นักวิทยาศาสตร์รัสเซียด้านเทคโนโลยีไฮโดรคาร์บอนต้องสงสัยส่งข้อมูลให้หน่วยข่าวต่างประเทศ

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 ว่า ศาลแขวง Lefortovo มอสโก ออกหมายจับนาย Alexander Kuranov ผู้อำนวยการและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ บริษัทScientific Research Enterprise of Hypersonic Systems ในเครือ Leninets Group และสั่งควบคุมตัวเป็นเวลา 1 เดือน กับ 28 วัน หรือจนถึง 9 ต.ค.64 ในข้อหากระทำความผิด มาตรา 275 ตามประมวลกฎหมายอาญารัสเซีย ซึ่งผลการสอบสวนของหน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (Federal Security Service-FSB) และตรวจค้นที่พักของนาย Kuranov ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พบว่า นาย Kuranov อาจส่งข้อมูลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไปยังหน่วยข่าวต่างประเทศ ทั้งนี้ FSB ยังไม่ได้ยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการต่อนาย Kuranov สำหรับนาย Kuranov ผู้ต้องสงสัยรายนี้ ยังดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านระบบควบคุมและเทคโนโลยีที่…

อินเดียเตรียมอพยพเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตออกจากอัฟกานิสถานภายใน 48 ชั่วโมง

สำนักข่าว The Times of India รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า อินเดียเตรียมอพยพนักการทูต และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย/กรุงคาบูล ออกจากอัฟกานิสถาน ภายใน 48 ชั่วโมง หลังกลุ่มตอลิบันเริ่มนำกำลังเข้าควบคุมกรุงคาบูล และประธานาธิบดี Ashraf Ghani ของอัฟกานิสถาน ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อ 15 ส.ค.64 ปัจจุบัน ทหารสหรัฐฯ ยังสามารถควบคุมพื้นที่ท่าอากาศยานในกรุงคาบูลไว้ได้ ทำให้เที่ยวบินเชิงพาณิชย์ของอินเดียยังสามารถเดินทางเข้าออกอัฟกานิสถานได้ อินเดียจึงมีแผนอพยพเจ้าหน้าที่ให้เสร็จสิ้นก่อนสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย

เวียดนามจะซื้อวัคซีน Pfizer ป้องกันโรค COVID-19 อีก 20 ล้านโดส

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 15 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลเวียดนามวางแผนจัดซื้อวัคซีนของบริษัท Pfizer อีก 20 ล้านโดส หลังจากกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้บรรลุข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวแล้ว 31 ล้านโดส เมื่อ พ.ค.64 และได้รับวัคซีนแล้ว 1 ล้านโดส เมื่อ ก.ค.64 และอีก 3 ล้านโดสมีกำหนดรับมอบใน ส.ค.64 (คาดว่าส่วนที่เหลือจะส่งมอบได้ในไตรมาส 4/2564) โดยรัฐบาลเวียดนามจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อโดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรได้ร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด 96 ล้านคน ทั้งยังพยายามจัดหาวัคซีนที่ต้องการผ่านหลายช่องทาง ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้อนุมัติการฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 2 ให้แก่ผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มแรก แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน ปัจจุบัน เวียดนามฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่ประชาชนแล้วประมาณ 12.5 ล้านคน และครบ 2 เข็ม มากกว่า 1.3 ล้านคน วันเดียวกัน เวียดนามเริ่มการทดลองวัคซีน…

ออสเตรเลียยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ในหลายรัฐหลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มต่อเนื่อง

สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียยกระดับการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด หลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ สูงสุดจำนวน 478 ราย โดยกำลังตำรวจและทหาร รวม 21,000 นาย จะเริ่มปฏิบัติการ “Operation Stay at Home” ตั้งแต่ 15 ส.ค.64 เวลา 24.00 น. เพื่อลาดตระเวนและควบคุมให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ปัจจุบันมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งกรณีประชาชนฝ่าฝืนกฎล็อกดาวน์แล้วประมาณ 500 ฉบับ ซึ่งรวมถึงกรณีไม่สวมหน้ากากในที่สาธารณะ ทั้งนี้ รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ประกาศยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ทั่วทั้งรัฐ ตั้งแต่ 14 ส.ค.64 พร้อมเพิ่มค่าปรับกรณีฝ่าฝืนกฎล็อกดาวน์ ขณะที่กรุงแคนเบอร์ราประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ถึง 2 ก.ย.64 หลังพบผู้ติดเชื้อใหม่ 19 ราย ส่วนรัฐ วิกเตอเรียประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์นครเมลเบิร์นถึง 2 ก.ย.64 และใช้มาตรการเคอร์ฟิวระหว่าง 21.00-05.00 น.…

สหราชอาณาจักรเรียกร้องให้นานาประเทศไม่รับรองรัฐบาลกลุ่มตอลิบัน

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร แถลงเมื่อ 15 ส.ค.64 ว่า ไม่ควรมีประเทศใดยอมรับกลุ่มตอลิบันเป็นรัฐบาลอัฟกานิสถาน และเรียกร้องให้ประเทศตะวันตกแสดงจุดยืนร่วมกันผ่านกลไกความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ สหประชาชาติ (UN) และ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization- NATO) เพื่อป้องกันไม่ให้อัฟกานิสถานเป็นแหล่งของกลุ่มก่อการร้าย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจอห์นสันแสดงทัศนะว่า การที่สหรัฐฯ ถอนกำลังทางทหารออกจากอัฟกานิสถาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มตอลิบันเข้ายึดครองอัฟกานิสถานได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มตอลิบันเข้ายึดครองกรุงคาบูลและทำเนียบประธานาธิบดี รวมทั้งประกาศจะจัดตั้งเอมิเรตอิสลามอัฟกานิสถาน (Islamic Emirate of Afghanistan)

ลาวใช้งบประมาณจำนวน 15,820 ล้านกีบ เพื่อดูแลแรงงานลาวซึ่งเดินทางกลับจากไทย

เว็บไซต์สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของนางใบคำ ขัดติยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมลาว ต่อที่ประชุมสมัยวิสามัญ สภาแห่งชาติลาว ชุดที่ 9 ครั้งที่ 1 เมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า ตั้งแต่ มี.ค.63  รัฐบาลลาวใช้งบประมาณมากกว่า 15,820 ล้านกีบ (ประมาณ 55 ล้านบาท) เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานลาวซึ่งเดินทางกลับจากไทย ทั้งอาหาร การขนส่ง และสิ่งจำเป็นอื่นๆ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์กักตัวในพื้นที่ 10 แขวง เพื่อรองรับแรงงานลาวเดินทางกลับประเทศ อีกทั้งประสานงานกับไทยเพื่อให้แรงงานลาวทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่มีเอกสารทำงานสามารถเดินทางกลับลาวได้ นอกจากนี้ ทางกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมลาว ได้จัดเก็บข้อมูลและประสานงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหอการค้าแห่งชาติลาว เพื่อช่วยเหลือแรงงานลาวบางส่วนให้มีงานทำในประเทศ และจนถึงปัจจุบัน โครงการลงทุนและเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายแห่งมีความต้องการจ้างงานแรงงานลาวที่เดินทางกลับจากไทย 6,000 คน

ผู้นำเกาหลีเหนือกับรัสเซียแลกเปลี่ยนสาส์นเพื่อยกระดับความสัมพันธ์

สำนักข่าว ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 15 ส.ค.64 อ้าง สำนักข่าว KNCA ของเกาหลีเหนือว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แลกเปลี่ยนสาส์นระหว่างกันในวาระครบรอบ 76 ปี ของการปลดปล่อยเกาหลีจากการปกครองของญี่ปุ่น โดยผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียพัฒนาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น และหวังยกระดับความสัมพันธ์สู่ระดับยุทธศาสตร์ใหม่ ขณะที่ผู้นำรัสเซียรำลึกถึงกองทัพแดง (Red Army) และชาวเกาหลีที่เสียสละเพื่ออิสรภาพของเกาหลีเหนือ ส่วนการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันยึดถือตามข้อตกลงการประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ-รัสเซีย เมื่อ ก.ย.61 ที่นครวลาดิวอสต็อก รัสเซีย เพื่อส่งเสริมความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ ผู้นำสองประเทศแลกเปลี่ยนสาส์นในวาระครบรอบการปลดปล่อยเกาหลีเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือพยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศสังคมนิยม ได้แก่ รัสเซีย จีน และคิวบา หลังการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหานิวเคลียร์หยุดชะงัก และเศรษฐกิจภายในประเทศของเกาหลีเหนือได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติและสหรัฐฯ

ออสเตรเลียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มตอลิบันยุติการใช้ความรุนแรงในอัฟกานิสถาน

นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 16 ส.ค.64 ร่วมกับนางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า รัฐบาลออสเตรเลียอยู่ระหว่างการอพยพชาวออสเตรเลียในอัฟกานิสถาน จำนวน 130 คน ซึ่งทำงานในองค์การสหประชาชาติ และองค์กร NGOs รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ถือวีซ่ามนุษยธรรม และผู้ที่ยื่นขอความคุ้มครอง นอกจากนี้ ออสเตรเลียเรียกร้องให้กลุ่มตอลิบันยุติการใช้ความรุนแรงกับพลเมือง ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และเคารพสิทธิมนุษยชน เฉพาะอย่างยิ่งต่อสตรีและเด็กหญิง กลุ่มตอลิบันจะต้องรับผิดชอบหากมีการสังหารหรือการทารุณทหารอัฟกานิสถานหรือกองกำลังความมั่นคงที่ยอมแพ้หรือถูกจับ อีกทั้งควรปฏิบัติต่อรัฐบาลอัฟกานิสถานและผู้นำทางการเมืองด้วยความปลอดภัย ให้เกียรติ และไม่คุกคามหรือขัดขวางผู้ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานในวันเดียวกันว่า ออสเตรเลียจะส่งเครื่องบิน C-17 ของกองทัพอากาศ พร้อมกำลังทหารมากกว่า 250 นาย ไปยังอัฟกานิสถานเพื่อช่วยอพยพชาวออสเตรเลีย รวมถึงจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณสนามบินฮามิด กาไซ ในกรุงคาบูล ก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียได้อพยพชาวอัฟกานิสถานและครอบครัวแล้ว 430 คน ตั้งแต่ เม.ย.64

กัมพูชาตรวจยึดเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้าจากไทยได้กว่า 4 ตัน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 16 ส.ค.64 รายงานอ้างการเปิดเผยของนาย Tan Phannara อธิบดีกรมสุขภาพสัตว์และผลผลิต สังกัดกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงกัมพูชา ว่าเมื่อ 15 ส.ค.64 เจ้าหน้าที่จังหวัดกัมปงชนัง ตรวจยึดและเผาทำลายเนื้อหมูและเครื่องในทั้งหมด 65 กล่อง (กล่องละ 450 กิโลกรัม) หรือประมาณ 2.9 ตัน ซึ่งนำเข้าจากไทยด้านจังหวัดโพธิสัตว์ (ตรงข้าม จังหวัดตราด) แต่คนขับรถบรรทุกหลบหนีได้ ห้วงเดียวกันเจ้าหน้าที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จังหวัดสระแก้ว) ตรวจยึดเนื้อหมูลักลอบนำเข้าจากไทยได้ 30 กล่อง (กล่องละ 50 กิโลกรัม) หรือเป็นจำนวน 1.5 ตัน

อินโดนีเซียห่วงกังวลสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน

นาย Teuku Faizasyah โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 16 ส.ค.64ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังติดตามสถานการณ์ในอัฟกานิสถานอย่างใกล้ชิด หลังจากกลุ่มตอลิบันนำกำลังเข้าควบคุมกรุงคาบูล โดยได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูต และพลเมืองอินโดนีเซียกลับประเทศหากสถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ รัฐบาลเรียกร้องให้ชาวอินโดนีเซียเพิ่มความระมัดระวัง ในชั้นนี้ นาย Faizasyah ยืนยันว่า แม้ว่าจะมีการอพยพพลเมืองอินโดนีเซียออกจากอัฟกานิสถาน แต่อินโดนีเซียจะยังไม่ปิดสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำอัฟกานิสถาน โดยจะคงเจ้าหน้าที่สำคัญไว้ที่สถานเอกอัครราชทูตอยู่ต่อไป