมของสหรัฐฯ และร่างกฎหมาย Information and Communication Technology Strategy Act ที่จะให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อประเมินความสามารถในการแข่งขันของบริษัทโทรคมนาคมสหรัฐฯ ในห่วงโซ่อุปทานของโลก ทั้งนี้ ร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับซึ่งยังต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ สะท้อนว่านักการเมืองสหรัฐฯ…

กัมพูชาและมาเลเซียหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือทางทหารทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 21 ต.ค.64 รายงานอ้างเฟซบุ๊กของ พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ถึงผลการหารือกับ ดาโต๊ะ ซรี ฮิชัมมุดดิน ตุน ฮุสเซ็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เมื่อ 13 ต.ค.64 โดยทั้งสองฝ่ายทบทวนความร่วมมือทางทหารที่ผ่านมาและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พร้อมให้คำมั่นจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แลกเปลี่ยนข่าวสารเกี่ยวกับการก่อการร้าย สำรวจแนวทางความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์รับมือกับโรค COVID-19 เพื่อผลประโยชน์ สันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ พร้อมสนับสนุนการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องในปี 2565 ด้าน พล.อ.เตีย บัญ ขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่ส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันโรค COVID-19 แก่กัมพูชาผ่านหน่วยข่าวกรอง ส่วน ดาโต๊ะ ซรี ฮิชัมมุดดิน ตุน ฮุสเซ็น ทวีตข้อความชื่นชมความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกันและสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของกัมพูชาในปี 2565 พร้อมติดแฮชแท็ก #DefenceDiplomacy

กัมพูชาตรวจพบปืนไรเฟิลและกระสุนปืนกว่า 500 นัด ในจังหวัดพระตะบอง (ติดจังหวัดจันทบุรี)

สำนักข่าว CNE รายงานเมื่อ 21 ต.ค.64 ว่า เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวน จังหวัดพระตะบอง ตรวจพบกระสอบต้องสงสัยเมื่อ 19 ต.ค.64 บริเวณริมลำธารในพื้นที่หมู่บ้านทะเมย ตำบลตราง อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง (ตรงข้ามจังหวัดจันทบุรี) ภายในบรรจุกระสุนปืนขนาด 12.7 มิลลิเมตร จำนวน 507 นัด ซองกระสุนปืน จำนวน 42 ชิ้น และปืนไรเฟิล AK 1 กระบอก ปัจจุบันถูกส่งไปเก็บรักษาที่กองบัญชาการกองพลทหารราบน้อยที่ 53 จังหวัดพระตะบอง เพื่อสืบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม และมีข่าวสารว่าผู้ต้องสงสัยลอบขนอาวุธดังกล่าวหลบหนีเข้าไทย ซึ่งกองทัพกัมพูชาและไทยอยู่ระหว่างสืบสวนกรณีดังกล่าว