สมาชิกพรรค CPI (Maoist) ก่อเหตุระเบิดรางรถไฟที่รัฐฌารขัณฑ์ของอินเดีย

สำนักข่าวThe Indian Express รายงานเมื่อ 20 พ.ย.64 ว่า สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินเดีย (กลุ่มนิยมลัทธิเหมา/Communist Party of India (Maoist)-CPI (Maoist)) ซึ่งรัฐบาลอินเดียขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย ตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ.2510 (Unlawful Activities (Prevention) Act 1967) เมื่อปี 2552 ก่อเหตุระเบิดรางรถไฟที่อยู่ระหว่างสถานี Richughuta และสถานี Demu ในเมือง Latehar รัฐฌารขัณฑ์ อินเดีย เมื่อ 20 พ.ย.64 เวลา 12.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นอินเดีย)โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้ พรรค CPI (Maoist) ประกาศประท้วงทั่วประเทศในวันเดียวกันนี้ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐฌารขัณฑ์ จับกุมนาย Prashant Bose (นามแฝง Kishan Da) แกนนำระดับสูงของพรรค CPI (Maoist) ซึ่งถูกออกหมายจับและตั้งรางวัลนำจับ…

กองทัพเรืออินเดียจะประจำการเรือพิฆาตและเรือดำน้ำลำใหม่ในปลาย พ.ย.64

สำนักข่าวThe Times of India รายงานเมื่อ 20 พ.ย.64 ว่ากองทัพเรืออินเดีย จะประจำการเรือที่ต่อแล้วเสร็จเพิ่มเติม 2 ลำ ซึ่งเป็นเรือที่อินเดียต่อขึ้นเอง ได้แก่ 1) เรือพิฆาต INS Visakhapatnam ใน 21 พ.ย.64 และ 2) เรือดำน้ำ INS Vela ใน 28 พ.ย.64 ซึ่งการประจำการเรือทั้ง 2 ลำ เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของอินเดียในการต่อเรือรบที่มีความซับซ้อนเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำที่มีขีดความสามารถในการออกแบบและพัฒนาเรือรบเอง โดยการต่อเรือเองภายในประเทศของอินเดียดังกล่าวจะมีส่วนช่วยเพิ่มขนาดกองเรือและแสนยานุภาพของกองทัพเรืออินเดีย ในการรับมือกับภัยคุกคามทางทะเลทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ

อินเดียหั่นราคาน้ำมันพยุงเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นมาทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ของหลายประเทศกลับเข้าสู่ช่วงทรงตัวมากยิ่งขึ้น และหลายประเทศมีนโยบายเปิดประเทศ รวมถึงเลือกที่จะอยู่กับโควิด-19 ให้ได้…

ประเทศยุโรปเสียงแตกเรื่องการใช้พลังงานนิวเคลียร์

สถานีโทรทัศน์ Deutsche Welle ของเยอรมนี รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union-EU) เสียงแตกประเด็นการกำหนดให้พลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยประเทศที่คัดค้าน ได้แก่ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก โปรตุเกส เดนมาร์ก และออสเตรีย เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์จะทำให้เหลือกากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ขัดต่อกฎหมายลูกว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เชิงเทคนิคเพื่อคัดกรองธุรกิจสีเขียว (EU Taxonomy Climate Delegated Act) และอาจต้องโยกงบประมาณสนับสนุนพลังงานสีเขียว เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ไปให้พลังงานนิวเคลียร์แทน การใช้พลังงานนิวเคลียร์จึงไม่ใช่ทางแก้ปัญหาวิกฤติสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากเสี่ยงเกินไปและมีค่าใช้จ่ายสูง ด้านประเทศที่สนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ได้แก่ ฝรั่งเศส โปแลนด์ ฮังการี และเช็ก เรียกร้องให้ EU กำหนดให้พลังงานนิวเคลียร์ กากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จัดเป็นแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และสนับสนุนแหล่งพลังงานที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ประเทศตะวันตกออกแถลงการณ์ร่วมตำหนิเบลารุสใช้ผู้ลี้ภัยเป็นเครื่องมือทางการเมือง

สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า ประเทศตะวันตก ได้แก่ สมาชิกสหภาพยุโรป (European Union-EU) สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แอลบาเนีย เอสโตเนีย และไอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ตำหนิเบลารุสที่ใช้ประเด็นผู้ลี้ภัยเป็นเครื่องมือทางการเมือง และพยายามเบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงในเบลารุส ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จำนวน 2 ครั้งในรอบ 2 วัน เพื่อหาทางออกประเด็นผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนโปแลนด์-เบลารุส ทั้งนี้ EU เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรตัวบุคคลและหน่วยงานของเบลารุส อย่างน้อย 30 ราย อาทิรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลารุส สายการบิน Belavia รวมถึงสายการบิน Aeroflot ของรัสเซีย ที่ลำเลียงผู้ลี้ภัยมายังเบลารุส

สหรัฐฯ ประณามกรณีเมียนมาตัดสินโทษจำคุกผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 12 พ.ย.64 ประณามกรณีเมียนมาตัดสินโทษจำคุกนาย Danny Fenster ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันและบรรณาธิการ สำนักข่าว Frontier Myanmar ที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่ พ.ค.64 พร้อมระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาทหารเมียนมาไม่ยุติธรรมต่อผู้บริสุทธิ์ และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะติดตามความคืบหน้ากรณีนาย Fenster อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะเดินหน้าช่วยเหลือนาย Fenster จนกว่าจะได้กลับสหรัฐฯ อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากศาลเมียนมาตัดสินโทษจำคุกนาย Fenster เป็นระยะเวลา 11 ปีจากความผิด 3 ข้อหา

สิงคโปร์ร่วมกับฟิลิปปินส์จัดทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

สำนักข่าว ABS-CBN News รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas – BSP) บรรลุข้อตกลงกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) จัดทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (cross-border e-payment) ระหว่างฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงทางการเงินในรูปแบบ real-time และ QR Payment โดยระบบดังกล่าวจะทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างทั้งสองประเทศสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีค่าบริการที่ถูกกว่าการทำธุรกรรมแบบปกติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ แรงงาน และนักท่องเที่ยว ของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีแรงงานฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ประมาณ 200,000 คน และก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีผู้เดินทางระหว่างสองประเทศประมาณ 900,000 คนต่อเดือน

องค์กรด้านมนุษยธรรมมาเลเซีย พยายามผลักดันให้กลุ่มแรงงานต่างชาติได้รับวัคซีนภายในสิ้นปี 2564

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 โดยอ้างนาง Suhana Sidik โฆษกสมาคม Malaysian Red Crescent Society (MRCS) ในมาเลเซีย ว่า MRCS จะตรวจสอบจำนวนแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย ทั้งที่มีเอกสารและไม่มีเอกสาร ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 โดยจะประสานผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล ก่อนจะนำเสนอต่อรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อผลักดันให้กลุ่มคนดังกล่าวได้รับวัคซีนให้มากที่สุดภายในปี 2564 ปัจจุบัน มาเลเซียดำเนินการฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนดังกล่าวที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่เกือบครบแล้ว โดยที่ผ่านมา MRCS ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนให้กลุ่มแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย เพื่อช่วยเร่งกระบวนการฉีดวัคซีนในประเทศ ซึ่ง MRCS ร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (Non-Governmental Organization-NGO) ต่าง ๆ ในมาเลเซีย และผู้นำชุมชนเพื่อจัดให้กลุ่มแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยเข้ารับวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนในรัฐต่าง ๆ ทั้งเริ่มโครงการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ให้กลุ่มคนดังกล่าวตั้งแต่ 4 ก.ย.64

สิงคโปร์เริ่มได้รับผลกระทบกรณี EU ถอดออกจากรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ

หนังสือพิมพ์ Straits Times รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า หลายประเทศในสหภาพยุโรป (European Union-EU) ปรับมาตรการคัดกรองสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ หลังจาก EU ถอดสิงคโปร์ออกจากบัญชีรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำเมื่อ 9 พ.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเมื่อ 11 พ.ย.64 เดนมาร์ก ประกาศไม่รับรองเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนของทางการสิงคโปร์ และให้ผู้ที่เดินทางจากสิงคโปร์ครอบคลุมถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนต้องกักตัวในสถานที่พักเป็นเวลา 10 วัน แต่หากมีผลตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเมื่อกักตัวครบ 4 วัน สามารถออกจากการกักตัวได้  ด้านเนเธอร์แลนด์  ออกมาตรการคัดกรองเพิ่มเติมให้ผู้ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ ต้องแสดงผลตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเมื่อเดินทางถึงเนเธอร์แลนด์ ขณะที่เยอรมนีออกมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมก่อนที่ EU จะปรับบัญชีรายชื่อ รวมถึงมาตรการกักตัวเด็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เป็นเวลา 5 วัน   ทั้งนี้ การที่ EU ถอดสิงคโปร์ออกจากบัญชีประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนด้วยช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lane (VTL) ของสิงคโปร์ ซึ่งมีประเทศในยุโรป รวมอยู่ด้วย 10 ประเทศ ทั้งที่เป็นและไม่ได้เป็นสมาชิก…

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หารือกับ 6 ประเทศและสหภาพยุโรปประเด็นเมียนมา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 10 พ.ย.64 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายเดเร็ก โชลเลต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนีและสหภาพยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยนายโชลเลต์แสดงความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงและวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรง เคารพสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการที่เป็นผลการประชุมของอาเซียนเมื่อ เม.ย.64 และให้กลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวด้วยเหตุผลทางการเมือง รวมทั้งเปิดทางให้ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่ต้องการเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาด้วย