กลุ่มตอลิบันอนุญาตให้ 98 ประเทศ สามารถอพยพคนได้ต่อไปหลัง 31 ส.ค.64

หนังสือพิมพ์Pakistan Observer รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า นาย Jake Sullivan ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ระบุเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า กลุ่มตอลิบันได้อนุญาตให้ 98 ประเทศ รวมทั้ง สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ดำเนินกระบวนการอพยพคนหลังสิ้นสุดกำหนดเส้นตายวันที่ 31 ส.ค.64 ได้ โดยหากเป็นชาวอัฟกันจะต้องมีเอกสารจากประเทศที่ต้องการเดินทางไปรับรอง ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนีและ สหราชอาณาจักร ร่วมกันเสนอให้ออกมติในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อ 30 ส.ค.64 เพื่อจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ขึ้นทีสนามบินนานาชาติ กรุงคาบูล เพื่อให้ชาวอัฟกานิสถานสามารถเดินทางออกนอกประเทศเพื่อลี้ภัยได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบริหารจัดการเที่ยวบินต่างๆ ซึ่งกาตาร์จะช่วยประสานงานกับสายการบินต่างๆ เพื่อดำเนินการต่อไป

รัสเซียกำลังพัฒนาวัคซีนที่สามารถป้องกันโรค COVID-19 และโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในวัคซีนเดียวกัน

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า นาย Dmitry Lioznov ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย Smorodintsev ซึ่งเชี่ยวชาญด้านโรคไข้หวัดใหญ่ของรัสเซีย ระบุ เสร็จสิ้นการทดลองระยะก่อนคลินิกในวัคซีนที่มีคุณสมบัติป้องกัน 2 โรค ได้แก่ โรค COVID-19 และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในรูปแบบหยอดจมูกและสเปรย์ โดยกำลังยื่นเอกสารต่อกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย เพื่อขออนุญาตทดลองทางคลินิกให้ได้ภายในปลายปี 2564

สถาบันวิจัย Vector ของรัสเซียประเมินวัคซีนป้องกัน COVID-19 แบบหยอด/พ่นจมูกจะพร้อมใช้ใน ก.ย.-ต.ค.65

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า นาย Rinat Maksyutov ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย Vector ผู้พัฒนาวัคซีน EpiVacCorona ของรัสเซีย ระบุ สถาบันวิจัยทั่วโลกรวมถึงสถาบันวิจัย Vector กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในรูปแบบหยอดหรือพ่นจมูก โดยส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนทดลองกับสัตว์ซึ่งประเมินจากระยะเวลาการทดลองน่าจะพร้อมใช้งานได้ใน ก.ย.- ต.ค.64 โดยก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัย Gamaleya ผู้พัฒนาวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย ระบุ จะเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิก โดยคาดว่าวัคซีน Sputnik V รูปแบบหยอดหรือพ่นจมูกจะได้รับอนุมัติใช้ในปี 2565

กลุ่มตอลิบันพร้อมรับช่วงดูแลรักษาความปลอดภัยสนามบินกรุงคาบูลต่อจากทหารสหรัฐฯ

สำนักข่าวReuters รายงานเมื่อ 29 ส.ค.64 ว่า กลุ่มตอลิบันพร้อมรับช่วงดูแลรักษาความปลอดภัยสนามบินกรุงคาบูลต่อจากทหารสหรัฐฯ โดยนาย Zabihullah Mujahid โฆษกกลุ่มตอลิบันระบุว่าสหรัฐฯ ใกล้จะเสร็จสิ้นกระบวนการอพยพคนแล้ว ซึ่งกลุ่มตอลิบันพร้อมรับช่วงดูแลสนามบินต่อไป นอกจากนี้ โฆษกกลุ่มตอลิบันระบุว่าพร้อมจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศโดยเร็วหลังจากสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการอพยพคน ส่วนประเด็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมบริหารประเทศเป็นเรื่องที่ผู้นำระดับสูงของกลุ่มตอลิบันจะพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ กลุ่มตอลิบันประณามกรณีสหรัฐฯ ใช้โดรนโจมตีสมาชิก IS สาขาจังหวัดโคราซาน (Islamic State Khorasan Province-ISKP) ว่าเป็นอธิปไตยของอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มตอลิบันต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ และชาติต่างๆ ต่อไป

กองทัพเมียนมา สู้รบต่อเนื่องกับ MNDAA ในรัฐฉาน

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า กองทัพเมียนมาสู้รบต่อเนื่องกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) ในพื้นที่ อำเภอปางสาย รัฐฉานเหนือ โดย MNDAA อ้างว่าได้ซุ่มโจมตีและสังหารทหารเมียนมาได้อย่างน้อย 15 นาย เมื่อ 30 ส.ค.64 หลังจากกองทัพเมียนมาใช้อาวุธหนักโจมตี MNDAA เมื่อ 29 ส.ค.64 ส่งผลให้มีราษฎรในพื้นที่เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน ทั้งนี้ MNDAA เป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรภาคเหนือที่นำโดยกองทัพคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Army-KIA) โดยกองทัพเมียนมาเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธเข้าปะทะกับ MNDAA ในพื้นที่รัฐฉานเหนือ ตั้งแต่ ก.ค.64 หลังจาก MNDAA ส่งกำลังไปช่วย KIA สู้รบกับกองทัพเมียนมา

เกิดเหตุระเบิดรถบรรทุกทหารที่ภาคย่างกุ้งของเมียนมา

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดโจมตีรถบรรทุกทหารที่เขต Hlegu ภาคย่างกุ้ง เมื่อ 31 ส.ค.64  เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และรถบรรทุกได้รับความเสียหาย หลังจากกองกำลังป้องกันประชาชนกลุ่ม Hlegu People Defense Force (HPDF) ขว้างระเบิดโจมตีป้อมทหารที่เขต Hlegu ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย เมื่อ 30 ส.ค.64 และเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางระเบิดขนาดเล็กอย่างน้อย 12 แห่ง ในภาคย่างกุ้งและภาคมัณฑะเลย์ของเมียนมา ระหว่าง 29-30 ส.ค.64

พระพรหมไทยในไทเป : เทพเจ้าฮินดูที่กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย

ในซอยเล็ก ๆ กลางไทเป ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าซ่งเจียงหนานจิง เป็นที่ตั้งของรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากอินเดียที่กำลังมีบทบาทต่อการเสริมสร้างพลังใจให้ชาวใต้หวัน โดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาว   พื้นที่เล็ก ๆ บริเวณหัวมุมถนนคลุมไว้ด้วยเต๊นท์ผ้าใบสีแดงสด ปิดบังบรรยากาศภายในไว้ด้วยกระถางใส่ดอกไม้สดนับร้อยช่อ และพวงมาลัยเจ็ดสีหลายศอกแขวนยาวเป็นพืด ให้อารมณ์เหมือนเป็นร้านขายดอกไม้ที่ปากคลองตลาดผสมกับศาลใต้ต้นไทรท้ายซอย ต้องเดินผ่านประตูรั้วและมองทะลุควันธูปเข้าไป จึงจะเห็นว่าเป็น “พระพรหม” ที่ประดิษฐานเป็นประธานอยู่ข้างในนั้น ตามที่ชื่อสถานที่บอกไว้ว่าที่แห่งนี้คือ “Changchun Phra Phrom” หรือศาลพระพรหมฉางชุน   ผมเจอสถานที่แห่งนี้โดยบังเอิญบน Google Map ขณะเดินเล่นที่ไต้หวัน สิ่งที่เตะตาจนสงสัยและถึงกับต้องตามไปดูของจริงก็ด้วยการสะกดคำว่าพระพรหมตามแบบราชบัณฑิตไทยว่า “Phra Phrom” ซึ่งต่างจากการสะกดว่า “Brahma” ตามแบบสากล ซึ่งทำให้อนุมานได้ว่าน่าจะเป็นพระพรหมที่ไต้หวันได้อิทธิพลมาจากไทยมากกว่าอินเดีย ก็เลยสงสัยขึ้นมาถึงที่มาที่ไปว่าพระพรหมของไทยมาโผล่อะไรเอาตรงนี้   ในซอยเล็กริมถนนใหญ่ที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญของไทเป เมื่อเดินหลุดผ่านรั้วเข้าไปในศาลพระพรหมฉางชุน เหมือนกับว่าผ่านประตูทะลุมิติโผล่ที่ไทย บรรยากาศบ้านเมืองแบบไต้หวันที่เคยรายรอบหายไป แทนที่ด้วยสิ่งแวดล้อมคุ้นตา พระพรหมสี่หน้า กระถางธูป ดอกดาวเรือง เครื่องทองเหลือง ฯลฯ ประกอบกันแล้วเหมือนเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ในมุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร   มีเพียงชาวไต้หวันเป็นสิ่งยืนยันว่าตอนนี้ยังอยู่บนแผ่นดินไต้หวัน ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นั่น ศาลเล็ก ๆ แห่งนี้มีชาวไต้หวันที่ศรัทธาเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ประมาณด้วยสายตาแล้วส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยทำงานหรือกำลังเรียน…

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือควรเป็นนโยบายเร่งด่วน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 อ้าง เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า การโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือกลับสู่การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ควรเป็นนโยบายเร่งด่วน หลังทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า เกาหลีเหนือรื้อฟื้นการทำงานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ศูนย์นิวเคลียร์ย็องบย็อน (Yongbyon complex) ตั้งแต่ต้น ก.ค.64 หลังปิดการใช้งานตั้งแต่ ธ.ค.61 โดยมีความเป็นไปได้สูงว่า อาจเป็นการผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ นอกจากนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ แสดงท่าทีเชิงรุกเพื่อรื้อฟื้นการเจรจากับเกาหลีเหนือบนพื้นฐานของทัศนะร่วมต่อสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีในปัจจุบัน ทั้งนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ยังคงติดตามการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด

จีนจะร่วมซ้อมรบกับสมาชิก SCO ในรัสเซียระหว่าง 11-25 ก.ย.64

หนังสือพิมพ์Global Times รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า กองทัพจีนจะส่งทหารกว่า 550 นายพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ร่วมซ้อมรบกับประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation-SCO) ภายใต้รหัส  Peace Mission-2021 ที่ Orenburg ของรัสเซียระหว่าง 11-25 ก.ย.64 ซึ่งครอบคลุมการลาดตระเวนและการเฝ้าติดตาม การโจมตี การปิดล้อม และการปราบปรามผู้ก่อการร้าย รวมทั้งการต่อต้านการโจมตีด้วยโดรน อีกทั้งจะเป็นครั้งแรกที่จีนใช้การขนส่งทางรถไฟข้ามพรมแดนจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียในไปยังรัสเซียระยะทางรวม 6,300 กิโลเมตร นอกจากนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการซ้อมร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศกับปากีสถาน มองโกเลีย และไทยภายใต้รหัส Shared Destiny-2021 ที่มณฑลเหอหนาน ระหว่าง  6-15 ก.ย.64

นักวิทยาศาสตร์แอฟริกาใต้สนใจเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์เร็วขึ้นเกือบ 2 เท่า

สำนักข่าวAl Jazeera รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า สถาบันโรคติดต่อแห่งชาติของแอฟริกาใต้ (National Institute for Communicable Diseases-NICD) แถลงว่านักวิทยาศาสตร์ชาวแอฟริกาใต้ให้ความสนใจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีการกลายพันธุ์หลายครั้ง เรียกว่าสายพันธุ์ C.1.2 เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ที่เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ทั่วโลกเกือบ 2 เท่า แต่ยังตรวจพบไม่มาก และยังไม่ทราบว่าจะตอบสนองอย่างไรต่อวัคซีน ขณะนี้ตรวจพบสายพันธุ์ C.1.2 ในแอฟริกาใต้ 9 จังหวัด และในพื้นที่อื่นทั่วโลก เช่น จีน มอริเชียส นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร ทั้งยังมีการตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับสายพันธุ์ C.1.2 โดย KwaZulu-Natal Research and Innovation and Sequencing Platform เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตรวจสอบบทความดังกล่าว ปัจจุบันการติดเชื้อ COVID-19 ในแอฟริกาใต้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เดลตา  แอฟริกาใต้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รุนแรงที่สุดในแอฟริกา โดยแอฟริกาใต้เผชิญการแพร่ระบาดระลอกที่สองเมื่อ ธ.ค.63-ม.ค.64 จากสายพันธุ์เบตา การระบาดระลอกที่สามในปัจจุบันจากสายพันธุ์เดลตา…