UN ระบุว่า กลุ่ม G-77 และจีน สนับสนุนระบบพหุภาคีอย่างเข้มแข็ง

สำนักข่าว Prensa Latina และ หนังสือพิมพ์ The Express Tribune รายงานเมื่อ 1 ธ.ค.64 ว่า นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations-UN) ยืนยันเมื่อ 30 พ.ย.64 ระหว่างการประชุมประจำปีระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของกลุ่ม G-77 ครั้งที่ 45 ผ่านการประชุมทางไกลว่า กลุ่ม G-77 และจีน เป็นผู้สนับสนุนระบบพหุภาคีและ UN ที่เข้มแข็ง โดย G-77 และจีน เป็นผู้นำในการยกระดับด้านการพัฒนา ซึ่งเป็นแกนกลางของ UN   อนึ่ง ระหว่างการประชุมดังกล่าว สมาชิกเห็นพ้องให้ปากีสถานเป็นประธานการประชุม G-77 ประจำปี 2565 หลังจากกินีที่เป็นประธานการประชุม G-77 ปี 2564  

เนเธอร์แลนด์พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนก่อนพบในแอฟริกา

ทางการเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยเมื่อ 30 พ.ย.64 ยืนยันการตรวจพบเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนครั้งแรกในเนเธอร์แลนด์ เมื่อ 19 พ.ย.64 หรือประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนมีการรายงานพบผู้ติดเชื้อรายแรกในทวีปแอฟริกา ด้านหน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคยุโรป (European Centre for Disease Prevention and Control-ECDC) ยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน จำนวน 42 ราย ใน 10 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union-EU) โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการป่วยไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ ขณะที่หน่วยงาน European Medicines Agency (EMA) เน้นย้ำว่าวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพลดอาการป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนได้ ส่วนการอนุมัติใช้วัคซีนสูตรใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน

Moody’s Investors Service และ Fitch Ratings เตือนว่าสายพันธุ์โอไมครอนอาจฉุดรั้งเศรษฐกิจโลก

Moody’s Investors Service บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก รายงานเมื่อ 30 พ.ย.64 ว่า โรค COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) อาจฉุดรั้งอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ท่ามกลางปัญหาทางเศรษฐกิจโลกที่มีอยู่เดิม ทั้งการติดขัดของห่วงโซ่อุปทาน และการขาดแคลนแรงงาน ขณะเดียวกัน จะทำให้ความต้องการสินค้าและบริการทั่วโลกในช่วงเทศกาลปลายปี 2564 ลดลง และหากการระบาดรุนแรง จะทำให้เกิดภาวะตึงตัวทางการเงินและการชำระหนี้ เนื่องจากทั่วโลกจะจำเป็นต้องเบิกจ่ายงบประมาณจำนวนมาก เพื่อรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้ กลุ่มประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากการระบาดครั้งนี้มากที่สุด ได้แก่ ประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ พึ่งพาการท่องเที่ยวระดับสูง และมีขีดความสามารถในด้านการเงินและการคลังจำกัด   ขณะที่ Fitch Ratings ระบุในวันเดียวกันว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากสายพันธุ์โอไมครอน แต่ในกรณีที่สายพันธุ์ดังกล่าวระบาดรุนแรงเป็นวงกว้าง อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกถดถอยเหมือนกับช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ซึ่งภาวะเงินเฟ้อที่กำลังสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนมีความซับซ้อนมากขึ้น

สิงคโปร์ติดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงสุดในเอเชีย

Economist Intelligence Unit (EIU) เผยแพร่ผลการจัดอันดับ Worldwide Cost of Living Index   เมื่อ 1 ธ.ค. 64 ระบุว่า สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพอันดับ 2 ของโลกร่วมกับกรุงปารีสของฝรั่งเศส และเป็นอันดับสูงสุดในเอเชีย ซึ่งเป็นการปรับลำดับขึ้นจากปี 2563 ที่อยู่ในอันดับ 4 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชียรองจากฮ่องกง  ส่วนเมืองที่มีค่าครองชีพสูดที่สุดในโลก ได้แก่  กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล    อันดับที่ 4-10 ประกอบด้วย ซูริค   ฮ่องกง นิวยอร์ก เจนีวา กรุงโคเปนเฮเกน ลอสแองเจลีส และโอซากา ตามลำดับ  ทั้งนี้ ผลจัดลำดับดังกล่าว ประเมินเปรียบเทียบจากราคาสินค้าและบริการที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เทียบเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ใน 173 เมืองทั่วโลก

EU ประเมินว่าจะไม่เกิดวิกฤติขาดแคลนอาหารในยุโรป

นาย Michael Scannell รองประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (European Union-EU) ด้านเกษตรกรรม เปิดเผยเมื่อ 30 พ.ย.64 ว่าได้เตือนประเทศสมาชิก EU ลดความห่วงกังวลว่าจะขาดแคลนอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค จนเกิดวิกฤติขาดแคลนอาหาร ซึ่งเป็นผลจากราคาพลังงานและปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่ายังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าจะเกิดวิกฤติขาดแคลนอาหารในยุโรป นอกจากนี้ EU อยู่ระหว่างการพิจารณายกเลิกมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาด (Anti-Dumping Duty – AD) เพื่อนำเข้าปุ๋ยจากรัสเซียมากขึ้น แต่อาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอจะลดราคาปุ๋ยในยุโรป อีกทั้งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตปุ๋ยในยุโรป ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติสหภาพยุโรป (Eurostat) พบว่า ราคาพลังงานในยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.4 เมื่อ พ.ย.64 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อกลุ่มประเทศยูโรโซนในเดือนเดียวกันเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.9 จากร้อยละ 4.1 เมื่อ ต.ค.64

สหราชอาณาจักรออกมาตรการต้าน COVID-19 เพิ่มหลังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 28 พ.ย.64 ว่า สหราชอาณาจักรเพิ่มความเข้มงวดมาตรการควบคุมโรค COVID-19 หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนอย่างน้อย 3 ราย โดยสหราชอาณาจักรประกาศให้ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศทุกคนต้องตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ในวันที่สองหลังเดินทางถึง และบังคับสวมหน้ากากอนามัยในร้านค้าและขนส่งสาธารณะ (ยกเว้นร้านอาหารและผับ) แต่ยังไม่ประกาศให้ทำงานจากบ้านและใช้เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ขณะที่ เนเธอร์แลนด์ประกาศเคอร์ฟิวร้านอาหาร บาร์ และร้านค้าไม่จำเป็น ระหว่าง 23.00-05.00 น. บังคับสวมหน้ากากอนามัยในโรงเรียนมัธยมต้น และรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด ส่วนฝรั่งเศสบังคับสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ

ประเทศยุโรปอย่างน้อย 8 ประเทศพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน

ประเทศยุโรปอย่างน้อย 8 ประเทศยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน (B.1.1.529) ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ 13 ราย สหราชอาณาจักรและเยอรมนี ประเทศละ 3 ราย เดนมาร์ก 2 ราย เบลเยียม อิตาลี เช็ก และออสเตรีย ประเทศละ 1 ราย ส่วนฝรั่งเศสอยู่ระหว่างการยืนยันว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน 8 ราย โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศในแอฟริกา ในบางรายพบว่าได้รับวัคซีนครบสองเข็ม ยกเว้นผู้ติดเชื้อในเบลเยียมที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มแรกและเดินทางมาจากอียิปต์และตุรกี ซึ่งไม่ใช่พื้นที่แพร่ระบาดหลัก ก่อให้เกิดความกังวลว่าเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนอาจแพร่ระบาดในชุมชนแล้ว นอกจากนี้ ยุโรปประกาศปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศในแอฟริกา 8 ประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ นามิเบีย เลโซโท เอสวาตินี ซิมบับเว บอตสวานา โมซับบิก และมาลาวี ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดหลัก ส่วนพลเมืองประเทศยุโรปที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต้องแยกกักตัวอย่างน้อย 10-14 วัน แม้จะได้รับวัคซีนครบสองโดส เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนและลดความเสี่ยงการนำเข้าเชื้อเพิ่ม รวมถึงประวิงเวลาระหว่างที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO)…

ซาอุดีอาระเบียประกาศระงับเที่ยวบินจากประเทศแอฟริกา เพิ่มอีก 7 ประเทศ

สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 28 พ.ย.64 อ้างแหล่งข่าวกระทรวงมหาดไทยาอุดีอาระเบีย ว่ากระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบียมีคำสั่งในวันเดียวกัน ระงับเที่ยวบินขาเข้าและออก จากประเทศแอฟริกา ได้แก่ 1) มาลาวี 2) แซมเบีย 3) มาดากัสการ์ 4) แองโกลา 5) เซเชลส์ 6) มอริเชียส และ 7) คอโมโรส เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCOVID-19 สายพันธุ์ Omicron รวมทั้งยังระงับการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติที่ไม่ใช่พลเมืองซาอุดีอาระเบียซึ่งเดินทางมาจากประเทศดังกล่าว ยกเว้นชาวต่างชาติดังกล่าว มีประวัติพำนักในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบีย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนเดินทางเข้าซาอุดีอาระเบีย มีผลตรวจเชื้อ COVID-19 เป็นลบแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อเดินทางถึงซาอุดีอาระเบีย ต้องกักตัวในที่พัก 5 วัน แม้ว่ามีประวัติฉีดวัคซีน COVID-19 ชนิดที่ทางการซาอุดีอาระเบียรับรอง ครบโดสแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ยังเตือนพลเมืองและชาวต่างชาติที่พำนักในซาอุดีอาระเบีย ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศแอฟริกาตามประกาศดังกล่าว ซึ่งรวมถึงแอฟริกาใต้ นามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว โมซัมบิก…

UAE เริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ผู้ที่ฉีดวัคซีน Sputnik V และ Pfizer ครบโดสแล้ว

ดร. Farida al-Hosani โฆษกกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) แถลงเมื่อ 28 พ.ย.64 ว่า UAE จะฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น ให้ประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไป ที่ฉีดวัคซีน Sputnik-V ของรัสเซีย และวัคซีน Pfizer-BioNTech ของสหรัฐฯ ครบสองเข็ม เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ อาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต รวมถึงเตรียมรับมือกับเชื้อ COVID-19 กลายพันธ์ุ เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังควรรีบเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น การดำเนินการของ UAE มีขึ้นในห้วงพบการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ในกลุ่มประเทศแอฟริกาหลายประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ นามิเบีย เลโซโท เอสวาตินี ซิมบับเว บอตสวานา และโมซัมบิก ก่อนจะเริ่มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกในเยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม…

S&P ปรับความน่าเชื่อถือทางการเงินของบาห์เรนให้เป็นระดับมีเสถียรภาพ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 28 พ.ย.64 ว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ปรับระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของบาห์เรน เป็นระดับมีเสถียรภาพ (stable) จากระดับลบ (negative) โดยมีปัจจัยจากการประกาศใช้แผนปฏิรูปการคลังเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับรายได้จากภาคเศรษฐกิจที่มิใช่น้ำมัน (non-oil) ของรัฐบาล และสภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ สถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในห้วงปี 2563-2564 ส่งผลให้สถานะทางเงินของรัฐบาลบาห์เรนตึงตัวจนต้องเลื่อนการประกาศใช้แผนปรับสมดุลงบประมาณในห้วงปี 2565-2566 เมื่อ ก.ย.64 และหันมาประกาศใช้แผนการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 10 ภายในปี 2565 โดย S&P คาดการณ์ว่าการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลบาห์เรน จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3 ในไม่กี่ปีข้างหน้า จากปี 2564 อยู่ที่ร้อยละ 1.7  อีกทั้งบาห์เรนอาจได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) หากจำเป็น…