เวียดนาม

ประกาศเมื่อ 6 ส.ค.64 ขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในฮานอยออกไปอีก 15 วัน ระหว่าง 8-22 ส.ค.64 ซึ่งอนุญาตให้ประชาชนออกนอกเคหสถาน เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร และยา หรือเดินทางไปทำงานในสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการเท่านั้น

สิงคโปร์

แถลงเมื่อ 6 ส.ค.64 จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรค COVID-19 หลังจากวันชาติสิงคโปร์ (9 ส.ค.) ที่คาดว่า จะมีผู้รับวัคซีนรวมมากกว่าร้อยละ 70 ของประชากร โดยในระยะแรกจะอนุญาตให้ผู้ฉีดวัคซีนครบโดสสามารถรับประทานอาหารที่ร้านไม่เกิน 5 คน ออกกำลังกาย และจัดงานสมรส เป็นต้น

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 6 ส.ค.64 อยู่ระหว่างพิจารณาจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่า จะบังคับใช้ใน 11 ส.ค.64 โดยกำหนดให้บุคคลที่จะเดินทางออกนอกออสเตรเลียต้องแสดงเหตุจำเป็นต่อ จนท.ตม. อาทิ การทำงาน เหตุผลทางการแพทย์ และการเดินทางเพื่อผลประโยชน์ของชาติ

จีน

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 จะส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 รวม 2,000 ล้านโดส ให้นานาประเทศภายในปี2564 และจะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,337 ล้านบาท) ผ่านโครงการ COVAX ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับกระจายวัคซีนให้กับประเทศกำลังพัฒนา

อินเดีย

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 ว่า บริษัท Panacea Biotec ของอินเดีย จะผลิตวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย สำหรับใช้ในอินเดีย จำนวน 25 ล้านโดส โดยใช้ตัวยาสำคัญ (Drug Substance) ของบริษัท Generium ซึ่งเป็นบริษัทยารัสเซีย และจะส่งมอบให้บริษัท Dr. Reddy’s Laboratories ของอินเดีย เพื่อกระจายวัคซีนต่อไป

เกาหลีใต้

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 จะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนบริษัทผลิตวัคซีน COVID-19 ของเกาหลีใต้ 7 แห่งรวมทั้งสิ้น 166,700 ล้านวอน (146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะจัดให้การพัฒนาวัคซีนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี ปัจจุบัน วัคซีนอยู่ระหว่างทดสอบทางคลินิก ซึ่งคาดว่า จะสามารถนำออกใช้ได้ภายใน มิ.ย.65

นิวซีแลนด์

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 เตรียมประกาศเปิดประเทศรับแรงงานจากตองกา ซามัว และวานูอาตู ซึ่งไม่พบการระบาดของโรค COVID-19 ในชุมชน เข้ามาทำงานในนิวซีแลนด์ได้โดยไม่ต้องกักตัว ใน ก.ย.64 เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งแรงงานตามฤดูกาล เฉพาะอย่างยิ่งด้านเกษตรกรรม

สิงคโปร์

แถลงเมื่อ 6 ส.ค.64 จะยกเว้นมาตรการกักตัวให้ผู้ที่เดินทางมาจากไต้หวัน หรือมีประวัติเดินทางไปไต้หวันในห้วง 21 วัน ก่อนเดินทางเข้าสิงคโปร์ ตั้งแต่ 7 ส.ค.64 เวลา 23.59 น. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในไต้หวันดีขึ้น แต่ยังคงมีการตรวจหาเชื้อ COVID-19 เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน

เวียดนาม

ประกาศเมื่อ 4 ส.ค.64 ลดระยะเวลากักตัวผู้ที่เดินทางเข้าประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบ 2 เข็มแล้ว เหลือเพียง 7 วัน และให้เฝ้าสังเกตอาการ ณ ที่พักต่ออีก 7 วัน จากเดิมที่ต้องกักตัว 14 วัน

WHO

แถลงเมื่อ 4 ส.ค.64 เรียกร้องนานาประเทศระงับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 3 ถึงสิ้น ก.ย.64 และเร่งสนับสนุนวัคซีนให้กับประเทศยากจนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนเข็มแรก เพื่อเพิ่มอัตราผู้รับวัคซีนให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรแต่ละประเทศภายในสิ้น ก.ย.64