UNSC ล้มเหลวในการออกมติรับรองปาเลสไตน์เป็นสมาชิก อิสราเอลไม่ยืนยันรายงานตอบโต้อิหร่าน

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า อิสราเอลตอบโต้อิหร่านแล้ว จากกรณีอิหร่านยิงโดรนและขีปนาวุธจำนวนมากกว่า 300 ลูกใส่อิสราเอลเมื่อ 13-14 เม.ย.67 โดยมีรายงานไม่ยืนยันจากทางการสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเมื่อ 19 เม.ย.67 อิสราเอลยิงขีปนาวุธมุ่งไปหาเมือง Isfahan ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของอิหร่าน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน และเป็นพื้นที่ตั้งโรงงานผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน จนถึงตอนนี้อิสราเอลโจมตีครั้งเดียว ด้านอิสราเอลยังไม่ยืนยันว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่อิหร่านรายงานว่าสามารถสกัดโดรนได้อย่างน้อย 3 เครื่อง

อิสราเอลเลื่อนแผนการโจมตีเมือง Rafah ระหว่างคิดแผนตอบโต้อิหร่าน

ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากอิหร่านปฏิบัติการ Honest Promise เมื่อ 13-14 เม.ย.67 เพื่อแก้แค้นอิสราเอลที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีสถานที่ปฏิบัติราชการของอิหร่านในซีเรียเมื่อต้น เม.ย.67 ส่งผลให้อิสราเอลได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่เป็นครั้งแรกที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลโดยตรง จึงประกาศว่าจะตอบโต้อิหร่านคืนเร็ว ๆ นี้ ท่าทีดังกล่าวทำให้นานาชาติวิตกว่าปฏิบัติการทหารของทั้ง 2 ฝ่ายจะขยายตัวเป็นสงครามใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเพิ่มขึ้นตลอดห้วงเมษายน 67

การตอบโต้ทางการทหารระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาจะรุนแรงขึ้นในห้วงเมษายน 2567 เนื่องจากกลุ่มฮะมาสไม่พอใจอย่างมากที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา จนทำให้สมาชิกในครอบครัวของ Ismail Haniyeh ผู้นำกลุ่มฮะมาสเสียชีวิต ขณะเดินทางไปเฉลิมฉลองเทศกาลอีดิลฟิตรี (Eid al-Fitr) หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน โดยกลุ่มฮะมาสประกาศเมื่อ 11 เม.ย.67 ว่า การโจมตีของอิสราเอลปิดโอกาสการเจรจาเพื่อหยุดยิงชั่วคราวระหว่างกัน

สหรัฐฯ อาจระงับความช่วยเหลือต่ออิสราเอลหากไม่ปกป้องพลเรือน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่มระดับการกดดันผู้นำอิสราเอลให้ลดความเสียหายจากการโจมตีในฉนวนกาซา โดยโทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำอิสราเอลเมื่อ 4 เม.ย.67 และย้ำให้เร่งปกป้องพลเรือนชาวปาเลสไตน์จากการโจมตีและปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา รวมทั้งจัดทำแผนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างจริงจัง ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าหรือดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ สหรัฐฯ อาจปรับเปลี่ยนนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่อิสราเอล แต่ไม่ระบุรายละเอียดแนวทางการเปลี่ยนนโยบาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าสหรัฐฯ อาจระงับความช่วยเหลือต่ออิสราเอลบางส่วน หากอิสราเอลไม่มีแผนการหรือการดำเนินการที่ชัดเจน

อิสราเอลเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังจากเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเสียชีวิตจากการโจมตี

รัฐบาลอิสราเอลเผชิญแรงกดดันมาดขึ้นทั้งจากนานาชาติและภายในประเทศ โดยหลายประเทศประณามและไม่เห็นด้วยกรณีอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซาเมื่อ 2 เม.ย.67 จนทำให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขององค์กร World Central Kitchen ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเสียชีวิตถึง 7 ราย เป็นเจ้าหน้าที่สัญชาติปาเลสไตน์ อังกฤษ โปแลนด์ ออสเตรเลีย และแคนาดา ที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสที่เริ่มต้นเมื่อ 7 ต.ค.66 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขององค์กรระหว่างประเทศเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 196 คน ส่วนมากเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรภายใต้สหประชาชาติ (UN)

อิสราเอลกับสหรัฐฯ จะหารือเรื่องปฏิบัติการในฉนวนกาซา

  อิสราเอลเปลี่ยนท่าทีต่อสหรัฐฯ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ โดยมีรายงานเมื่อ 27 มีนาคม 2567 ว่าอิสราเอลจะส่งคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นผู้แทนไปเยือนสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเรื่องปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา โดยเฉพาะปฏิบัติการในเมือง Rafah คาดว่า สหรัฐฯ จะเสนอแนวทางใหม่ในการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในเมืองดังกล่าว เน้นหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพลเรือนและผู้อพยพจำนวนมากที่อยู่ในเมือง Rafah ก่อนหน้านี้ อิสราเอลยกเลิกการเยือนดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจที่สหรัฐฯ ไม่ออกเสียงลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่เรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันที เพราะท่าทีของสหรัฐฯ ทำให้มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของสมาชิกที่เหลือ ซึ่งอิสราเอลเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของอิสราเอล และทำให้กลุ่มฮะมาสมีอำนาจต่อรองมากขึ้น การเปลี่ยนท่าทีของอิสราเอลสะท้อนว่ายังให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ซึ่งแม้จะปรับท่าทีต่อการทำสงครามครั้งนี้เพื่อลดแรงกดดันจากนานาชาติ แต่ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็สนับสนุนอิสราเอลมาโดยตลอด ทั้งด้านความมั่นคงและการปกป้องนโยบายของอิสราเอลในเวทีระหว่างประเทศ อิสราเอลน่าจะใช้การเจรจาครั้งนี้โน้มน้าวให้สหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าปฏิบัติการโจมตีเมือง Rafah เป็นสิ่งจำเป็น และจะให้ความสำคัญกับการป้องกันผลกระทบต่อพลเรือน ด้านทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าการรื้อฟื้นการพูดคุยน่าจะเป็นผลดีต่อสถานการณ์ความมั่นคงในฉนวนกาซา สำหรับสื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะเสนอ “ทางเลือก” ให้อิสราเอลในการปราบปรามกลุ่มฮะมาส เช่น หลีกเลี่ยงการใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดิน และ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังตึงเครียด อิสราเอลใช้กำลังพลปฏิบัติการภาคพื้นดินในทางตอนเหนือของฉนวนกาซา รวมทั้งเมือง Rafah ล่าสุด ผู้นำอิสราเอลประกาศว่าสามารถสังหารสมาชิกกลุ่มฮะมาสระดับสูงได้จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนกับอิสราเอล…

นานาชาติสนับสนุนมติ UNSC ที่เรียกร้องการหยุดยิง

ผู้นำต่างประเทศเมื่อ 26 มีนาคม 2567 สนับสนุนมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ผ่านความเห็นชอบของสมาชิกเป็นครั้งแรก และมีสาระสำคัญ คือ เรียกร้องให้ให้มีการหยุดยิงทันทีในฉนวนกาซา ช่วงที่เป็นเดือนรอมฎอน ให้ยุติความรุนแรง เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมทั้งปล่อยตัวประกันทั้งหมด โดยเลขาธิการสหประชาชาติเน้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมติดังกล่าวโดยเร็วและจริงจัง

สหรัฐฯ ปรับท่าทีกดดันอิสราเอลมากขึ้นเพื่อให้ยุติการโจมตีพลเรือนในฉนวนกาซา

สหรัฐอเมริกาเริ่มปรับท่าทีต่ออิสราเอลในกรณีความรุนแรงในฉนวนกาซา โดยเพิ่มแรงกดดันมากขึ้น สังเกตจากการที่อาจร่วมมือกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เห็นชอบมติสนับสนุนให้มีการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ จะไม่เห็นชอบมติของ UNSC ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากเชื่อว่าจะไม่เป็นผลดีต่อการป้องกันตนเองของอิสราเอล รวมทั้งจะมีท่าทีสนับสนุนการตัดสินใจของ นรม.อิสราเอล ที่ยืนยันจะปฏิบัติการทางทหารเพื่อปราบปรามกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา

ปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่ Rafah ทำให้นานาชาติวิตกกังวล

กรณีผู้นำอิสราเอลอนุมัติและยืนยันแผนการส่งกองทัพเข้าไปบุกโจมตีพื้นที่ Rafah ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ทำให้นานาชาติวิตกว่าจะทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่ของผู้อพยพชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก ที่ยังรอความช่วยเหลือ โดยสื่อต่างประเทศนำเสนอมุมมองของนักวิชาการและสถาบัน Think Tank ที่ประเมินว่าการบุกโจมตีนี้จะทบั่นทอนความน่าเชื่อถือและบทบาทของอิสราเอลในประชาคมระหว่างประเทศ ด้าน นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันเมื่อ 19 มี.ค.67 ว่าอิสราเอลจำเป็นต้องปฏิบัติการ แม้สหรัฐฯ และนานาชาติจะไม่เห็นด้วย เพื่อทำลายฐานที่มั่นและกำลังของกลุ่มฮะมาสที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

การโจมตีในฉนวนกาซายังไม่ยุติ UNSC เร่งออกมติเรียกร้องให้หยุดยิง

สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในฉนวนกาซา โดยเมื่อ 15 มี.ค.67 มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลโจมตีชาวปาเลสไตน์ ระหว่างรอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในพื้นที่ตอนเหนือของ Gaza City ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 150 คน แนวโน้มการปะทะและการโจมตีทางทหารจะยังไม่ยุติ เนื่องจากคู่ขัดแย้งยังไม่บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แม้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นานาชาติพยายามมีส่วนร่วมในการยุติความรุนแรงและความเสียหายจากความขัดแย้ง โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ร่างมติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนตัวประกัน และลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำหรับมติของ UNSC จะผ่านได้ต่อเมื่อได้รับการรับรองจาก 9 ประเทศ และไม่มีประเทศในกลุ่มสมาชิกถาวร 5 ประเทศคัดค้าน ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ