ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 18 ก.พ.65 รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียจะเริ่มเปิดให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าโดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่ 3 มี.ค.65 ส่วนชาวออสเตรเลียที่เดินทางมาจากรัฐอื่นต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว

มาเลเซีย

ระบุเมื่อ 18 ก.พ.65 เริ่มหยุดการเผยแพร่ข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโรค COVID-19 รายวัน เพื่อลดความหวาดกลัวกรณีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นสูง

นิวซีแลนด์ ระบุเมื่อ 18 ก.พ.65 จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากตูวาลู นาอูรู และอเมริกันซามัว โดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่ 27 ก.พ.65

เกาหลีใต้

ประกาศเมื่อ 18 ก.พ.65 ผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรค COVID-19 โดยอนุญาตให้ร้านอาหารเปิดให้บริการได้ถึง 22.00 น. จากเดิมกำหนดไว้ 21.00 น.

แอฟริกาใต้

ระบุเมื่อ 17 ก.พ.65 อนุมัติใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ซึ่งเป็นยารักษาโรค COVID-19 ชนิดรับประทานของบริษัท Merck & Co. ของสหรัฐฯ

แคนาดา

ระบุเมื่อ 17 ก.พ.65 อนุมัติใช้วัคซีน Nuvaxovid ของบริษัท Novavax สำหรับใช้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ชนิดที่ 5 ที่แคนาดาอนุมัติ

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ) ยูเครนอาจต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจ

ล่าสุดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้ตอบผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียแล้วว่า “ไม่บุก” และกำลังทยอยถอนกำลังที่ซ้อมรบร่วมกับเบลารุส และทำให้ยูเครนที่ไม่สบายใจ หายใจออกได้มากขึ้นแล้ว ส่วนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สื่อตะวันตกอ้างข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาว่ารัสเซียจะบุกยูเครนก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกฝ่ายน่าจะสบายใจ แต่ก็ยังไม่เป็นตามนั้น เพราะสหรัฐอเมริกา และคู่หูคือสหราชอาณาจักร รวมทั้งเลขาธิการเนโต ตอบว่า…. “ยังไม่เชื่อ” สรุปคือยังเชื่อว่ารัสเซียพร้อมบุก พร้อมกับมีหลักฐานประกอบจากภาพถ่ายดาวเทียมจากฝั่งสหรัฐอเมริกาอีกแล้วว่า รัสเซียไม่ได้ทยอยถอนทหาร แต่กลับเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งทำให้ตอนนี้ คนติดตามข่าวต่างประเทศอย่างเรา ๆ งงไปหมดว่าจะเชื่อฝ่ายไหนดี คำว่า information operation, misinformation และ fake news หลั่งไหลเข้ามากระแทกความคิดทันที สิ่งที่กระแทกความคิดอีกก็คือ ข่าวที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางไซเบอร์ โจมตีเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนมาต่อเนื่องเช่นกัน ข่าวนี้จริงหรือปลอม ไม่ทราบได้ แต่ยูเครนออกมาพูดแล้วว่า รัสเซียทำจริง และเคยทำแบบนี้กับยูเครนเมื่อครั้งจะผนวกไครเมียด้วย แถม ๆ ข้อมูลเพิ่มอีกด้วยว่าหน่วยข่าวรัสเซียอาจอยู่เบื้องหลัง แต่รัสเซียหรือจะยอมอยู่เฉย ๆ โดยบอกว่า หากถูกโจมตีทางไซเบอร์กลับ หรือถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาหรือพันธมิตรที่ช่วยยูเครน ก็พร้อมเพิ่มการปฏิบัติการไซเบอร์ต่อสหรัฐอเมริกากับประเทศตะวันตกเช่นกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ ไม่ใช่ fake…

กลุ่ม G-20 กำลังพิจารณาออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล

คณะกรรมการเสถียรภาพเงินตรา (Financial Stability Board : FSB) ที่ประกอบไปด้วย ธนาคารกลาง สถาบันทางการเงิน และเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง จากกลุ่มประเทศ G20 กำลังพิจารณากำหนดกรอบกติการะดับโลกเป็นครั้งแรกเพื่อควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ (Bitcoin) และสกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับสินทรัพย์ (Stablecoin)