Nutrition Balance: คลายร้อนด้วยอาหารฤทธิ์เย็น

เมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคม-เมษายน อากาศในประเทศไทยก็เริ่มร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะร้อนไปอีกยาวนาน แม้ปัจจุบันเราจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่ทั่วทุกที่ แต่อากาศร้อนก็ยังทำให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว จนไปถึงการทำให้ป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่างเช่นที่มีข่าวว่า ชายวัยกลางคนได้เสียชีวิตลงในช่วงฤดูร้อนเมื่อเขาดื่มเครื่องดื่มแอลกอศออล์และทุเรียนในวันที่อากาศร้อนจัด ข่าวนี้ทำให้เราอาจตั้งสมมติฐานได้ว่า อาหารมีส่วนที่จะช่วยให้ความร้อนหรือการทำงานของร่างกายทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าการกินทุเรียน หรือผลไม้ และอาหารอื่น ๆ ที่ทำให้ร่างกายร้อน และมีอาการต่างๆ ตามมา เช่น ร้อนใน ท้องเสีย หรือมีไข้ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่ง ลำไย มะม่วงสุก ขิง แครอท ถั่วฝักยาว น้ำตาลทรายแดง กะทิ ข้าวเหนียว เนื้อสัตว์ ไข่ อาหารหมักดอง ชา กาแฟ รวมไปถึงอาหารที่ย่อยยากชนิดต่างๆ ที่ร่างกายจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อย่อยอาหารเหล่านี้ เมื่อร่างกายทำงานหนักก็จะส่งผลให้เกิดความร้อนสูงภายในร่างกายร่วมกับสภาพอากาศที่ร้อนอยู่ด้วยทำให้สมดุลของร่างกายพัง หากไม่รีบปรับสมดุลร่างกายโดยเร็วก็จะทำให้ป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ วิธีการลดความร้อนภายในร่างกายทำได้หลายวิธี สำหรับวิธีที่จะช่วยรักษาสมดุลในร่างกายได้ นั่นคือ การรับประทานอาหารฤทธิ์เย็น เช่น มะละกอดิบ ย่านาง น้ำมะพร้าว ฟัก ผักบุ้ง บวบ แตงกวา มะนาว มะเขือเทศ สับปะรด แตงโม…

ปัญหาระดับเมืองของคอนโดมิเนียม ที่แก้ไม่ตก

ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กับการเลือกตั้งผู้ว่าคนใหม่ของกรุงเทพมหานคร “เมืองโตเดี่ยว” แห่งประเทศไทย ที่แม้จะมีความเจริญและประชากรที่หนาแน่น เต็มไปด้วยระบบขนส่งสาธารณะและอาคารที่ทันสมัย แต่เมืองหลวงแห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่หลากหลายจากทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน…..ชนชั้นแรงงานและผู้บริหาร หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดของกรุงเทพมหานครในช่วง 5-10 ปีมานี้ คือ การเกิดขึ้นของอาคารชุด หรือ คอนโดมิเนียม ที่เข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มคนทุกประเภทตั้งแต่รายบุลคคลจนถึงครอบครัว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งแม้จะอยู่ไกลจาก ศูนย์กลางเมือง (CBD) หรือย่านที่พักอาศัยเดิมก็ยังมีคอนโดมิเนียมผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงจากตึกแถว 3 ชั้น เป็นตึกสูง 30 ชั้น นั่นหมายถึงจำนวผู้ใช้งานต่อพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ส่งผลต่อความเพียงพอต่อสิ่งความอำนวยความสะดวก อุปโภค บริโภค (facility) ต่างๆ ที่ต้องรองรับกิจกรรมจากคอนโดมิเนียมเหล่านั้น ซึ่งเริ่มสะสมกลายเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากยิ่งของเมือง โดยสามารถแบ่งออกมาได้ 4 ด้าน ได้แก่ ทางสัญจรหรือถนน แม้คอนโดมิเนียมจะขึ้นอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าที่ช่วยรองรับคนไปยังพื้นที่ต่างๆ แต่ดูเหมือนว่าผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดจำนวนมากยังคงมีการใช้รถยนต์ส่วนตัว (คอนโดมิเนียมมีที่จอดรถ 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตารางเมตรและห้องขนาด 60 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อ 1 ยูนิต) โดยมีเหตุผลถึงความไม่สะดวกในการเข้าถึงสถานที่ต่างๆด้วยรถไฟฟ้าและค่าบริการเมื่อเทียบกับการใช้รถไฟฟ้าไม่ต่างกันมากนัก…

หลุมหลบภัยเมล็ดพันธุ์ การเก็บตัวเพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ

ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เนื่องมาจากสภาพแปรปรวนรุนแรง อากาศที่ร้อนขึ้น การใช้สารเคมีจนทำให้ดินเสื่อมโทรม รวมถึงแหล่งน้ำที่แห้งหายไป ทำให้พืชบางชนิดในภูมิประเทศต่างๆ ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ และตกอยู่ในภาวะ “ใกล้สูญพันธ์” ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศในระยะยาว ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ รัฐบาลนอร์เวย์ตระหนักถึงปัญหานี้ และได้สร้างห้องแช่ขนาดใหญ่ ชื่อ ห้องนิรภัยเมล็ดพืชโลกสฟาลบาร์ (Svalbard Global Seed Vault) ไว้ใต้ดิน เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์พืชกว่า 880,000 ชนิด ในอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ที่ขั้วโลกเหนือเพื่อแช่แข็งเมล็ดพันธุ์พืชเหล่านี้ไว้ตลอดเวลา แต่มาตรการดังกล่าวจะป้องกันปัญหาการสูญพันธุ์ของพืชได้หรือไม่? เมื่อเมล็ดพืชที่ถูกเก็บในช่วงที่สภาพแวดล้อมสมบูรณ์ จะต้องถูกนำมาเพาะปลูกตอนที่สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมไปแล้ว? กล่าวคือ เมื่อเมล็ดพืชที่ถูกเก็บไว้ในระยะเวลา 30 ปี ถูกนำมาเพาะปลูกอีกครั้ง สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ปริมาณแสงแดด อุณภูมิของอากาศ ปริมาณน้ำ และแร่ธาตุในดิน จะยังคงเพียงพอให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อีกหรือไม่ ในทางกลับกัน เมื่อเราอาศัยการปรับตัว หรือวิวัฒนาการทางธรรมชาติ เป็นการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์พืชไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ในอดีต เราได้พบว่า พืชตระกูลแคคตัสเปลี่ยนใบที่มีลักษณะแผ่เป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง หรือต้นอาคาเซียพัฒนาการให้สามารถปล่อยสารความหวานออกจากหนามเพื่อล่อมดให้มันป้องกันยีราฟที่เข้ามากินใบไม้ นั่นหมายความว่า วิธีการอนุรักษ์พันธุ์พืชให้ดำรงอยู่ต่อไป อาจเป็นการเพาะปลูกอยู่อย่างสม่ำเสมอและให้พืชนั้นปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง ดังนั้น แนวคิดที่จะเป็นประโยชน์ต่อการขยายพันธุ์หรือรักษาเมล็ดพันธุ์ นั่นคือ “การเพาะปลูก”…

“ของหรู ของเล่น ต้นไม้” กับการสร้างรายได้จากสิ่งรอบตัว

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของโควิดไม่สามารถหยุดยั้งการดำเนินกิจกรรมทางเศรฐกิจได้อีกต่อไป หลายประเทศเริ่มปล่อยให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ยกเลิกมาตรการป้องกันที่เข้มงวด และชดเชยทางเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจถูกปกปิดมาไว้ตลอดเริ่มแสดงผลออกมา ข้าวของสินค้าปรับราคาสูงขึ้น น้ำมันราคาแพง การปิดกิจการของแหล่งงานต่างๆ รวมถึงการท่องเที่ยวที่ไม่ฟื้นตัว ทำให้ภาพรวมทั่วโลกยังอยู่ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังไม่ดี แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะไม่น่ากลัวเท่าแต่ก่อนแล้วก็ตาม เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี หลายคนมองหาอาชีพเสริม และอาชีพหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากที่สุดในยุคออนไลน์ คือ การค้าขายออนไลน์ “การค้าขาย” สามารถเริ่มต้นจากการผลิตของขายไม่ว่าจะเป็นอาหาร งานฝีมือ หรือผลงานศิลปะ การขายของแบบ “ซื้อมาขายไป” และการขายของสะสม วันนี้จะขอเสนอ ของสะสมที่น่าสนใจ ที่สามารถขายทำกำไรได้ง่ายจากของใกล้ตัวหรือของที่คุณมีอยู่แล้ว ได้แก่ สินค้าแบรนด์เนม ของเล่น และต้นไม้ แน่นอนว่านาฬิกา เสื้อผ้า ของประดับ ของแบรนด์เนมต่างๆ นั้นมีมูลค่าสูงในตัวของสินค้าเองอยู่แล้ว ด้วยความเฉพาะตัวของวัสดุ การออกแบบและการผลิต แต่เมื่อประชากรโลกมีกลุ่มคนที่ร่ำรวยมากขึ้น มีความสามารถในการครอบครองสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งเอเชีย ทำให้สินค้าแบรนด์เนมกลายเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงขึ้นในขณะที่การผลิตได้เท่าเดิม จนเรียกได้ว่า “ถึงจะมีเงินก็ซื้อไม่ได้” ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกาโรเล็กซ์ ซับมารีน มีราคาสูงขึ้น 150% จากราคาขาย จึงมีผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยที่ลงทุนซื้อของแบรนด์เนมเหล่านี้เพื่อเก็งกำไร ดังนั้น นอกจากการใช้งานจากความหลงไหลหรือการแสดงฐานะทางสังคมแล้ว สินค้าแบรนด์เนมเหล่านี้ ไม่ว่าจะมือหนึ่งหรือมือสอง…

ภัยคุกคามด้านความมั่นคงในมุมมองของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ

ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ( Intelligence Community- IC) เผยแพร่รายงานประเมินภัยคุกคามด้านความมั่นคงประจำปีของสหรัฐฯ (Annual Threat Assessment)เมื่อต้นมีนาคม 2565 เพื่อเสนอให้รัฐบาลและฝ่านนิติบัญญัติสหรัฐฯทราบเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงที่จะเป็นความท้าทายต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ตลอดปี 2565 การศึกษารายงานดังกล่าวทำให้เรารู้ว่า สหรัฐฯ กำลังสนใจเรื่องอะไร ขณะเดียวกัน เราก็ต้องคิดไว้ด้วยว่า ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ อาจตั้งใจใช้รายงานฉบับนี้ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะชนและทั่วโลก shape ความคิดเห็นของผู้อ่านให้เห็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงในรูปแบบเดียวกันกับสหรัฐฯ ก็ได้ เพราะหากพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ เชื่อในสิ่งที่ IC บอกว่าสิ่งใดเป็นภัยคุกคาม ก็จะทำให้สหรัฐฯ ดำเนินยุทธศาสตร์และปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติได้ง่ายขึ้น หรือจะเรียกได้ว่า สหรัฐฯ กำลังใช้รายงานฉบับนี้สร้างภัยคุกคามร่วม เพื่อใช้ประโยชน์ในการขอความร่วมมือต่อไป   สำหรับเนื้อหาของรายงานฉบับดังกล่าว มีหลายประเด็นที่ไม่น่าแปลกใจ เช่น IC กล่าวถึงจีนเป็นภัยคุกคามแรกในรายงานดังกล่าว (ไม่น่าแปลกใจเพราะหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เพิ่งตั้งหน่วยเพื่อรับผิดชอบเรื่องจีนโดยเฉพาะเมื่อปี 2564 แม้ว่านั่นจะไม่ได้หมายถึงว่าจีนเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ของสหรัฐฯ แต่เมื่อดูสัดส่วนเนื้อหาของรายงาน “จีน” และพฤติกรรมของรัฐบาลจีนในมิติต่าง ๆ ดูเหมือนว่าจะได้รับการจัดให้เป็นความท้าทายของสหรัฐฯ สำหรับสิ่งที่สหรัฐฯ ห่วงกังวล คือ นโยบายต่างประเทศต่อไต้หวันและทะเลจีนใต้ การทหาร การใช้โครงการ…

มาเลเซียใช้วิธี Test and Release สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศผ่านช่องทาง VTL

หนังสือพิมพ์นิวสเตรทไทมส์ ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ซรี วี กา ซียง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ว่า ตั้งแต่ 16 มี.ค.65 มาเลเซียปรับปรุงมาตรการปฏิบัติ (Standard Operating Procedure-SOP) สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดสจากกัมพูชา สิงคโปร์ และไทย ซึ่งเดินทางเข้ามาเลเซียทางอากาศผ่านช่องทางพิเศษแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL)  โดยใช้วิธี Test and Release ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอผลการตรวจเชื้อเมื่อเดินทางถึงสนามบิน และสามารถเดินทางไปยังที่พักได้ทันที ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ต้องรอทราบผลตรวจก่อน

บริษัท Pfizer ยื่นขออนุมัติ FDA เพื่อใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 ในชาวอเมริกันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

เว็บไซต์ The Hill รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า บริษัท Pfizer-BioNTech ยื่นเอกสารถึงองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drung Administration-FDA) เพื่อขออนุมัติใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 เป็นกรณีฉุกเฉินแก่ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดต่อการติดเชื้อ COVID-19 รุนแรงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนแล้ว เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อและอาการรุนแรงจากเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะลดลงในห้วง 3-6 เดือนหลังจากรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มแรก โดยยังอ้างผลการวิจัยที่ระบุว่า ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้มเข็มที่ 2 อย่างน้อย 4 เดือนหลังจากรับวัคซีนกระตุ้นเข็มแรก มีอัตราการติดเชื้อลดลง 2 เท่า ในขณะที่อัตราการเจ็บป่วยรุนแรงลดลง 4 เท่า อีกทั้งยังไม่พบข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัย

ลาวร่วมมือกับเกาหลีใต้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะไอซีทีให้กับแรงงาน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 16 มี.ค.65 ว่า นายบุนมา สิดทิโสม หัวหน้าสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานลาว-เกาหลีใต้ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมลาว และนาง Yoo Hyun Sook ประธานสมาคมศิลปะและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแซริงเกาหลีใต้ ร่วมลงนามสัญญาการก่อสร้างศูนย์ไอซีที ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 14 มี.ค.65 โดยสมาคมฯ สนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ไอซีทีจำนวน 370,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12.4 ล้านบาท) ซึ่งจะเป็นอาคารสูง 2 ชั้น มีห้องเรียน 8 ห้อง และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในต้นปี 2566 ทั้งนี้ ศูนย์ไอซีทีจะตอบสนองการอบรมวิชาชีพโดยเฉพาะด้านการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศ รวมถึงหลักสูตรภาษาเกาหลี ซึ่งจะช่วยให้บุคลากร นักศึกษา หรือประชาชนลาวที่สนใจมีโอกาสเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้

กลุ่มแนวร่วมเกษตรกรอินเดียนัดชุมนุมใหญ่ครั้งใหม่ทั่วประเทศ

สำนักข่าวZeenews รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของกลุ่ม Samyukt Kisan Morcha (SKM) ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรต่อต้านกฎหมายปฏิรูปภาคการเกษตรของอินเดีย ว่า SKM ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ครั้งใหม่ทั่วประเทศ ดังนี้ 1) การชุมนุมใน 21 มี.ค.65 เพื่อประท้วงกรณีศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวนาย Ashish Mishra Teni ชั่วคราว ซึ่งนาย Teni เป็นผู้ต้องหาในคดีขับรถยนต์พุ่งชนผู้ประท้วงกฎหมายปฏิรูปภาคการเกษตรที่เมือง Lakhimpur Kheri รัฐอุตตรประเทศ เมื่อ 3 ต.ค.64 เป็นเหตุให้เกษตรกรเสียชีวิต 4 ราย และ 2) ชุมนุมใหญ่ภายใต้กิจกรรม MSP Legal Guarantee Week ในห้วง 11-17 เม.ย.65 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการประกันราคาขั้นต่ำ (Minimum Support Price-MSP) สินค้าเกษตร ตามที่ให้สัญญาไว้เมื่อ 9 ธ.ค.64 นอกจากนี้ ยังประกาศสนับสนุนการนัดประท้วงหยุดงานของสหภาพแรงงานต่าง…

เกิดเหตุระเบิดบริเวณท่อส่งน้ำมันทางตอนใต้ของไนจีเรียทำให้ส่งออกน้ำมันได้ลดลง

บริษัท Nigerian Agip Oil Company (NAOC) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของไนจีเรียและอยู่ในเครือบริษัท Eni ของอิตาลี ระบุเมื่อ 14 มี.ค.65 ว่า เกิดเหตุระเบิดที่ท่อส่งน้ำมัน Ogoda/Brass 24 ของโรงงาน Okparatubo ในเขต Nembe รัฐ Bayelsa ทางตอนใต้ของไนจีเรีย ทำให้บริษัทต้องปิดบ่อน้ำมันที่เชื่อมกับท่อส่งน้ำมันดังกล่าว และทำให้ส่งออกน้ำมันได้ลดลงวันละ 25,000 บาร์เรล รวมทั้งยังมีน้ำมันดิบรั่วไหลประมาณ 1,250 บาร์เรลหรือ 166 ตัน อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุระเบิด แต่พื้นที่ทางใต้ของไนจีเรียซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญของประเทศ มักตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธในการก่อเหตุโจมตี ก่อวินาศกรรม และโจรกรรมบ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 28 ก.พ.65 เกิดเหตุโจมตีที่สถานีจ่ายน้ำมัน Obama ของบริษัท NAOC ทำให้ผลิตน้ำมันได้ลดลงวันละ 5,000 บาร์เรล