จีนคาดหวังสานความสัมพันธ์แบบครอบครัวกับไทยในโอกาส นรม.ไทยจะเยือนจีน

  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16-20 ก.ค.69 ตามคำเชิญนายหลี่ เฉียง นรม.จีน และจะเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกและการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 (2026 World AI Conference and High-Level Meeting on Global AI Governance) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่ง นรม.ไทย จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมทั้งหารือกับนายหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ การเยือนดังกล่าวเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของนายอนุทินนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แสดงถึงการที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์  ซึ่งจีนหวังว่าการเยือนของ นรม.ไทยจะช่วยเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการสานต่อมิตรภาพและความสัมพันธ์แบบครอบครัวของจีนกับไทย กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม สร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ส่งเสริมการพัฒนาทั้งสองประเทศให้ทันสมัย และมีส่วนในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

เมียนมาเร่งผลักดันโครงการเชื่อมโยงการค้าและคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน

สนข. The Irrawaddy รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.69 ว่า นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ให้คำมั่นจะดำเนินการก่อสร้างโครงการทางหลวงไตรภาคีอินเดีย–เมียนมา–ไทย (IMT Trilateral Highway) โครงการ Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project (KMTTP) และผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน–เมียนมา (CMEC) ให้มีความคืบหน้าและแล้วเสร็จภายในวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้งสามโครงการยังเผชิญข้อจำกัดด้านความมั่นคง เนื่องจากหลายพื้นที่ตามแนวเส้นทางยังอยู่ภายใต้การควบคุมหรือเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ส่งผลให้การก่อสร้าง การเชื่อมโยงเส้นทางการค้า และการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน

สหรัฐฯ และอิหร่านต่างประกาศเป็นผู้ดูแลช่องแคบฮอร์มุซ

การใช้ช่องแคบฮอร์มุซที่กำลังเป็นเงื่อนไขการต่อรองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านถูกยกระดับขึ้นอย่างเข้มข้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างประกาศเป็นผู้ดูแลช่องแคบฮอร์มุซ และจะเป็นผู้เก็บค่าธรรมเนียมเรือที่แล่นผ่านบริเวณดังกล่าว โดยสหรัฐฯ จะใช้อำนาจทางการทหารที่ยิ่งใหญ่ ดูแลความปลอดภัยเรือที่แล่นผ่านช่องแคบนี้ ซึ่งกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 2569 ให้เรือพาณิชย์ติดต่อสื่อสารกับกองกำลังสหรัฐฯ เพื่อที่สหรัฐฯ จะได้คุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือของเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ในห้วงที่อิหร่านยังคงคุกคาม และอ้างสิทธิ์เหนือเส้นทางเดินเรือ นอกจากนี้ CENTCOM ยังมีมาตรการกีดกันเรืออิหร่านเข้าออกท่าเรือ ตามมารตการที่สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล (Blockade) ต่ออิหร่าน และเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ร้อยละ 20 จากเรือที่ต้องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ทันที โดยนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ตอบโต้กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศให้สหรัฐฯ เป็นผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมกับยืนยันว่า อิหร่านเป็นผู้รักษาความมั่นคงและปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซมาตั้งแต่นานแล้ว และจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากประเทศใดสนับสนุนอิหร่านเท่ากับเป็นฝ่ายตรงข้ามอิหร่าน สหรัฐฯ ประกาศเข้าคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ ควบคู่ไปกับการประกาศเสร็จสิ้นการโจมตีทางอากาศเป็นครั้งที่ 5  พร้อมอ้างว่าสามารถทำลายเป้าหมายทางทหารของอิหร่านได้หลายแห่ง  เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเรดาร์ อุปกรณ์ขีปนาวุธและโดรน และเรือขนาดเล็กของอิหร่าน เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านที่จะเป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ  ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกทำลายจนหมดสิ้น…

มาเลเซียตรวจสอบข่าวชาวอิสราเอลตั้ง Network School ให้พื้นที่ Forest City

นายออน ฮาฟิซ มุขมนตรีรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย ยืนยันเมื่อ 14 ก.ค.69 ว่า รัฐบาลท้องถิ่นรัฐยะโฮร์ไม่อนุญาตให้องค์กรใด ๆ ใช้รัฐยะโฮร์เป็นพื้นที่เผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ที่ขัดต่อกฎหมาย อธิปไตย และผลประโยชน์แห่งรัฐยะโฮร์และมาเลเซีย หลังมีข่าวว่า ชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งใช้หนังสือเดินทางของอีกประเทศหนึ่ง เดินทางเข้ามาเลเซีย และจัดตั้ง Network School หรือพื้นที่ทำงานร่วมกัน  สำหรับกลุ่มคนทำงานทางไกล  และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ภายในโครงการ Forest City โดยเบื้องต้น รัฐบาลรัฐยะโฮร์ประสานไปยังกระทรวงความมั่นคงภายใน สนง.ตรวจคนเข้าเมือง สนง.ตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากร ให้เร่งตรวจสอบและระบุสัญชาติของผู้ที่เกี่ยวโยงกับ Network School ดังกล่าว

เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ

เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นทั้งหมด ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและออกจากอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี มีเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นอีก 4 ลำที่ยังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ รมว.กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น มีถ้อยแถลง เมื่อ 14 ก.ค.69 ว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญสูงสุดกับการฟื้นฟูเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด