![]()

อาเซียนและรัสเซียมีพัฒนาการความร่วมมือที่คืบหน้า เฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน โดยการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ เมื่อ 7-18 มิถุนายน 2569 ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย ณ เมืองคาซัน สาธารณรัฐตาตาร์สตาน รัสเซีย ได้มีการรับรองเอกสารจำนวน 4 ฉบับ ที่บ่งชี้ทิศทางความร่วมมืออาเซียนกับรัสเซียในระยะต่อไปว่าจะมุ่งเน้นความร่วมมือด้านพลังงาน แต่อาเซียนอาจมีความเสี่ยงในการปฏิสัมพันธ์กับรัสเซีย จากกรณีความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
อาเซียนให้ความสำคัญกับรัสเซียในมิติความมั่นคงทางพลังงาน จากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานของภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 รัสเซียส่งออกพลังงานไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ทั้งนี้ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency-IEA) เผยแพร่รายงานแนวโน้มพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ 16 มิถุนายน 2569 ว่า ความต้องการใช้พลังงานในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 2 ต่อปี จนถึงปี 2578 ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันลดลงเล็กน้อยที่ 3.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2583
ดังนั้น การเสริมสร้างความร่วมมือทางพลังงานกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ LNG จะเป็นทางเลือกสำคัญในการกระจายแหล่งจัดหาพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของอาเซียน ทั้งยังสะท้อนแนวทางของอาเซียนในการมีปฏิสัมพันธ์กับมหาอำนาจทุกฝ่ายภายใต้กลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ เพื่อรักษาผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
ขณะที่รัสเซียก็ต้องการร่วมมือกับอาเซียนมากขึ้น เพื่อรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก เฉพาะอย่างยิ่ง ด้านพลังงาน แร่ธาตุสำคัญ การค้าและการลงทุน และการเชื่อมโยงทางดิจิทัล รวมทั้งรัสเซียยังต้องการให้อาเซียนร่วมมือกับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation-SCO) และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union-EAEU) ที่รัสเซียมีบทบาทนำ
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อปลายกุมภาพันธ์ 2569 ที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงาน ทำให้อาเซียน และสมาชิกเพิ่มการเกี่ยวพันกับรัสเซีย เพื่อเป็นอีกช่องทางการนำเข้าพลังงาน และเคมีภัณฑ์ ซึ่งไทยก็เจรจาเรื่องนี้กับรัสเซียเช่นกัน แต่รัสเซียยังไม่สามารถเป็นแหล่งนำเข้าพลังงานหลักของภูมิภาคได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ รวมทั้งผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกต่อภาคพลังงาน ทำให้การชำระเงินระหว่างประเทศ การประกันภัย และการขนส่งพลังงานมีต้นทุนสูงขึ้น ขณะเดียวกัน อาเซียนยังคงพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก เนื่องจากความต่อเนื่องของอุปทาน เครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และสัญญาซื้อขายระยะยาว







