ปัญหาการกัดเซาะหน้าดิน ภัยพิบัติที่เลี่ยงไม่ได้…แต่ชะลอได้

การกัดเซาะหน้าดินเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ ที่เกิดขึ้นจาก “น้ำ” ทั้งน้ำฝนและแม่น้ำลำคลอง เมื่อกระแสน้ำรุนแรง กัดเซาะดินหรือหินทำให้หน้าดินละลายไปกับน้ำไหลไปยังพื้นที่อื่น หน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เสมือนปุ๋ยก็จะถูกกระจายไปสู่พื้นที่ที่กระจายออกไปมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พื้นที่ราบน้ำท่วมขังที่หน้าดินได้ตกตะกอนจากกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยลงที่ความเร็วประมาณ 0.11 เมตรต่อวินาที และทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ เช่น ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และที่ราบลุ่มกู๋ลองยาง (Cuu Long Giang) บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม แต่เมื่อการทำเกษตรกรรมรุกคืบเข้าสู่ผืนป่า ต้นไม้และพืชคลุมดินที่ป้องกันการกัดเซาะจากน้ำฝนถูกเปลี่ยนเป็นเขาหัวโล้นสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ถั่ว และฟักทอง เป็นต้น การกัดเซาะหน้าดินจึงสูงมากขึ้น โดยเฉลี่ยประเทศไทยสูญเสียหน้าดินไปราวๆ 20 – 40 ตันต่อไร่ต่อปี จากการกัดเซาะ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดเอียงสูง นั่นคือปริมาณปุ๋ยตามธรรมชาติที่สูญเสียไปในแต่ละปี ไม่ใช่ว่าหน้าดินที่ถูกกัดเซาะจะกลายเป็นปุ๋ยต่อไปในที่ราบ แต่ด้วยวิธีการทำเกษตรที่มีการใช้สารพิษในการเพาะปลูก ทำให้สารเคมีเหล่านี้เจือปนสู่แม่น้ำต่างๆ ไปสู่แปลงเกษตรหรือแม้แต่การอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปี เกษตรกรจะต้องเติมปุ๋ยไปในพื้นที่เพื่อทำดินให้อุดมสมบูรณ์ เป็นจำนวน 5.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท นั่นเพราะหน้าดินที่ถูกกัดเซาะลงมาขาดคุณสมบัติในการเป็นปุ๋ย เพราะปุ๋ยตามธรรมชาติเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ของป่าบนภูเขาต้นน้ำ เมื่อไม่มีป่า หน้าดินก็ไม่อุดมสมบูรณ์อีกต่อไป จากสถานการณ์ราคาของปุ๋ยที่สูงขึ้น เนื่องจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่เป็นแหล่งผลิตและส่งออกปุ๋ยของโลกยืดเยื้อ ราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นกลายเป็นภาระของเกษตรกร และยังส่งผลให้ราคาผลผลิตหรืออาหารที่สูงขึ้นกระทบไปยังผู้บริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว…

ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย : เพื่อนที่ทิ้งไปไม่ได้

โลกได้ประสบกับเรื่องที่สาหัสอย่างการระบาดของโควิดในปี 2562 มาแล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่าในระหว่างที่มีการภาวนาให้ผลกระทบจากการระบาดดีขึ้นในปี 2565 นี้ กลับกลายเป็นต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งใหม่จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน สงครามที่เกิดขึ้นในยูเครนทำให้ชาติตะวันตกและอีกหลายประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรเพื่อต่อต้านและประณามการกระทำของรัสเซียที่เรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสนใจว่าจีนซึ่งพยายามรักษาภาพลักษณ์อันดีในเวทีโลกกลับมีท่าทีที่แตกต่าง โดยการยืนยันที่จะยังคงสานสัมพันธ์กับรัสเซีย

ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย : เพื่อนรัก เพื่อนร้าย

หากจะเอ่ยถึงประเทศคู่ซี้ที่กำลังมาแรงและเป็นที่จับตามอง ณ ขณะนี้ ยังไงก็คงจะหนีไม่พ้นคู่จีนและรัสเซียอย่างแน่นอน จากความสัมพันธ์ที่ยังคงแน่นแฟ้น แม้จะเกิดวิกฤติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปัจจุบันก็ตาม แต่อันที่จริง จีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์กันอย่างยาวนานตั้งแต่อดีต เนื่องจากการยึดถือค่านิยมที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน หรือการเป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และแม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเคยสะดุดหรือมีการระหองระแหงกันบ้าง แต่ในท้ายที่สุด ทั้งสองประเทศก็ต่างจำเป็นที่จะต้องมีกันและกันมากกว่า……… ลงเอยเป็นความสัมพันธ์แบบ “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย และเพื่อนที่ทิ้งไปไม่ได้” ในที่สุด เพื่อนรัก ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียมีทั้งช่วงเวลาที่ขึ้นและลง และค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์อันเป็นหนึ่งเดียวกันมาตลอด หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 2534 จีนและรัสเซียเป็น “หุ้นส่วนที่สร้างสรรค์” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ในปี 2556 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รัสเซียผนวกดินแดนไครเมียเข้ากับตนเองในปี 2557 เพื่อนทางตะวันตกได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย และเพื่อนชื่อ NATO ก็ได้ระงับทุกความร่วมมือกับรัสเซียทันที ขณะที่เพื่อนทางทิศตะวันออกอย่างจีน ยังเปิดรับการพัฒนาสัมพันธ์กับรัสเซีย ทำให้ทั้งสองมีความใกล้ชิดกันในทุกด้านของความสัมพันธ์ ด้านการเมือง….. เราจะเห็นถึงการร่วมมือทางการเมืองและการทูตระหว่างจีนและรัสเซียเพื่อคานอำนาจตะวันตก โดยเพื่อนรักทั้งสองมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่ต่อต้านกันเมื่อมีการลงมติในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) เช่น ในปี 2557 จีนงดออกเสียงในมติของ UNSC ที่ให้การลงประชามติแยกไครเมียจากยูเครนให้เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียเป็นโมฆะ…

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ไม่สดใส: ความน่ากังวลต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

สำหรับครั้งนี้อยากชวนทุกคนจับตาสัญญาณน่ากังวลของเศรษฐกิจโลกในอนาคต จากที่ล่าสุดจีนประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) ของไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ออกมา โดยเติบโตเพียงแค่ร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ผ่านมา และเรียกได้ว่าเข้าขั้นติดลบคิดเป็นร้อยละ -2.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่ตัวเลขนี้น่ากังวลก็เพราะจีนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกลจักรสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกในยามวิกฤตตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย เศรษฐกิจก็ยังเติบโตอย่างสดใส โดยขยายตัวเกือบร้อยละ 7 ในขณะที่ช่วงเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เศรษฐกิจจีนก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 6.4 และถือเป็นตลาดบริโภคสำคัญที่ช่วยพยุงมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศ จากกำลังซื้อจำนวนมหาศาลของประชาชนจีน ทำให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมยังคงสามารถเดินหน้าต่อมาได้ แม้การเติบโตจะลดลง อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มประสบปัญหาโดยเฉพาะนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนติดลบอย่างหนัก ก่อนจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและปิดประเทศ ถึงกระนั้นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของจีนหลายตัวมีการสวิงไปมาและเริ่มขาดเสถียรภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รัฐบาลจีนตลอด 2 ปีที่ผ่านมาต้องอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้น การประกาศตัวเลข GDP ครั้งล่าสุดนี้น่าสนใจมาก เพราะถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี โดยนักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศต่างมองว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 นี้ลดลงอย่างมาก เป็นผลสำคัญมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ทั้งปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาไปจนถึงการระบาดของไวรัสภายในประเทศจนหลายเมืองถูกปิด โดยหนึ่งในเมืองสำคัญก็คือเซี่ยงไฮ้ซึ่งถือเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของจีน ทั้งในภาคการบริโภค การบริการ และภาคอุตสาหกรรม…

มาแล้วทูตอเมริกาคนใหม่ : รักกันไว้เถิด

ชื่อเรื่องอาจไม่เร้าใจ และใครจะรักกับใคร และทูตอเมริกาคนใหม่มาแล้วอย่างไร เกี่ยวข้องกับความรักอย่างไร …. คำถามตามกันมาติด ๆ ขออนุญาตพูดคุยกันพอเจ็บ ๆ คัน ๆ กันในเรื่องความรักระหว่างเรากับอเมริกาที่ความสัมพันธ์มีมายาวนานกว่าร้อยปี นาย Robert F Godec เตรียมตัวจะมาเป็นทูตอเมริกาคนใหม่ประจำกรุงเทพฯ หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า เอกอัครราชทูต แต่ก่อนมาถึงไทย ทางอเมริกาก็มีหลักมีเกณฑ์ว่า ต้องไปชี้แจง หรือบอกเล่ากับคณะกรรมาธิการด้านต่างประเทศของวุฒิสภาก่อนว่า จะมาทำอะไรที่ไทยที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่มีกันอยู่อย่างแน่นแฟ้น ให้โชติช่วงต่อไป และรักกันตลอดไป หากทางวุฒิสภาถูกใจ ก็จะลงคะแนนเสียงให้ผ่านมาไทยได้ ซึ่งนาย Godec ก็ไม่น่าจะพลาด และหลังจากนั้นก็เป็นกระบวนการทางฝ่ายไทยในการดำเนินการต่อไป จากการที่ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และตาม ๆ อ่าน ข้อมูลที่นาย Godec ชี้แจงกับทางอเมริกาเมื่อ 13 กรกฎาคม 2565 ก็ดูดีนะ ภาพก็ออกมาเป็นบวก ๆ ดูจะเข้าใจความรักอันแน่นแฟ้นระหว่างเรากับอเมริกาดี และก็บอกว่าจะมาส่งเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ซึ่งต่อไปนี้ รัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชน…

ศึก Chip (ยังไม่) หาย

ประเด็นร้อนแรงแซงทุกข่าวสำหรับปี 2565 ตอนนี้  ยังต้องยกให้กับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน หรือนัยความขัดแย้งรัสเซียกับตะวันตก ที่กลบพื้นที่ประเด็นสำคัญของโลกไปไม่น้อย รวมถึงการแข่งขันเทคโนโลยีการผลิต Chip ซึ่งอาจทำให้หลายคนอาจลืมไปว่า เดือนกรกฎาคมปีนี้ ครบรอบหนึ่งปีที่ประธานาธิบดี Tsai Ing-wen แห่งสาธารณรัฐจีน หรือไต้หวัน ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อ กรกฎาคม 2564 ว่า ไต้หวันบรรลุข้อตกลงกับลิทัวเนีย เพื่อเปิดสำนักงานผู้แทนไต้หวันในลิทัวเนีย ขณะที่ ลิทัวเนียก็จะเปิดสำนักงานผู้แทนในไต้หวันเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการเปิดสำนักงานผู้แทนครั้งแรกในรอบ 18 ปี ที่ไต้หวันเปิดสำนักงานผู้แทนในยุโรปต่อจากสโลวาเกียเมื่อปี 2546 และผลต่อเนื่องจากทวิตเตอร์ในวันนั้น ก็นำไปสู่การเกิดดีลใหญ่ในศักยภาพการพัฒนา Chip ของโลก ในเดือนมกราคม 2565 แม้น้อยคนจะจำได้ หรือให้ความสนใจ เพราะปีนี้คนส่วนใหญ่ หรือแม้แต่พื้นที่สื่อทั้งโลก ต่างพุ่งประเด็นไปที่เดือนกุมภาพันธ์มากกว่า เพราะเป็นเดือนที่รัสเซียบุกยูเครน ทำให้ความสนใจหันเหออกจากกรุงวิลนีอุส เมืองหลวงของลิทัวเนีย ไปยังกรุงเคียฟ ยูเครน ที่อยู่ห่างกันประมาณ 600 กิโลเมตรในระยะกระจัด (ประมาณกรุงเทพฯ – เชียงใหม่) ดีลใหญ่ที่ว่านั้นคือการที่ไต้หวันตั้งกองทุนการลงทุนในลิทัวเนีย โดยนาย Eric Huang หัวหน้าสำนักงานผู้แทนไต้หวันในลิทัวเนีย…

ความสูญเสียของวงการการ์ตูนไทยและการ์ตูนโลก

เมื่อปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดข่าวเศร้าติดต่อกันสำหรับคอการ์ตูนมังงะและแอนิเมชันในยุค 90 ด้วยการสูญเสีย 2 บุคคลที่ถือว่าเป็นผู้ให้ความสุขกับเด็ก ๆ ในยุคสมัยนั้น และหลาย ๆ คนน่าจะเติบโตมาเป็นเด็กหนวดในยุคสมัยนี้พร้อมกับผลงานของทั้ง 2 ท่าน คนแรกคือนักพากย์อาวุโสชาวไทย “คุณไกวัล วัฒนไกร” หรือ น้าไก เจ้าของเสียงพากย์ไทยของตัวการ์ตูนมากมาย ชนิดที่ว่าถ้านึกถึงเสียงพากย์ไทยของเบจิต้าและผู้เฒ่าเต่าจากเรื่อง Dragon Ball โรโรโนอา โซโล จาก One Piece หรือจะเป็นสารวัตรเมงุเระจากยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ต้องนึกถึงเสียงของน้าไกเป็นคนแรก ส่วนอีกท่านหนึ่งนั้นคือนักเขียนการ์ตูนมังงะระดับตำนาน “อาจารย์คาซุกิ ทาคาฮาชิ” ผู้เขียนเรื่อง “Yu-Gi-Oh!” หรือ “เกมกลคนอัจฉริยะ” (ชื่อแปลไทยฉบับของสยามอินเตอร์คอมิกส์) การ์ตูนต้นตำรับที่ให้กำเนิด Yu-Gi-Oh! Trading Card Game ซึ่งถือเป็นแบรนด์การ์ดเกมที่ได้รับความนิยมระดับโลก เริ่มจาก ไกวัล วัฒนไกร นักพากย์ผู้มีพื้นเพอยู่ที่อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี น้าไกเริ่มต้นเข้าสู่วงการนักพากย์ด้วยการฝึกพากย์หนังกลางแปลงของวัฒนไกรภาพยนตร์ซึ่งเป็นธุรกิจทางบ้าน จากนั้นจึงได้สั่งสมประสบการณ์พากย์หนังต่างประเทศ หนังจีน จนกระทั่งได้เข้ามาพากย์ในสายงานการ์ตูนแอนิเมชันให้กับ ช่อง…

กลุ่มเตอร์กิก กับ Spirit ยังเติร์กที่ซ่อนอยู่ ? (2/2)

  สำหรับปี 2565 พายุการเมืองไม่ได้โหมกระหน่ำแค่ในคาซัคสถานและอุซเบกิสถาน แต่กระหน่ำกรุงเคียฟ ยูเครน และกรุงมอสโก รัสเซียด้วย และพายุครั้งนี้ก็พลอยฟ้าพลอยฝนกันไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะเห็นลมหนาวของอากาศกับลมร้อนของการเมืองระหว่างประเทศจากความขัดแย้งรัสเซียกับยูเครน เข้าสู่ฤดูมรสุมทรวงซึ่งร่องมรสุมจะพาดผ่านการประชุมสุดยอด G20 ที่บาหลี อินโดนีเซีย และการประชุมสุดยอด APEC ที่ จังหวัดภูเก็ต ไทย โดยคนที่โดนฝนน้ำลายกระหน่ำสาดใส่มากที่สุดของปีนี้ คงหนีไม่พ้นประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซีย ที่หากมาร่วมก็น่าจะสร้างความกดดันให้ทั้งตัวเองและเจ้าภาพไม่น้อย แต่ถ้าไม่มาก็เสียเหลี่ยม การที่ยังอยู่ในอำนาจว่ายากแล้ว แต่หากคิดถึงวันที่ไม่อยู่ก็ยากเหมือนกัน เพราะการที่ยังมีฐานะผู้นำของรัสเซียประเทศที่สืบทอดทุกมรดกทั้งหนี้และทุนของสหภาพโซเวียตอันยิ่งใหญ่ รวมถึงรับเอาความหวาดระแวงจากตะวันตกมาด้วยนั้น หากรัสเซียสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตหวังปิดล้อมจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(NATO) แล้ว อีกแรงกดดันหนึ่งที่รัสเซียก็คงสัมผัสได้เช่นกัน คือความร่วมมือในองค์การรัฐเตอร์กิก (Organization of Turkic States-OTS) ที่มีตุรกีสมาชิก NATO อีกทั้งเป็นประเทศแกนนำในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาเตอร์กิก ได้เข้ามาแทรกกลางในหมู่สหายเอเชียกลางของรัสเซีย ซึ่งการจับกลุ่มของประเทศที่ใช้ภาษาเติร์ก เดิมเคยเป็นเพียงลมพัดผ่านมากว่า 29 ปี กำลังมีทีท่าว่าจะพัฒนาขึ้นมาเป็นพายุได้เหมือนกัน โดยวันที่ 11 เดือน 11 ปีนี้จะเป็นการประชุมระดับผู้นำครั้งแรกของกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเติร์ก ภายใต้ชื่อ OTS…

กลุ่มเตอร์กิก กับ Spirit ยังเติร์กที่ซ่อนอยู่? (1/2)

กรอบความร่วมมือองค์การรัฐเตอร์กิก (Organization of Turkic States-OTS) ที่ริเริ่มเมื่อปี 2535 เพียงหนึ่งปีหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 2534 คงจะถูกมองว่าเป็นร่มใหม่ของเหล่าประเทศสมาชิกสหภาพโซเวียตที่มีการใช้ภาษาเติร์กก็ได้ โดยองค์กรนี้มีพัฒนาการยกระดับรูปแบบการรวมกลุ่มเรื่อยมา กว่าจะมาได้ชื่อเป็น OTS เมื่อปี 2564 และสำหรับปีนี้ตุรกีดำรงตำแหน่งประธานประจำปี 2565 โดยมีอีก 4 ประเทศสมาชิก ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และอุซเบกิสถาน ซึ่งล้วนเป็นอดีตประเทศสหภาพโซเวียต

จีนเตือนประเทศในเอเชียให้ระวังถูกมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อนโยบายต่างประเทศ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 11 ก.ค. 65 ว่า นายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการหารือกับเลขาธิการอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ว่า ประเทศในเอเชียควรระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงไม่ให้มหาอำนาจใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันอำนาจในภูมิภาค พร้อมเสนอว่า อนาคตของภูมิภาคควรอยู่ในมือของประเทศในเอเชีย นอกจากนี้ นาย หวัง อี้ยังพูดคุยกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองฝ่ายควรสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน เคารพสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมระหว่างกัน มากกว่าการดำเนินนโยบายเป็นปฏิปักษ์กัน หรือดำเนินนโยบายปิดล้อมอีกฝ่าย ทั้งนี้ ปัจจุบัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เผชิญการแข่งขันและความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ เนื่องจากมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ประเทศในภูมิภาคระมัดระวังท่าทีท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เข้มข้นขึ้น