![]()

เว็บไซต์ Check Point Research เผยแพร่รายงาน AI Security Report 2569 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.69 ว่า ภัยคุกคามไซเบอร์ได้ก้าวข้ามจากการใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน ไปสู่การใช้ AI เป็น “ผู้ดำเนินการโจมตีระบบโดยตรง” (Autonomous Attack Operator) โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ได้พัฒนาเอเจนต์ AI ที่สามารถสร้างชุดมัลแวร์พร้อมปรับแต่งการโจมตีได้จริง อาทิ มัลแวร์ระบบคุมเครื่อง VoidLink ที่มีความยาวกว่า 88,000 บรรทัด ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนี้ยังพบการดัดแปลงโมเดลพาณิชย์หลักผ่านทางเทคนิค Prompt Injection เพื่อเจาะระบบหน่วยงานรัฐและเอกชนในหลายประเทศ
การรับมือกับภัยคุกคามที่ AI เปลี่ยนบทบาทเป็น “ผู้ดำเนินการโจมตีไซเบอร์อัตโนมัติ” ไม่สามารถพึ่งพาแรงงานมนุษย์เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป องค์กรจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ Defensive AI และระบบตอบสนองอัตโนมัติ (Autonomous Response) เพื่อตัดการโจมตีในระดับวินาที ควบคู่กับการสถาปนาสถาปัตยกรรม Zero Trust ที่ประเมินความเสี่ยงตลอดเวลา การจำกัดสิทธิ์โมเดล AI (Least Privilege) การนำ AI มาช่วยอุดช่องโหว่และอัปเดตแพตช์โดยทันที รวมถึงการทำ AI Red Teaming เพื่อทดสอบจำลองการโจมตีจำลองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการยกระดับจากการตั้งรับแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ AI สู้กับ AI โดยมีมนุษย์คอยกำกับดูแลเชิงนโยบาย







