OPEC+ คงการเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกวันละ 400,000 บาร์เรล

องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (Organization of Petroleum Exporting Countries-OPEC) และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC (Non-OPEC) รวม 23 ประเทศ หรือ OPEC+ ตกลงเมื่อ 4 พ.ย.64 ว่า จะคงการเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกวันละ 400,000 บาร์เรล สะท้อนว่าไม่ยินยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อินเดีย และญี่ปุ่น ในการเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลก เพื่อกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ต่ำลง ซึ่งที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้นมากจากความต้องการน้ำมันดิบในหลายประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้นรวดเร็วจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค COVID-19

ฮังการียอมรับว่ามีการใช้งานซอฟต์แวร์ Pegasus

สถานีโทรทัศน์ Deutsche Welle ของเยอรมนี รายงานเมื่อ 4 พ.ย.64 กรณีนาย Lajos Kosa สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค Fidesz พรรครัฐบาลแนวคิดกลางขวาของฮังการี ยอมรับต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคง ว่า รับรู้ว่ากระทรวงมหาดไทยฮังการีจัดซื้อและใช้ซอฟต์แวร์ Pagesus ของบริษัท NSO ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์สอดแนมและติดตามข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือของอิสราเอล แต่ยืนยันว่าไม่ได้ใช้งานซอฟต์แวร์ Pegasus สอดแนมนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐของฮังการี อีกทั้งรัฐบาลฮังการีใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวโดยชอบธรรม โดยได้รับการอนุญาตจากกระทรวงยุติธรรมและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ดี รายละเอียดการหารือของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงต่อกรณีการใช้ซอฟต์แวร์ Pegasus กำหนดชั้นความลับจนถึงปี 2593 โดยฮังการีถือเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ยอมรับว่ามีการใช้งานซอฟต์แวร์ Pegasus ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ Pegasus เป็นซอฟต์แวร์สายลับ ใช้ในการเจาะเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ เพื่อดักจับความเคลื่อนไหวและการใช้งานอุปกรณ์นั้น ๆ เช่น ข้อความสนทนา รูปภาพ อีเมล ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ รวมถึงการดักฟังการสนทนา นอกจากนี้ยังเข้าถึงข้อมูลการใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ อาทิ Facebook Whatsapp Instagram Skype Telegram และแอปพลิเคชั่นธนาคาร

สหรัฐฯ เรียกร้องให้ OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 5 พ.ย.64 ว่า สหรัฐฯ คาดหวังให้กลุ่มประเทศ องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (Organization of Petroleum Exporting Countries-OPEC) และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC (Non-OPEC) รวม 23 ประเทศ หรือ OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน หลังจากกลุ่มประเทศ OPEC+ ประกาศจะคงการเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกวันละ 400,000 บาร์เรล ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการให้เพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ระบุว่าจะใช้ทุกเครื่องมือเพื่อปกป้องเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะเจรจาให้กลุ่ม OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 600,000-800,000 บาร์เรลต่อวัน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแฮกเกอร์ที่โจมตีบริษัท Colonial Pipeline

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศ เมื่อ 5 พ.ย.64  ให้รางวัลมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีระบบของบริษัท Colonial Pipeline ด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ DarkSide เมื่อ พ.ค.64 โดยต้องให้ข้อมูลครอบคลุมที่อยู่และอัตลักษณ์บุคคลของกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะให้รางวัลอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมปฏิบัติการกับกลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การเสนอรางวัลเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันจากการโจมตีทางไซเบอร์

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเอาชนะการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีน

เว็บไซต์กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 4 พ.ย.64 เผยแพร่ความเห็นของนายไมเคิล บราวน์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในที่ประชุม Aspen Security Forum ประจำปี 2564 ที่วอชิงตัน ดี.ซี.ว่า สหรัฐฯ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการทหารเพื่อแข่งขันกับจีน อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ต้องพัฒนาเทคโนโลยีด้านการทหารให้ทันสมัยและรวดเร็วมากขึ้น และต้องพัฒนาบุคลากรของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้มีความเชี่ยวชาญสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science, Technology, Engineering and Mathematics-STEM) และให้มีแรงบันดาลใจมากขึ้น เหมือนยุคสมัยที่สหรัฐฯ พัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศ เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันกับจีน ซึ่งนายบราวน์ประเมินว่า ปัจจุบันจีนวางแผนระยะยาวในยุทธศาสตร์ China’s standards 2035 เพื่อก้าวขึ้นมาแทนที่สหรัฐฯ และประเทศตะวันตก

สหราชอาณาจักรรับรองการใช้ยาเม็ด Molnupiravir ต้าน COVID-19

องค์กรกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร (Medicines and Healthcare products Regulatory Agency-MHRA) ของสหราชอาณาจักร แถลงเมื่อ 4 พ.ย.64 รับรองการใช้ยาเม็ดต้านเชื้อ COVID-19 หรือโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ของ บริษัท Merck ของสหรัฐฯ ที่พัฒนาร่วมกับ บริษัท Ridgeback Biotherapeutics จากการทดลองทางคลินิกระบุว่า ยา Molnupiravir ช่วยลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับเชื้อได้ร้อยละ 50 โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคอ้วน ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคหัวใจ ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรได้สำรองยา Molnupiravir เพียงพอสำหรับประชาชน 480,000 คน โดยจะใช้ยานี้ทันทีกับประชากรที่อายุมากกว่า 18 ปีที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ภายในระยะเวลา 5 วันหลังจากเริ่มแสดงอาการ รับประทานครั้งละ 2 ครั้งต่อวัน

เกาหลีใต้กับฮังการียกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 4 พ.ย.64 ว่า เกาหลีใต้กับฮังการีประกาศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในที่ประชุมสุดยอดเกาหลีใต้-ฮังการี ที่กรุงบูดาเปสต์ เมื่อ 3 พ.ย.64 หลังการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับฮังการีมีมูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2563 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มูลค่า 2,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดี Janos Ader ของฮังการี เห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวัฒนธรรม รวมถึงความร่วมมือในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) และแบตเตอรี่ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับภาคเอกชนของกลุ่มประเทศวิแชกราด (The Visegrad Four – V4) ประกอบด้วยฮังการี โปแลนด์ สโลวาเกีย และเช็ก ในวันเดียวกัน นายช็อง อึย-ยง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ หารือร่วมกับนาย Peter Szijjarto รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฮังการี เกี่ยวกับมาตรการกระชับความร่วมมือหลังการประชุมสุดยอดเกาหลีใต้-ฮังการี อาทิ…

ลาวส่งออกสินค้าทางการเกษตร 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อห้วง ม.ค.-ต.ค.64

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายเพ็ด พมพิทัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ลาว ต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติลาวชุดที่ 9 สมัยสามัญครั้งที่ 2 เมื่อ 4 พ.ย.64 ว่า การดำเนินงานของกระทรวงฯ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตร โดยในห้วง ม.ค.-ต.ค.64 ลาวส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่ารวม 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังมากกว่า 20 ประเทศ อาทิ จีน (คิดเป็นร้อยละ 80) ไทย เวียดนาม และยุโรป สำหรับสินค้าเกษตรส่งออกหลัก ได้แก่ กล้วย ยางพารา กาแฟ แตงโม และอ้อย อีกทั้งลาวเร่งผลักดันการลงนามอนุสัญญาเงื่อนไขด้านสุขอนามัยของพืชและปศุสัตว์กับทางการจีน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 14 รายการ (พืช 13 รายการ และปศุสัตว์ 1 รายการ) เพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน นอกจากนี้ กระทรวงฯ พยายามส่งเสริมการเพาะปลูกกสิกรรมและปศุสัตว์ให้กับประชาชนในเขตชนบท เพื่อเป็นรายรับที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

รัฐบาลตอลิบันประกาศห้ามประชาชนใช้เงินสกุลต่างประเทศ

สำนักข่าวAl Jazeera รายงานเมื่อ 2 พ.ย.64 ว่า รัฐบาลตอลิบันประกาศห้ามประชาชนใช้เงินสกุลต่างประเทศ เพื่อป้องกันการโจมตีค่าเงินโดยกลุ่มคนที่ถือครองเงินตราต่างประเทศในอัฟกานิสถาน รวมทั้ง ป้องกันความผันผวนของค่าเงินอัฟกานี ซึ่งลดลงจนเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง โดยนาย Zabihullah Mujahid โฆษกกลุ่มตอลิบันประกาศคำสั่งผ่าน Twitter โดยระบุว่าหากมีใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ มีการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในอัฟกานิสถานอย่างกว้างขวาง รวมทั้ง มีการใช้เงินสกุลประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เงินรูเปียปากีสถานในการซื้อขายสินค้าเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายแดน ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังคงอายัดทรัพย์สินของอัฟกานิสถานมูลค่าประมาณ 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ฝากไว้ในสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลตอลิบันขาดแคลนเงินงบประมาณบริหารประเทศและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน

กลุ่ม ISKP ก่อเหตุวางระเบิดและกราดยิงที่โรงพยาบาลในกรุงคาบูล

หนังสือพิมพ์The Guardian รายงานเมื่อ 2 พ.ย.64 ว่า สมาชิกกลุ่ม Islamic State Khorasan Province (ISKP) ก่อเหตุวางระเบิดและกราดยิงที่โรงพยาบาล Sardar Mohammad Daud Khan ในกรุงคาบูล เมื่อ 2 พ.ย.64 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน บาดเจ็บมากกว่า 50 ราย จากการเปิดเผยของนาย Bilal Karimi โฆษกกลุ่มตอลิบัน โดยคนร้ายซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม ISKP วางระเบิด 2 ลูก ไว้ที่ทางเข้าโรงพยาบาล หลังกดชนวนระเบิดสมาชิกกลุ่ม ISKP ใช้ปืนกราดยิงผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาล และยิงปะทะกับหน่วยรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลตอลิบัน ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 4 คน ถูกจับกุมตัว 1 คน หลังเกิดเหตุกลุ่ม IS แถลงผ่านสำนักข่าว Amaq ระบุว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุโดยผู้ก่อเหตุเป็นสมาชิกกลุ่ม ISKP