รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ใน ส.ค.64

เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre News รายงานเมื่อ 31 ก.ค.64 ว่า นางคามาลา แฮร์ริส จะเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ใน ส.ค.64 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศหุ้นส่วนสำคัญในอินโด-แปซิฟิก โดยรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดจะหารือกับผู้นำเวียดนามและสิงคโปร์ในประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค การรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก และความพยายามส่งเสริมการจัดระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานกฎระเบียบร่วมกัน แต่ไม่ได้ระบุวันเดินทางชัดเจน การเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ครั้งนี้แสดงให้เห็นพันธสัญญาสหรัฐฯ ต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะยาว ขณะที่นักวิเคราะห์เห็นว่า สหรัฐฯ อาจให้คำมั่นสัญญาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดส่งวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้แก่ประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ การเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของรองประธานาธิบดีแฮร์ริสในการเดินทางเยือนต่างประเทศ หลังจากเยือนกัวเตมาลาและเม็กซิโกเมื่อ มิ.ย.64

เมียนมา พร้อมจะร่วมมือกับอาเซียนและจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในปี 2566

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 1 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (The State Administration Council) ของเมียนมาให้คำมั่นว่า จะจัดการเลือกตั้งใหม่และยกเลิกการบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินภายใน ส.ค.2566 (2 ปี 6 เดือน นับจากการยึดอำนาจเมื่อ 1 ก.พ.64) โดยย้ำถึงการเลือกตั้งแบบหลายพรรคการเมือง (multi-party election) และการสร้างชาติภายใต้ระบอบประชาธิปไตยและการเป็นสหพันธรัฐ  นอกจากนี้ รัฐบาลเมียนมายังพร้อมจะให้ความร่วมมือภายใต้กรอบการดำเนินงานของอาเซียน ซึ่งรวมถึงการทำงานร่วมกับผู้แทนพิเศษของอาเซียน เพื่อแก้ไขปัญหาภายในเมียนมา ตามฉันทามติของที่ประชุมผู้นำอาเซียนวาระฉุกเฉินเมื่อ เม.ย.64  อนึ่ง อาเซียนจะจัดการประชุมระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน ใน 2 ส.ค.64 ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือในประเด็นการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษให้ชัดเจนขึ้น

สหรัฐ ฯ ตั้งข้อหาสมาชิกกลุ่มแฮกเกอร์ APT40 ของจีนจารกรรมข้อมูลตั้งแต่ 2554 – 2561

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ฯ ตั้งข้อหาสมาชิก 4 รายของกลุ่มแฮกเกอร์ APT40 ที่รัฐบาลจีนถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุน กรณีเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอกชน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานของรัฐหลายแห่งในสหรัฐ ฯ และทั่วโลก ระหว่างปี 2554 – 2561

บริษัท Kaseya ได้กุญแจมาสเตอร์คีย์สำหรับถอดรหัสหลังจากโดนโจมตีโดยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil

บริษัท Kaseya ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศจากรัฐฟลอริดาด้าในสหรัฐฯ ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่โดยกลุ่มแฮกเกอร์ REvil

ญี่ปุ่น

แถลงเมื่อ 31 ก.ค.64 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ. คานางาวะ จ.ชิบะ จ.ไซตามะ และ จ.โอซากา ตั้งแต่ 2-31 ส.ค.64 รวมทั้งขยายระยะเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียว และ จ.โอกินาวา ถึง 31 ส.ค.64

สหราชอาณาจักร

ระบุเมื่อ 31 ก.ค.64 เตือนให้เฝ้าระวังการรวมตัวของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์น่ากังวล อาทิ สายพันธุ์อัลฟาและเบตา ที่อาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์ที่รุนแรงกว่าเดิม ซึ่งจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงเท่าโรคเมอร์ส ในอัตราร้อยละ 35 หรือ 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อ

อินเดีย

ระบุเมื่อ 1 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลอินเดียเสนอให้รัฐบาลรัฐ 10 แห่ง สั่ง Lockdown 46 เมืองที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 ได้แก่ รัฐกรณาฏกะ รัฐเกรละ รัฐมหาราษฏระ รัฐทมิฬนาฑู รัฐมณีปุระ รัฐมิโซรัม รัฐเมฆาลัย รัฐอานธรประเทศ รัฐอัสสัม และรัฐโอริสสา

WHO

ระบุเมื่อ 30 ก.ค.64 เตือนถึงอันตรายของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ในห้วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา และขอให้รัฐบาลแต่ละประเทศเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุดก่อนจะเกิดการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นอีก

มาเลเซีย

ประกาศเมื่อ 31 ก.ค.64 ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐซาราวัก ไปจนถึง ก.พ.65 เพื่อระงับการเลือกตั้งระดับภูมิภาคท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

ออสเตรเลีย

ประกาศเมื่อ 31 ก.ค.64 ขยายมาตรการ Lockdown ในเมืองบริสเบน และอีกหลายพื้นที่ของรัฐควีนส์แลนด์ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลตา โดยมีผลบังใช้ในวันเดียวกัน