หากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เป็นผลดีต่อสันติภาพของโลก?

การแยกโลกเป็นสองข้าง (The Great Decoupling) เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ กับจีนแข่งขันและขัดแย้งกันจนยกระดับเป็นสงครามการค้า สงครามดังกล่าวขัดแย้งกับความคิดความเชื่อของนักวิชาการสายเสรีนิยม ที่เชื่อว่ายิ่งโลกผูกกันพันเกี่ยวยิ่งขึ้น โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งแบบไม่เผาผีก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพากันและกันในทางเศรษฐกิจ การแตกหักกันรังแต่จะสร้างผลเสียให้กับทุกฝ่าย

โอลิมปิก 2008 vs 2022 กับภาพของจีนที่แตกต่าง

นึกย้อนกลับไปเมื่อราว ๆ 14 ปีที่แล้ว ภาพสนามกีฬารังนก และพิธีเปิดที่อลังการด้วยนักแสดงจำนวนมหาศาล คือภาพความยิ่งใหญ่ที่จีนถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก จนชาวโลกจำนวนมากประกาศยอมแพ้ล่วงหน้า ว่าจีนสร้างมาตรฐานไว้สูงมากจนคงไม่มีเจ้าภาพชาติไหนทำได้เท่านี้อีกแล้ว ประโยชน์ยิ่งใหญ่จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008 (พ.ศ.2551) ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน คือการเป็นสัญญะที่มองเห็นเป็นรูปธรรมของ “จีนที่ยิ่งใหญ่” จีนใช้สื่อมวลชนต่างประเทศให้เป็นประโยชน์ในการถ่ายทอดภาพดังกล่าวสู่สายตาชาวโลก จนกีฬาโอลิมปิกครั้งนั้นถูกกำหนดเป็นหมุดหมายแห่งการผงาดอีกครั้งของจีน หลังจากก้มหน้าก้มตาพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำตัวโดดเด่นตามแนวทาง “keeping a low profile policy” ของท่านผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิง รวมทั้งบาดเจ็บหนักจากการคว่ำบาตรของประเทศตะวันตกหลังเหตุการณ์เทียนอันเหมินเมื่อปี 2532 ความยิ่งใหญ่ที่จีนแสดงต่อชาวโลก ยังเป็นคุณูปการต่อมิติภายในประเทศ ภาพความยิ่งใหญ่และความสำเร็จของกีฬาโอลิมปิกครั้งนั้น ปลุกกระแสรักชาติและความภาคภูมิใจในชาติจีนของชาวจีน มรดกจากกระแสรักชาติเข้มข้นในระยะนั้น สอดรับกันได้ดีกับแนวทางของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนปี 2555) ที่ชูแนวคิด “ฟื้นฟูความยิ่งใหญ่” ให้จีน พร้อมด้วยสารพัดสารพันแนวทางเร้าอารมณ์รักชาติมาจนถึงปัจจุบัน 14 ปีถัดมา กรุงปักกิ่งเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกอีกครั้ง คราวนี้เป็นกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว เป็นครั้งแรกที่จีนชนะการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว เช่นเดียวกับเมื่อปี 2551 ที่เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนเป็นครั้งแรก (ไทยคือหนึ่งในประเทศที่เสนอตัวและแพ้จีนไปในครั้งนั้น) ความแตกต่างคือ จีนในตอนนั้นกับจีนในตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ในตอนนั้นจีนเป็นประเทศที่กำลังเร่งพัฒนาตัวเอง โน้มตัวเข้าหาชาวโลกเพื่อแสวงหาการยอมรับ ขณะที่ประเทศตะวันตกในตอนนั้นก็เชื่อว่า การรับเอาจีนเข้าสู่ประชาคมโลก…

ว่าที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้หารือทางโทรศัพท์กับผู้นำเวียดนาม

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า นายยุน ซ็อก-ย็อล ว่าที่ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม โดยผู้นำเวียดนามแสดงความยินดีต่อว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้ในชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเชิญว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้เยือนเวียดนาม นอกจากนี้ ทั้งสองเห็นพ้องจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับเวียดนาม และส่งเสริมความร่วมมือในการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ รวมถึงพัฒนาเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก เป็นผู้นำประเทศคนที่ 6 ที่หารือทางโทรศัพท์กับว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้ ภายหลังผู้นำสหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอินเดีย กระชับความสัมพันธ์กับว่าที่ผู้นำเกาหลีใต้ผ่านการหารือทางโทรศัพท์

รัฐบาล SAC ของเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาเมื่อปี 2560

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 อ้างแถลงของ พล.จ.ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ของเมียนมา ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ประกาศให้กรณีการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ของเมียนมาเมื่อปี 2560 เป็นปฏิบัติการปราบปรามอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดย SAC ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการก่ออาชญากรรมของนายทหารในระดับบุคคลเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ต้องการให้ภาษามาเลย์เป็นภาษาที่สองของอาเซียน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะหารือกับผู้นำประเทศอาเซียนที่ใช้ภาษามาเลย์ (Bahasa Melayu) ได้แก่ อินโดนีเซีย บรูไน และสิงคโปร์ ประเด็นการเสนอให้ภาษามาเลย์เป็นภาษาที่สองของอาเซียน เพื่อยกระดับภาษามาเลย์ให้อยู่ในระดับสากล เนื่องจากภาษามาเลย์ใช้สำหรับการสอนในประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง รวมถึงตอนใต้ของไทยและฟิลิปปินส์ และในบางพื้นที่ของกัมพูชา ดังนั้นจึงถือเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักในการผลักดันให้ภาษามาเลย์เป็นหนึ่งในภาษาทางการของอาเซียน โดยมาเลเซียจะพยายามหยิบยกประเด็นดังกล่าวห้วงการประชุมกับต่างประเทศตามที่โอกาสจะอำนวย

เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปไปตกในทะเลตะวันออก

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 ว่า ในวันเดียวกัน เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลไปตกในทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) ขีปนาวุธบินได้ไกล 1,080 กิโลเมตร เพดานบินสูงสุด 6,200 กิโลเมตร โดยกองทัพเกาหลีใต้ประเมินว่า เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile – ICBM) ก่อนหน้านี้ เมื่อ 20 มี.ค.65 เกาหลีเหนือยิงทดสอบจรวดหลายลำกล้อง (Multiple rocket launchers-MRL) จำนวน 4 ลูก จากจังหวัดพย็องอันใต้ ไปตกในทะเลเหลือง และเมื่อ 16 มี.ค.65 เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธไม่ทราบชนิด 1 ลูก จากสนามบิน Sunan ในกรุงเปียงยาง โดยเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ประเมินว่า การยิงทดสอบดังกล่าวล้มเหลว ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวด้านการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ มีขึ้นหลังจากเมื่อ ม.ค.65 เกาหลีเหนือขู่จะยกเลิกคำมั่นในการระงับการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมในน่านน้ำทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 23 มี.ค.65 รายงานอ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เมื่อ 21 มี.ค.65 ในพิธีเปิดอาคารบัญชาการส่วนหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลกัมพูชา (National Committee for Maritime Security-NCMS) ณ เกาะเปรียบ จ.พระสีหนุ โดยสั่งการให้ NCMS มุ่งเฝ้าระวังและปฏิบัติการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใน จ.พระสีหนุ จ.กัมปอต จ.แกบและ จ.เกาะกง เพื่อปราบปรามอาชญากรรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทุกรูปแบบอย่างจริงจัง อาทิ ยาเสพติด การรุกล้ำน่านน้ำ และลักลอบทำประมง เพื่อปกป้องน่านน้ำและอธิปไตยของกัมพูชา ด้านนาย Samkhit Vien รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง กล่าวว่า การลักลอบขนยาเสพติดใน จ.เกาะกง ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้ภาคเอกชนเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์

ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 21 มี.ค.65 เรียกร้องให้ภาคเอกชนเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทันที โดยอ้างถึงคำเตือนของฝ่ายข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ระบุว่า รัสเซียกำลังพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้ในการโจมตีทางไซเบอร์ พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะใช้ทุกเครื่องมือเพื่อยับยั้ง ขัดขวาง และตอบโต้การโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง จึงต้องการให้ภาคเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญร่วมมือกับรัฐบาล

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ หารือกับผู้แทนพิเศษอาเซียนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในเมียนมา

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar ของทางการเมียนมา รายงานเมื่อ 22 มี.ค.65 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) พบหารือกับนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียน ขณะเยือนเมียนมาเป็นวันแรก ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อ 21 มี.ค.65 โดยทั้งสองฝ่ายมีประเด็นหารือที่สำคัญคือ การแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในเมียนมา โดยฝ่ายเมียนมาย้ำว่าอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในเมียนมา ตามระบอบประชาธิปไตยแบบพหุพรรค (Multiparty democracy) และการขึ้นสู่อำนาจของ SAC เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเมียนมาปี 2551 โดยมีสาเหตุมาจากการทุจริตการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2563 นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่า SAC จำเป็นต้องใช้กำลังทหารเพื่อปราบปรามการก่อความไม่สงบของกลุ่มก่อการร้าย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน ขณะที่ฝ่ายอาเซียนย้ำถึงการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน โดยเฉพาะการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการให้ความร่วมมือกับอาเซียน

ฟิลิปปินส์แก้ไขกฎหมายเพื่อให้ต่างชาติถือครองกิจการในหลายภาคส่วนได้โดยสมบูรณ์

สำนักข่าว CNA รายงานเมื่อ 21 มี.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ลงนามในกฎหมายสาธารณรัฐ 11659 (Republic Act 11659) เพื่อแก้ไขบทบัญญัติบริการสาธารณะ  โดยจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการสื่อสารโทรคมนาคม สายการบิน รถไฟ รถไฟใต้ดิน และการขนส่งทางเรือได้โดยสมบูรณ์ (จากเดิมที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของได้เพียงร้อยละ 40)  โดยหวังว่าจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และจะดึงดูดนักลงทุนหรือการลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ หลังจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างไรก็ดี ยังคงห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ระบบท่อส่งน้ำมัน ระบบท่อส่งน้ำประปา ระบบท่อน้ำเสีย ระบบท่อน้ำทิ้ง ท่าเรือ และรถสาธารณะ