เอกอัครราชทูตจีนประจำอัฟกานิสถานหารือกับแกนนำกลุ่มตอลิบัน

นาย Mohammed Naeem โฆษกกลุ่มตอลิบัน ทวีตข้อความว่า นายหวัง หยู เอกอัครราชทูตจีนประจำ อัฟกานิสถาน เข้าพบนาย Abdul Salam Hanafi รองหัวหน้าสำนักงานการเมืองของกลุ่มตอลิบัน เมื่อ 25 ต.ค.64 ที่กรุงคาบูล โดยหารือประเด็นการรักษาความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตจีนและนักการทูตจีนในคาบูล สถานการณ์ปัจจุบันในอัฟกานิสถาน ความสัมพันธ์ทวิภาคี และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของจีน

ผู้อพยพชาวอัฟกัน: ความท้าทายครั้งสำคัญจากวิกฤติอัฟกานิสถาน

ปัญหาผู้อพยพชาวอัฟกันไม่ใช่เรื่องใหม่ ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมายาวนานมากกว่า 40 ปีและจัดเป็นหนึ่งในวิกฤติผู้อพยพที่มีความยืดเยื้อมากที่สุดของโลก อัฟกานิสถานเผชิญกับภัยคุกคามและความท้าทายที่หลากหลายในประเทศ ทั้งความขัดแย้ง เหตุรุนแรง ภัยธรรมชาติ

จีนบริจาคเครื่องผลิตอ็อกซิเจนให้เมียนมา

สถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา แถลงเมื่อ 24 ส.ค.64 ว่า จีนบริจาคเครื่องผลิตอ็อกซิเจนจำนวน 140 เครื่องให้กับกระทรวงสาธารณสุขเมียนมา เพื่อรับมือกับโรค COVID-19 โดยนายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา ระบุว่า การบริจาคของจีนจะเป็นการช่วยป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ในเมียนมา โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวThe Irradwaddy รายงานอ้างถ้อยแถลง พล.ต.Zaw Min Tun ของเมียนมา เมื่อ 16 ส.ค.64 ว่ากระทรวงกลาโหมจีนจะบริจาควัคซีนโรค COVID-19 ให้เมียนมาอีก 400,000 โดส  จากก่อนหน้านี้ที่บริจาคแล้ว 500,000 โดส ทั้งนี้ ทางการจีนบริจาควัคซีนให้เมียนมาแล้วรวม 2,000,000 โดส

ประธานพรรคปาสของมาเลเซีย แสดงท่าทีปกป้องกลุ่มตอลีบันในอัฟกานิสถาน

หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 25 ส.ค.64 โดยอ้างดาโต๊ะ ซรี อับดุล ฮาดี อาวัง ประธานพรรคปาส (พรรคร่วมรัฐบาล) ซึ่งโพสต์ข้อความที่มีท่าทีปกป้องกลุ่มตอลีบันในอัฟกานิสถาน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า กลุ่มตอลีบันเปลี่ยนไปแล้ว เห็นได้จากความพยายามเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเฉลียวฉลาดในการเผชิญหน้ากับศัตรู รวมถึงการประกาศนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่เคยทำงานกับสหรัฐฯ ปัจจุบัน กลุ่มตอลีบันยอมรับความแตกต่างในสังคม แม้ว่าที่ผ่านมา จะบังคับให้ทุกคนทำตามค่านิยมของกลุ่มฯ ก็ตาม เช่น การให้ผู้ชายไว้หนวดเคราและไม่ให้ผู้หญิงได้รับการศึกษา

การประชุมสุดยอด G 7 สมัยพิเศษประเด็นอัฟกานิสถานย้ำว่าจะตัดสินตอลิบันจากการกระทำมากกว่าคำพูด

สหราชอาณาจักร ในฐานะประธาน G 7 ปี 2564 เผยแพร่แถลงการณ์ร่วม G 7 ในเว็บไซต์ทางการ www.gov.uk เมื่อ 24 ส.ค.64 หลังการประชุมสุดยอด G 7 สมัยพิเศษ ต่อสถานการณ์ในอัฟกานิสถานผ่านระบบทางไกล โดยมีสาระสำคัญ คือ G 7 ให้คำมั่นจะให้ความสำคัญอันดับแรกกับการสนับสนุนการเดินทางของประชาชน G 7 และชาวอัฟกันออกจากอัฟกานิสถานอย่างปลอดภัย จะช่วยเหลือให้ผู้ลี้ภัยสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย จะสนับสนุนสหประชาชาติ (United Nations-UN) ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมทั้งย้ำว่าจะพิจารณาการกระทำของรัฐบาลอัฟกานิสถานมากกว่าคำพูด โดยกลุ่มตอลิบันจะต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเองในการป้องกันการก่อการร้าย การปกป้องสิทธิมนุษยชนของสตรี เด็กผู้หญิง และกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงเร่งสร้างเสถียรภาพทางการเมือง โดยเร่งจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงสตรีและกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย ทั้งนี้ การยอมรับสถานะของรัฐบาลอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับแนวทางที่ตอลิบันจะสานต่อพันธกิจของอัฟกานิสถานกับต่างประเทศ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในอัฟกานิสถาน

เกาหลีใต้จะนำผู้อพยพชาวอัฟกันจำนวน 380 คน เดินทางไปเกาหลีใต้

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 25 ส.ค.64 อ้างนาย Choi Jong-moon รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้คนที่ 2 ว่า เครื่องบินทางทหารของเกาหลีใต้จะรับผู้อพยพชาวอัฟกันจำนวน 380 คน เดินทางจากกรุงอิสลามาบัด ปากีสถานไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ ใน 26 ส.ค.64 โดยผู้อพยพส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ครูฝึกวิชาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และล่าม ซึ่งเคยทำงานในสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงคาบูล โรงพยาบาลของเกาหลีใต้ และศูนย์ฝึกอาชีพที่เปิดในอัฟกานิสถานภายใต้การกำกับดูแลขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ (Korea International Cooperation Agency-KOICA) โดยผู้อพยพจะได้รับวีซ่าระยะสั้นและเปลี่ยนเป็นวีซ่าระยะยาว กับทั้งจะได้รับสถานะบุคคลพิเศษ (Persons of Special Merit) ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย และจะได้เข้าตรวจหาเชื้อ COVID-19 ในสถานที่กักตัวของรัฐบาลที่เขต Jincheon ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงโซลประมาณ 91 กิโลเมตร   ทั้งนี้ เกาหลีใต้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารและการบรรเทาทุกข์ในอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะการทำงานในลักษณะคณะทำงานบูรณะจังหวัด (Provincial Reconstruction Team-PRT) ช่วงปี 2553-2557 ภารกิจส่วนใหญ่คือให้บริการทางการแพทย์ การพัฒนาการเกษตร…

คูเวตอนุมัติใช้ยา Ronapreve รักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ในกรณีฉุกเฉิน

สำนักข่าว Al Arabiya ของซาอุดีอาระเบีย รายงานอ้างหนังสือพิมพ์Kuwait Times ของคูเวต เมื่อ 24 ส.ค.64 ว่า กระทรวงสาธารณสุขคูเวตอนุมัติการใช้ยา Ronapreve สำหรับรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ในกรณีฉุกเฉิน พร้อมอ้าง ดร.Abdullah al-Bader ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขคูเวต เปิดเผยว่ายา Ronapreve มีประสิทธิภาพในการลดโอกาสการรักษาตัวในโรงพยาบาล และการอนุมัติการใช้ในกรณีฉุกเฉินมีขึ้นหลังจากกระทรวงสาธารณสุขคูเวต ทบทวนข้อมูลการทดลองทางคลินิกพบว่ายาดังกล่าว อาจใช้เพื่อป้องกันและรักษาการอาการป่วยรุนแรงจากโรค COVID-19 ได้ ทั้งนี้ ยา Ronapreve เป็นยาชนิดแอนติบอดีแบบผสมหรือแอนติบอดีค็อกเทล (Antibody cocktail) ที่บริษัท Regeneron Pharmaceuticals ในสหรัฐฯ พัฒนาร่วมกับบริษัท F. Hoffmann-La Roche ในสวิสเซอร์แลนด์ ยาดังกล่าวจะเลียนแบบแอนติบอดีที่ร่างกายผลิตได้ตามธรรมชาติเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบฉีดหรือหยดทางสายน้ำเกลือ โดยตัวแอนติบอดีจะเข้าไปจับเชื้อไวรัส COVID-19 บริเวณผนังระบบทางเดินหายใจ และทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถเข้าสู่เซลล์ในระบบได้ ช่วยบรรเทาอาการป่วยรุนแรงและลดความเสี่ยงในการต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ปัจจุบันหลายประเทศและภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรป (European Union-EU)…

อินโดนีเซียอนุมัติวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน

สำนักข่าวReuters รายงานเมื่อ 24 ส.ค.64 อ้างการแถลงของนางเพนนี ลูคิโต ผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาของอินโดนีเซีย (Badan Pengawas Obat dan Makanan-BPOM) ว่า อินโดนีเซียได้อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 Sputnik V ของรัสเซีย เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้ว ส่งผลให้วัคซีนSputnik V เป็นวัคซีนรายการที่ 6 ที่อินโดนีเซียขึ้นทะเบียนเพื่อใช้งานฉุกเฉินในประเทศ ต่อจาก Sinovac, AstraZeneca, Sinopharm, Moderna และ Pfizer

เยอรมนีเตือนกลุ่ม IS อาจโจมตีแบบพลีชีพในอัฟกานิสถาน

นาย Eberhard Zorn ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเยอรมนี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อ 24 ส.ค.64 อ้างแหล่งข่าวสหรัฐฯ และการประเมินของหน่วยข่าวเยอรมนี ว่า มีรายงานสมาชิกกลุ่ม Islamic State (IS) แฝงตัวเดินทางเข้าสู่กรุงคาบูล อัฟกานิสถาน เพื่อเตรียมก่อเหตุโจมตีแบบพลีชีพ ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในอัฟกานิสถานลดต่ำลง ขณะที่ประเทศตะวันตกยังประสบปัญหาอพยพพลเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ก่อนถึงกำหนดเส้นตายใน 31 ส.ค.64

ประเทศยุโรปตะวันออกเรียกร้องให้ UN ลงโทษเบลารุสที่ปล่อยผู้ลี้ภัยข้ามแดนผิดกฎหมาย

สถานีโทรทัศน์ Deutsche Well รายงานเมื่อ 24 ส.ค.64 ว่า ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ ลัตเวีย ลิธัวเนีย โปแลนด์ และเอสโตเนีย ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ออกมาตรการลงโทษเบลารุสที่ปล่อยให้ผู้ลี้ภัยลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายเข้าสู่ยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เบลารุสวางแผนให้ยุโรปเผชิญวิกฤติผู้ลี้ภัยอีกครั้ง และใช้ผู้ลี้ภัยเป็นเครื่องมือลดทอนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน ขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ลัตเวีย ลิธัวเนีย โปแลนด์ และเอสโตเนีย เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (European Union-EU) พิจารณาดำเนินนโยบายการเปิดรับผู้ลี้ภัย เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายในอนาคต ทั้งนี้ ลัตเวีย ลิธัวเนีย และโปแลนด์ ซึ่งมีชายแดนติดกับเบลารุส เริ่มสร้างรั้วลวดหนามบริเวณชายแดนที่ติดกับเบลารุส และประจำการทหารเพิ่ม เพื่อป้องกันผู้ลี้ภัย