นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกระบุเวียดนามยังเป็นประเทศที่น่าดึงดูดทางเศรษฐกิจ

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนามรายงานเมื่อ 31 ธ.ค.64 อ้างคำกล่าวของนาย Jacques Morisset นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก (World Bank-WB) ระบุว่า เวียดนามยังมีเศรษฐกิจที่น่าดึงดูด เนื่องจากค่าจ้างแรงงานถูก แต่ได้ผลผลิต และมีแรงจูงใจทางด้านภาษี หากรัฐบาลเวียดนามสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตอีกครั้ง โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะกลับมาอยู่ระหว่างร้อยละ 6-6.5 ขณะเดียวกัน เวียดนามก็สามารถแสวงประโยชน์จากเศรษฐกิจสีเขียวได้ ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2563 รัฐบาลเวียดนามได้ให้เงินอุดหนุนราคาโซลาร์เพื่อช่วยเหลือบริษัทที่ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งการลงทุนในโครงการพลังงานดังกล่าวของเวียดนามในห้วง ม.ค. – ส.ค. 63 สูงกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนและทวีปแอฟริกาทั้งหมด

แรงงานกับลูกหวาย : เรื่องเล่าจากหนุ่มสุรินทร์ในไต้หวัน

ไทยกับไต้หวัน มักคุ้นกันส่วนหนึ่งก็เพราะพี่น้องชาวไทยที่เป็นเรี่ยวแรงอยู่ที่นั่น และลูกตะกร้อที่พกขึ้นเครื่องบินข้ามทะเลจีนใต้ไปกับตัว

สถิติของกรมการจัดหางาน บอกเอาไว้ว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 มีชาวไทยทำงานอยู่ในไต้หวันรวม 50,011 คน ซึ่งจำนวนดังกล่าว เพียงพอที่จะทำให้ไต้หวันดำรงตำแหน่งจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของแรงงานไทย

เศรษฐกิจโลก เอเชีย และไทย มีแนวโน้มดีขึ้น แต่อาจถดถอยหากรัฐไม่จัดการเงินเฟ้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป

แม้เศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จนทำให้เกิดการว่างงานเป็นวงกว้าง ปัญหาการปิดตัวของภาคธุรกิจ รวมถึงการล้มละลายของธุรกิจทั่วโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Centre for Economics and Business Research-CEBR) บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของสหราชอาณาจักร กลับมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก เอเชีย และไทยในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยได้เผยแพร่รายงานประจำปี “World Economic League Table 2022” ซึ่งเป็นปีที่ 13 เมื่อ 26 ธันวาคม 2564 ว่า เศรษฐกิจโลกจะมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในปี 2565 ซึ่งเร็วกว่าที่ศูนย์วิจัยดังกล่าวได้คาดไว้ก่อนหน้าถึง 2 ปี สะท้อนว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น แม้เผชิญการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่เตือนว่า หากรัฐบาลทั่วโลกไม่จัดการปัญหาเงินเฟ้อช่วงปี 2564-2573 อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งมีนัยถึงการลดการอัดฉีดเงินในระบบเศรษฐกิจและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางที่รวดเร็วเกินไป ทั่วโลกอาจต้องเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2566 หรือปี…

ตลาดค้าอาวุธและค่าใช้จ่ายทางการทหารโลกกับการเติบโตสวนทางกับเศรษฐกิจโลกช่วง COVID-19

การเผชิญวิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ประเทศทั่วโลกเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2563 ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (The Great Depression) ปี ค.ศ.1929 อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องลดการใช้จ่ายด้านอื่นๆ เพื่อนำมารับมือกับวิกฤตเฉพาะหน้าและรุนแรงด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นความตาย และปากท้องของประชาชนโดยตรงในครั้งนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากพิจารณาตัวเลขข้อมูลเกี่ยวกับตลาดค้าอาวุธโลกและค่าใช้จ่ายทางการทหารทั่วโลก พบว่า เติบโตขึ้นสวนทางกับเศรษฐกิจโลกปี 2563 ที่หดตัว สถาบัน Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) ของสวีเดนเผยแพร่ Fact Sheet หัวข้อ “The SIPRI Top 100 Arms-Producing and Military Service Companies, 2020” เมื่อ 6 ธันวาคม 2564 ว่า บริษัทผลิตอาวุธขนาดใหญ่ที่สุด 100 แห่งของโลก มีอัตราการเติบโตของยอดขายเมื่อปี 2563…

ผู้แทนพิเศษ UN ประจำเมียนมาเรียกร้องให้ประกาศหยุดยิงในเมียนมาช่วงปีใหม่

นาง Noeleen Heyzer ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติ (United Nations-UN) ประจำเมียนมา แถลงเมื่อ 27 ธ.ค.64 แสดงความกังวลกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในเมียนมา และเรียกร้องให้ประกาศหยุดยิงทั่วประเทศในช่วงปีใหม่ พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติมากขึ้น และเคารพพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศในการปกป้องพลเรือน การเดินทางอย่างปลอดภัย และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ ยังต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและแสวงหาแนวทางแก้ไขอย่างสันติเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนาง Heyzer ได้หารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการแก้ไขวิกฤตในเมียนมา โดยยังคงให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่สอดคล้องกันบนพื้นฐานของความเป็นเอกภาพในภูมิภาค

กลุ่ม ISKP ประกาศเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่กรุงคาบูลเมื่อ 23 ธ.ค.64

กลุ่ม ISKP ประกาศเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่กรุงคาบูลเมื่อ 23 ธ.ค.64 กลุ่ม ISKP ประกาศผ่าน Telegram เมื่อ 25 ธ.ค.64 ว่า สมาชิกของกลุ่มเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่กรุงคาบูลเมื่อ 23 ธ.ค.64 โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทางเข้าสำนักงานออกหนังสือเดินทางในกรุงคาบูล ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งระหว่างเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงรัฐบาลตอลิบันได้ยิงมือระเบิดฆ่าตัวตายเสียชีวิตขณะพยายามบุกเข้าไปในสำนักงาน ทั้งนี้ คาดว่าผู้ก่อเหตุต้องการสังหารสมาชิกกลุ่มตอลิบันประมาณ 200 คน ที่ไปรวมตัวกันที่สำนักงานเพื่อปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งประชาชนจำนวนมากที่ไปเข้าแถวรอทำหนังสือเดินทาง อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศของกลุ่ม ISKP กลุ่มตอลิบันยังไม่มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

รัฐบาลตอลิบันห้ามผู้หญิงเดินทางโดยลำพังเกิน 72 กิโลเมตร จากที่พัก

สำนักข่าวVOA รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.64 ว่า รัฐบาลตอลิบันประกาศระเบียบการเดินทางสำหรับผู้หญิงเมื่อ 25 ธ.ค.64 โดยระเบียบดังกล่าวห้ามผู้หญิงเดินทางโดยลำพังเกิน 72 กิโลเมตร หากไม่มีคนใกล้ชิดที่เป็นผู้ชายเดินทางไปด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลตอลิบันยังกำหนดให้คนขับรถแท๊กซี่ต้องไว้หนวดและหยุดพักละหมาด ห้ามเปิดเพลงขณะขับรถรับผู้โดยสาร รวมทั้งแนะนำให้รับเฉพาะผู้โดยสารหญิงที่แต่งกายมิดชิด สวมฮิญาบ การออกระเบียบดังกล่าวทำให้ชาติตะวันตกเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตอลิบันอ้างว่าระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลตอลิบันเคยออกระเบียบห้ามสถานีโทรทัศน์ออกอากาศรายการที่มีผู้หญิงร่วมรายการด้วย

ศาลทหารแคเมอรูนตัดสินจำคุก 7 ปีผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน 47 คน ในข้อหาก่อกบฏ

นาย Roger Noah รองเลขาธิการพรรค Movement for the Renaissance of Cameroon (MRC) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของแคเมอรูน ระบุเมื่อ 27 ธ.ค.64 ว่า ศาลทหารของแคเมอรูนตัดสินจำคุกโทษสูงสุด 7 ปีแก่ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน 47 คน ในข้อหาก่อกบฏ โดยนาย Olivier Bibou Nissack โฆษกพรรค และนาย Alain Fogue เหรัญญิกของพรรค MRC ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี ที่เหลือถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 1-5 ปี โดยสมาชิกพรรค MRC และกลุ่มฝ่ายค้านอื่น ๆ ถูกจับกุมเมื่อ 22 ก.ย.63 หลังจากก่อเหตุประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี Paul Biya ของแคเมอรูน ที่ครองอำนาจมาเกือบ 40 ปี ทำให้ตำรวจสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ประท้วงมากกว่า 500คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ยังคงถูกควบคุมตัว…

อินโดนีเซียจะสร้างโรงพยาบาลท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่บาหลี

สำนักข่าวBloomberg รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.64 ว่า อินโดนีเซียมีแผนจะสร้างโรงพยาบาลท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Bali International ที่ซานูร์ บาหลี โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดึงชาวอินโดนีเซียประมาณ 2 ล้านคน ที่นิยมไปเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และสหรัฐให้กลับมาใช้บริการโรงพยาบาลในประเทศ นอกจากนี้ ยังหวังให้โรงพยาบาลดังกล่าวช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแก่นักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย มาเลเซีย และไทย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานร่วมกับ Mayo Clinic ของสหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงกลางปี 2565  

ลาวคาดว่าเส้นทางรถไฟลาว-จีน จะทำกำไรหลังจากเปิดดำเนินการแล้ว 23 ปี

เว็บไซต์ สำนักข่าวLaotian Times รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.64 อ้างสัมภาษณ์ของนายอุตะแก้ว แก้วดวงสิน หัวหน้ากรมส่งเสริมการลงทุน กระทรวงแผนการและการลงทุนลาว เมื่อ 23 ธ.ค.64 คาดว่าโครงการเส้นทางรถไฟลาว-จีน จะทำกำไรหลังจากเปิดดำเนินการแล้ว 23 ปี เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 5,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี เมื่อครบกำหนดจะโอนให้รัฐบาลลาว ซึ่งบริษัทรถไฟลาว-จีนอาจขอต่อสัมปทานจากรัฐบาลลาว ขณะที่โครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟตามที่ตกลงกันมี 4 จุด ได้แก่ 1) สถานีแขวงอุดมไซ พื้นที่ 1,000 เฮกตาร์ 2) สถานีนครหลวงเวียงจันทน์ 1,000 เฮกตาร์ 3) สถานีวังเวียง 500 เฮกตาร์ และ 4) สถานีหลวงพระบาง 500 เฮกตาร์ โดยรัฐบาลลาวจะไม่จัดสรรที่ดินให้กับโครงการรถไฟลาว-จีนเพิ่มอีก ทั้งนี้ บริษัทรถไฟลาว-จีน มีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง บริหารค่าเช่า และชดเชยค่าเวนคืนที่ดินให้แก่ประชาชน