ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 9 ก.ย.64 ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์จะผ่อนคลายมาตรการ Lockdown เมื่อประชาชนร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรที่อายุ 16 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดส ซึ่งคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายภายใน 11 ต.ค.64 โดยทางการจะอนุญาตให้ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ เปิดสถานให้บริการต่าง ๆ รวมตัวในสถานที่ปิดได้ไม่เกิน 20 คน เข้าร่วมงานแต่งงานได้ไม่เกิน 50 คน และยกเลิกมาตรการ Lockdown ในพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อลดลง

ลาว

ระบุเมื่อ 9 ก.ย.64 แขวงสาละวัน (ตรงข้าม จ.อุบลราชธานี) ออกประกาศขอให้ประชาชนกักตุนอาหารและของใช้จำเป็นให้เพียงพอ เนื่องจากทางการแขวงสาละวันจะใช้มาตรการ Lockdown ที่เข้มงวด หลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแนะนำให้ประชาชนปลูกพืชผักในครัวเรือนเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภค

อินโดนีเซีย

ระบุเมื่อ 9 ก.ย.64 วางแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ประชาชนวันละ 2-2.5 ล้านคนภายใน ก.ย.64 (เพิ่มจาก 1 ล้านคน เมื่อ ก.ค.64) โดยจะฉีดให้ประชาชนบนเกาะชวาและบาหลีวันละ 1.5 ล้านคน และพื้นที่อื่น ๆ วันละ 1 ล้านคน

สหราชอาณาจักร

ระบุเมื่อ 8 ก.ย.64 รัฐสภาสหราชอาณาจักรเห็นชอบแนวทางการปรับอัตราภาษี เพื่อจัดสรรรายได้ไปใช้ในการสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งเป็นการปฏิรูปและจัดเก็บภาษีบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคมในอัตราใหม่ที่ร้อยละ 1.25 ของรายได้จากการทำงาน เพื่อสร้างความเท่าเทียมระหว่างเอกชน ภาคธุรกิจ และประชาชน ให้จ่ายภาษีในระดับที่เป็นธรรมต่อฐานรายได้

เยอรมนี

ประกาศเมื่อ 8 ก.ย.64 ขยายมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ออกไปอีก 3 เดือน จนถึงปลายปี 2564 จากเดิมที่จะสิ้นสุดใน 30 ก.ย.64 เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ยอดขายลดลงร้อยละ 30 ซึ่งจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุดเดือนละ 10 ล้านยูโร (ประมาณ 386 ล้านบาท)

บัลแกเรีย

ระบุเมื่อ 8 ก.ย.64 ว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ส่งผลให้บัลแกเรียมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในสหภาพยุโรป และกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ ประชากรบัลแกเรียร้อยละ 20 ได้รับวัคซีนแล้ว ในขณะที่ประชากรสหภาพยุโรปได้รับวัคซีนแล้วร้อยละ 69

เกาหลีใต้

แสดงความกังวลเมื่อ 8 ก.ย.64 ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นเมื่อประชาชนเดินทางจากกรุงโซลกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลวันหยุด Chuseok ระหว่าง 20-22 ก.ย.64 และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันกลับมาเพิ่มมากกว่า 2,000 ราย โดยร้อยละ 77.3 อยู่ในกรุงโซล

สหรัฐฯ

ประสบความสำเร็จในการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มแรกให้กับชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่แล้ว ร้อยละ 75 เมื่อ 7 ก.ย.64 ท่ามกลางความวิตกกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาที่รุนแรงขึ้น มาตรการเข้มงวดของสถานที่ทำงาน และการอนุมัติวัคซีนของบริษัท Pfizer อย่างเป็นทางการ

มาเลเซีย

ระบุเมื่อ 7 ก.ย.64 จะกำหนดให้โรค COVID-19 เป็นโรคประจำถิ่นในปลาย ต.ค.64 เหมือนกับโรคประจำถิ่นอื่น ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และมาลาเรีย ทั้งนี้ คาดว่า ประชาชนมาเลเซียวัยผู้ใหญ่ ร้อยละ 75 จะได้รับวัคซีนภายใน ต.ค.64

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 7 ก.ย.64 นาย Bill Shorten หัวหน้าพรรคเลเบอร์ (ฝ่ายค้าน) วิจารณ์ นรม.ออสเตรเลีย กรณีเดินทางจากกรุงแคนเบอร์ราไปนครซิดนีย์เพื่อพบครอบครัว ระหว่าง 3-6 ก.ย.64 ด้วยเครื่องบิน VIP ของกองทัพอากาศโดยไม่กักตัวตามข้อกำหนดตามมาตรการล็อกดาวน์เมื่อเดินทางถึงกรุงแคนเบอร์รา