ญี่ปุ่นมีแผนที่จะเสริมสร้างการป้องกันขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

สำนักข่าว NK News รายงานเมื่อ 12 ก.ค. 64 ว่า รายงานสมุดปกขาวของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุถึงการพัฒนาแสนยานุภาพของเกาหลีเหนือยังคงเป็นภัยคุกคามซึ่งหน้าต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น เนื่องจากเกาหลีเหนือพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และประเมินว่าขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออาจเอาชนะระบบป้องกันขีปนาวุธของประเทศใกล้เคียงอย่างเช่นญี่ปุ่นได้ ส่งผลให้ญี่ปุ่นวางแผนที่จะเสริมการป้องกันโดยการสร้างเรือที่ติดตั้งระบบ Aegis สองลำสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นกล่าวถึงเสถียรภาพของไต้หวันเป็นครั้งแรกในรายงานสมุดปกขาวประจำปี 2564

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 13 ก.ค.64 ว่า ญี่ปุ่นได้กล่าวถึงความสำคัญของเสถียรภาพรอบไต้หวันเป็นครั้งแรกในรายงานสมุดปกขาวประจำปี 2564 ซึ่งเผยแพร่ในวันเดียวกัน โดยระบุว่าเสถียรภาพรอบเกาะไต้หวันสำคัญต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นต้องให้ความสนใจในประเด็นดังกล่าวและมีความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นอยู่ห่างจากไต้หวันเพียง 110 กิโลเมตร อีกทั้งความตึงเครียดรอบไต้หวันได้เพิ่มขึ้นในห้วงที่ผ่านมาจากกิจกรรมทางทหารของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งสหรัฐฯ แสดงชัดเจนที่จะสนับสนุนไต้หวันทางการทหาร ขณะที่จีนไม่น่าจะประนีประนอมกับจุดยืนของสหรัฐฯ และมีความเป็นไปได้ที่การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะเกิดขึ้น

สหรัฐฯ เตือนบริษัทที่ทำธุรกิจในเขตปกครองตนเองซินเจียงให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยธรรม

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 14 ก.ค. 64 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตือนบริษัทที่มีฐานการผลิตและการลงทุนอยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน ว่าอาจเสี่ยงละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ เพราะเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิชาวอุยกูร์ โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนดำเนินนโยบายเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และละเมิดสิทธิมนุษยธรรมในค่ายกักกันชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โจเซฟ ไบเดน เพิ่มรายชื่อบริษัทจีน 14 บริษัทในบัญชีคว่ำบาตร จากข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายกักกัน โดยระบุว่า เป็นค่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวอุยกูร์

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 15 ก.ค.64 ว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายป้องกันการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ (The Uyghur Forced Labour Prevention Act) เมื่อ 14 ก.ค.64 ส่งผลให้สหรัฐฯ ไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน โดยกฎหมายดังกล่าวจะสร้างสมมุติฐานตั้งต้นว่าสินค้าที่ผลิตในเขตปกครองตนเองซินเจียงมาจากการบังคับใช้แรงงาน หากจะนำเข้าสินค้าจากพื้นที่นี้ผู้นำเข้าจะต้องพิสูจน์ว่าสินค้านั้นไม่ได้ผลิตจากการบังคับใช้แรงงาน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะหารือผ่านร่างกฎหมายนี้เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อใด

คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เตือนผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน Johnson & Johnson

สำนักข่าว NBC รายงานเมื่อ 13 ก.ค. 64 ว่า คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เตือนผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson (J&J) โดยอาจส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือ Guillain-Barré Syndrome ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตอ่อนแรงเฉียบพลัน ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคดังกล่าวจากการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 100 ราย ร้อยละ 95 ของผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย อย่างไรก็ดี บริษัทผู้ผลิตวัคซีน J&J ระบุว่า ผลข้างเคียงนี้เกิดขึ้นได้ยาก โดยเกิดขึ้นต่ำกว่าร้อยละ 0.001 และยังคงต้องศึกษาต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ มีการฉีดวัคซีน J&J นี้ในสหรัฐฯ แล้วประมาณ 12,800,000 โดส

ทางการไต้หวันลงนามกับภาคเอกชนที่จะเป็นตัวแทนซื้อวัคซีน COVID-19 เพิ่มเติม

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 10 ก.ค.64 โดยอ้างแถลงของมูลนิธิฉือจี้ (Tzu Chi Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมพุทธ ว่า มูลนิธิฉือจี้ได้ลงนามในข้อตกลงกับทางการไต้หวันเมื่อ 9 ก.ค.64 เพื่อเป็นตัวแทนของไต้หวันในการเจรจากับบริษัท BioNTech-Pfizer เพื่อซื้อวัคซีน Pfizer จำนวน 5 ล้านโดส โดยกล่าวเพิ่มเติมว่ามูลนิธิจะซื้อวัคซีนเพื่อบริจาคให้กับรัฐบาลเมื่อวัคซีนพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ เมื่อ 18 มิ.ย.64 ไต้หวันเคยลงนามในข้อตกลงกับบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) และมูลนิธิหยงหลินเพื่อการกุศลและการศึกษาของบริษัท Hon Hai Precision Industry Co. ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลเจรจาซื้อ Pfizer จำนวน 10 ล้านโดสแล้ว

จีนให้คำมั่นจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องบริษัทจีนจากการขึ้นบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

สำนักข่าว CGTN รายงานเมื่อ 9 ก.ค.64 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวโต้ตอบรายงานของ Reuters กรณีสหรัฐฯ จะเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนมากกว่า 10 บริษัทที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงในบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่า จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิ์อันชอบธรรมและผลประโยชน์ของบริษัทจีน นอกจากนี้ นายหวัง เหวินปิน ยังประณามสหรัฐฯ ว่า การขึ้นบัญชีดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบปรามอุตสาหกรรมจีนโดยใช้ข้ออ้างสิทธิมนุษยชนและพยายามแทรกแซงกิจการภายในจีน ทั้งนี้สหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับบริษัทผลิตโพลีซิลิคอนที่ใช้ในแผงโซล่าเซลล์ของจีนแล้ว 5 แห่งเมื่อเดือน มิ.ย.64

Joe Biden, Biden Chinese officials, Tibet human rights abuses, US elections 2020, donald trump, world news

สหรัฐฯ ขยายมาตรการสภาวะฉุกเฉินแห่งชาติต่อฮ่องกง

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 8 ก.ค.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 7 ก.ค.64 ว่า สหรัฐฯ ขยายการใช้มาตรการสภาวะฉุกเฉินต่อฮ่องกง ตามรัฐบัญญัติ (National Emergencies Act) โดยให้เหตุผลว่า การที่จีนแทรกแซงและควบคุมฮ่องกงอย่างเข้มงวดเป็นการบ่อนทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง และเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงกำหนดให้ฮ่องกงอยู่ภายใต้มาตรการสภาวะฉุกเฉิน ต่อไปตั้งแต่ 14 ก.ค.64 เป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากคำสั่งที่ประกาศใช้โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 14 ก.ค.63 สำหรับคำสั่งนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อหน่วยงานในต่างประเทศที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงสหรัฐฯ ด้านจีนไม่พอใจและประณามการขยายมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ โดยโจมตีว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ปะการังฟอกขาว ใกล้ตัวกว่าที่คิด เมื่อทะเลเสียสมดุล แหล่งอาหารหลายร้อยล้านชีวิตจะหายไปด้วย

ปะการังฟอกขาวกับความมั่นคงทางการเมืองและนโยบายพลังงานของรัฐบาลออสเตรเลีย

รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบมากกว่าเรื่องระบบนิเวศ คือ ปัญหาแนวปะการังใน The Great Barrier Reef ซึ่งเป็นแนวปะการังยาว 2,300 กิโลเมตร และตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของท้องทะเลออสเตรเลีย กำลังเผชิญภาวะปะการังฟอกขาว จนทำให้ระบบนิเวศทางทะเลเสียสมดุล ปัญหาดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะแนวปะการัง The Great Barrier Reef เป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก   สาเหตุหลักของภาวะปะการังฟอกขาว หรือปะการังมีสีซีดจาง มาจากการที่อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพราะโลกร้อน ทำให้สาหร่ายขนาดเล็กที่อยู่ในปะการังไม่เติบโต ปะการังจึงสูญเสียเนื้อเยื่อและกลายเป็นสีขาว   ปัญหาปะการังฟอกขาวได้รับความสนใจจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ กลุ่ม Greenpeace รวมทั้งรัฐบาลออสเตรเลียมาตลอดระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สถาบันวิจัย ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies ระบุเมื่อ ต.ค.63 ว่าปะการังได้รับความเสียหายไปมากกว่าร้อยละ 50 จนทำให้องค์การ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization…

มหกรรมฟุตบอลยูโร : คุณูปการของฟุตบอลต่อกระบวนการบูรณาการสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปคือสัญลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดของความพยายามสลายความเป็นรัฐชาติ การที่รัฐชาติในทวีปยุโรปหลายสิบรัฐยินยอมสละอำนาจอธิปไตยบางส่วนให้กับองค์กรเหนือรัฐ (supranational organization) อย่างสหภาพยุโรป เป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการพอสมควรถ้าพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของยุโรปที่ต่อยตีมีสงครามกันเองไม่เว้นว่างเพื่อรักษาไว้หรือขยายอำนาจของรัฐชาติ คำอธิบายอย่างหนึ่งก็คือประสบการณ์เลวร้ายจากภัยสงครามนั่นแหละที่ทำให้ชาวยุโรปเข็ดหลาบ โดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศยุโรปตีกันนัวเนีย จนยุโรปบอบช้ำทุกประเทศและศูนย์กลางอำนาจการเมืองโลกย้ายข้ามมหาสมุทรไปยังสหรัฐฯ ความเข็ดหลาบนั้นทำให้ชาวยุโรปอยากจะป้องกันไม่ให้มีสงครามแย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นอีก ด้วยการสร้างยุโรปที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเริ่มต้นด้วยการร่วมกันก่อตั้ง “ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป” เมื่อปี 2494 ให้เป็นเวทีสำหรับประเทศคู่ขัดแย้งสำคัญอย่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีมารวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันให้จบ ๆ ไปจะได้ไม่ต้องลุกมาทำสงครามกันอีก และบูรณาการเรื่อยมาจนเป็นหนึ่งเดียวกันในแทบทุกมิติในลักษณะของสหภาพยุโรปในตอนนี้   แต่ภาพอนาคตของสหภาพยุโรปก็ไม่ได้ราบรื่นนัก ศัตรูอันดับ 1 ตลอดกาลของสหภาพยุโรปไม่ได้มีตัวตนที่มองเห็นในเชิงกายภาพ หากแต่คือแนวคิดเรื่อง “รัฐชาติ” ที่องค์กรเหนือรัฐอย่างสหภาพยุโรปไปยึดเอาอำนาจบางส่วนมาเป็นของตัวเอง สหภาพยุโรปผ่านกระบวนการบูรณาการที่ยาวนาน จนขยายตัวทั้งในมิติของความกว้างที่ขยายจำนวนสมาชิกเป็น 27 ประเทศ และมิติของความลึกที่ประเทศสมาชิกรวมตัวเป็นสหภาพเดียวกันทั้งทางการค้า การเงิน และการเมือง แต่ก็ไม่ใช่ว่าการต่อสู้กับแนวคิดเรื่องรัฐชาติจะสิ้นสุดลงแล้ว แนวคิดเรื่องรัฐชาติยังเข้มแข็งในส่วนอื่นของโลก (หลายสิบปีผ่านไป ยังไม่มีภูมิภาคไหนในโลกที่รัฐชาติยอมสละอำนาจตัวเองในระดับเดียวกับยุโรป) ส่วนในสหภาพยุโรปก็โดนสั่นคลอนเช่นกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการถอนตัวของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่ก็มีสาเหตุสำคัญจากลัทธิชาตินิยมที่หวงแหนความเป็นรัฐชาติ   เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้สหภาพยุโรปไม่สามารถเอาชนะแนวคิดเรื่องรัฐชาติได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มาจากการที่รัฐชาติมีจุดแข็งคือ“อัตลักษณ์ของคนในชาติ” กระบวนการสร้างสิ่งที่ไม่มีตัวตนอย่างรัฐชาติให้มีตัวตนขึ้นมาและจับต้องได้จริง ๆ จะต้องมีการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกันที่สัมผัสแล้วรู้ทันทีว่านี่คือพวกเดียวกัน อัตลักษณ์ที่ว่ามีหลากหลาย เช่น ภาษา ดนตรี อาหาร…