สหรัฐฯ กระชับความสัมพันธ์กับไต้หวัน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.64 ว่า นาย Raymond Greene รองผู้อำนวยการสถาบันอเมริกันในไต้หวัน หรือสถานทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวันในทางพฤตินัย กล่าวสุนทรพจน์ที่ไทเปว่า สหรัฐฯ มองไต้หวันเป็นโอกาสในการส่งเสริมยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific strategy–FOIP) ของสหรัฐฯ และไม่ได้มองไต้หวันเป็นปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีนอีกต่อไป ซึ่งในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ มุ่งกระชับความร่วมมือกับไต้หวันด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน ในห้วงที่จีนกำลังดำเนินนโยบายแข็งกร้าวและกดดันไต้หวันให้ยอมรับอธิปไตยของจีน

ศรีลังกา

ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีประวัติเดินทางไปประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาในห้วง 14 วัน เข้าประเทศตั้งแต่ 1ก.ค.64 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

เมียนมา

ระบุเมื่อ 30 มิ.ย.64 เข้าสู่การแพร่ระบาดโรค COVID-19 ระลอกที่ 3 หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 1,000 รายติดต่อกันเป็นวันที่ 3

โตเกียวโอลิมปิก 2021 กับการประเมินภัยก่อการร้าย

ใกล้เข้ามาแล้วกับการจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่ญี่ปุ่น ที่ถ้าไม่เจอโรคเลื่อน (อีกครั้ง)ก็จะเปิดสนามแดนซากุระต้อนรับทีมนักกีฬาจากนานาประเทศ ระหว่าง 23 ก.ค.–8 ก.ย.นี้ และจะแข่งขันร่วมเชียร์แบบเพลย์เซฟ แต่นอกจากผู้ร้ายอย่างเชื้อ COVID-19 ที่ทำให้โลกและงานนี้ปั่นป่วนมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว ยังอาจมีผู้ร้ายอีกคนที่โดน COVID-19

อินโดนีเซีย

ประกาศเลื่อนการเปิดเกาะบาหลีเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก ก.ค.64 ออกไปไม่มีกำหนด หลังจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้าสองชั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลตา

สิงคโปร์

ประกาศเมื่อ 30 มิ.ย.64 จะคงมาตรการตรวจหาเชื้อสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีน Sinovac เนื่องจากยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลตา รวมถึงเตรียมแจกชุดตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยตัวเอง (Antigen Rapid Test) ให้กับประชาชนกว่า 100 ครอบครัวในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง

/// Wall Street แห่เก็งกำไร ‘บริษัทผีดิบ’ /// สัญญาณความ ‘คุ้มคลั่ง’ ในตลาดการเงิน

นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรค COVID-19 มาตรการทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เป็นเครื่องมือสำคัญที่พยุงธุรกิจให้รอดพ้นจากภาวะถดถอยและส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณอย่างต่อเนื่อง ทั้งการคงระดับดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0 รวมถึงอัดฉีดเงินซื้อพันธบัตรและหุ้นกู้ภาคเอกชน