มาเลเซีย-ญี่ปุ่นขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและพลังงาน

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียนำคณะผู้แทนรัฐบาลเยือนญี่ปุ่นระหว่าง 8-10 มิถุนายน 2569 เพื่อพบหารือกับผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่นและขยายความร่วมมือระหว่างกันรอบด้าน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยผลการหารือที่สำคัญ มาเลเซีย-ญี่ปุ่นเห็นพ้องจะขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง พลังงาน และการปกป้องห่วงโซ่การผลิตแร่หายาก ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียและนายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ ซานาเอะของญี่ปุ่น เห็นพ้องว่าจะสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและการค้าระหว่างกัน ในห้วงที่ทั้ง 2 ประเทศเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่น่าสนใจ คือ มาเลเซียเสนอเป็นทางเลือกใหม่ด้านพลังงานให้ญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างมากจากความไม่มั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ เพราะนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากภูมิภาคตะวันออกลาง นอกจากความร่วมมือด้านพลังงาน มาเลเซีย-ญี่ปุ่นจะเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดของมาเลเซียด้วย โดยผู้นำญี่ปุ่นตกลงจะถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้งด้านธุรกิจและเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ให้มาเลเซีย การปกป้องห่วงโซ่การผลิตและการค้าแร่หายาก รวมทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นประเด็นสำคัญที่มาเลเซียกับญี่ปุ่นหารือกัน เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ รวมทั้งมาตรการฝ่ายเดียวที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ญี่ปุ่นจะเพิ่มความร่วมมือกับมาเลเซีย ผ่านกรอบและกลไกของญี่ปุ่นที่เคยดำเนินการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) องค์กรเพื่อความมั่นคงพลังงาน (JOGMEC) และธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JBIC) นอกจากนี้ ญี่ปุ่นอาจดึงหุ้นส่วนด้านความมั่นคงในภูมิภาคให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการขยายความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยเฉพาะออสเตรเลีย มาเลเซียได้ประโยชน์จากการขยายความร่วมมือกับญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นมีวิทยาการและเทคโนโลยีที่มาเลเซียต้องการ รวมทั้งทั้ง…

ไต้หวันทดสอบระบบอาวุธ HIMARS

กองทัพไต้หวันเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 รายงานว่าได้ทดสอบระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง หรือระบบ HIMARS ระหว่างการฝึกปฏิบัติการทางทหาร โดยเป็นยุทโธปกรณ์ที่ได้รับจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ ไต้หวันเคยทดสอบระบบยิงจรวด HIMARS แล้วหลายครั้ง ระหว่างการฝึกทหารเพื่อป้องกันการรุกราน และการฝึกรูปแบบ shoot-and-scoot ซึ่งทำให้คู่ขัดแย้งเห็นว่ากองทัพไต้หวันเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อหลบเลี่ยงการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม การทดสอบครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ไต้หวันใช้กระสุนจริง และเปลี่ยนวิถีการยิงทดสอบไปทางทิศตะวันตก หรือช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคง เนื่องจากอยู่ใกล้กับมณฑลฟูเจี้ยนของจีน แม้ว่ากองทัพไต้หวันจะยืนยันว่าได้ปรับระยะการยิงจรวดจำนวน 32 ลูก ให้สั้นลงแล้วเพื่อความปลอดภัย แต่การทดสอบระบบอาวุธครั้งนี้อาจทำให้จีนไม่พอใจ และเพิ่มความเคลื่อนไหวด้านการทหารรอบไต้หวันมากขึ้น กองทัพไต้หวันพึงพอใจผลการฝึกครั้งนี้ที่สะท้อนว่าไต้หวันมีขีดความสามารถด้านการทหารที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันไต้หวันอยู่ระหว่างขยายขีดความสามารถด้านการทหารให้ทันสมัย คล่องตัว และเน้นอาวุธเคลื่อนที่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์สงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) โดยสื่อมวลชนต่างประเทศให้นิยามว่า ไต้หวันเน้นการคงสภาพเหมือน “เม่น” ที่โจมตีได้ยากและสามารถรับมือกับการจู่โจมได้ระยะยาว ก่อนหน้านี้ ไต้หวันมีระบบยิงจรวดหลายลำกล้องรุ่น Thunderbolt-2000 ซึ่งคล่องตัวสูงมาก มีระยะยิงตั้งแต่ 15-45 กิโลเมตร ออกแบบและพัฒนาโดยสถาบันในประเทศของไต้หวัน สถานการณ์ความมั่นคงในบริเวณช่องแคบไต้หวันตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยความเคลื่อนไหวด้านการทหารและการทูตของจีน ประกอบกับกรณีประเทศอื่น ๆ เพิ่มพูนความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทหารกับไต้หวันมากขึ้น ล่าสุด…

อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หรือกองทัพอิหร่านเปิดเผยเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 ว่า อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ให้เรือขนส่งสินค้าทุกประเภทเดินทางผ่านได้ เพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้ยุติการโจมตีอิหร่าน โดยสื่อมวลชนอิหร่านประกาศว่าปัจจุบันได้เริ่มสกัดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวแล้ว  ที่ผ่านมา อิหร่านอนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าของบางประเทศเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ หากมีการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน สาเหตุที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรอง ก็เพื่อจะตอบโต้สหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการโจมตีศูนย์อำนวยการด้านการทหารบริเวณชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ เมือง Sirik เมือง Jask และเกาะ Qeshm เมื่อ 9 มิถุนายน 2569 จากกรณีสหรัฐฯ อ้างว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์รุ่น Apache ของ ทอ.สหรัฐฯ ตก นอกจากนี้ เมื่อ 10 มิถุนายน 2569 IRGC ได้ปล่อยโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าโจมตีเป้าหมาย 21 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในฐานทัพสหรัฐฯ 3 แห่ง ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ที่บาห์เรน จอร์แดน และคูเวต ท่าทีของอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นประมาณร้อยละ…

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยการพนันผลการแข่งขันฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลกประจำปี 2569 หรือ FIFA MEN’S WOLRD CUP ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ระยะเวลา 6 สัปดาห์ ตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2569 จนถึง 19 กรกฎาคม 2569 เสี่ยงเผชิญการพนันผลการแข่งขันฟุตบอลครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Macquarie สถาบันการเงินและการธนาคารของออสเตรเลีย ประเมินว่าอาจมีการพนันเป็นมูลค่ามากกว่า 50,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2565 ที่กาตาร์ เนื่องจากปัจจัย 1) ช่วงเวลาการแข่งขัน 2) จำนวนการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม และ 3) อัตราการพนันผลการแข่งขันกีฬาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่เว็บไซต์พนันออนไลน์และกาสิโน จะใช้ประโยชน์จากช่วงที่ประชาชนทั่วโลกสนใจการแข่งขันฟุตบอลโลก จัดกิจกรรมการพนันผล และจะทำให้รายได้ของเว็บไซต์สูงขึ้นในห้วงนี้ ที่ผ่านมา การแข่งขันฟุตบอลโลกได้รับความสนใจจากผู้ติดตามทั่วโลก และเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจการพนันถูกกฎหมายจะสร้างรายได้มหาศาล โดยเฉพาะจากผู้ติดตามผลการแข่งขันจากประเทศในเอเชียและแอฟริกา ซึ่งนิยมใช้สื่อออนไลน์เพื่อติดตามความคืบหน้าการแข่งขันในต่างประเทศ สถาบัน…

อินโดนีเซียย้ำเมียนมาให้ปฏิบัติตามแผนสันติภาพอาเซียน

สื่อมวลชนเมียนมาให้ความสนใจรายงานกรณีประธานาธิบดีมินอองไลง์ต้อนรับนาย Sugiono รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ที่เยือนกรุงเนปยีดอของเมียนมาอย่างเป็นทางการเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 โดยได้หารือกันประเด็นความร่วมมือและความสัมพันธ์ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ที่น่าสนใจ คือ นาย Sugiono ย้ำให้ผู้นำเมียนมาเข้าใจว่า รัฐบาลอินโดนีเซียพร้อมร่วมมือกับทุกกลุ่มในเมียนมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการเจรจาทางการเมืองและการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติ นอกจากนี้ ยังย้ำให้เมียนมาปฏิบัติตามแผนสันติภาพของอาเซียนต่อสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงในเมียนมา หรือฉันทามติ 5 ประการ (ASEAN’s Five-Point Consensus) ซึ่งเป็นกลไกของอาเซียนเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความร่วมมือกับเมียนมาในระยะยาว ปัจจุบัน ประธานาธิบดีเมียนมายังไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในกรอบอาเซียน เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนตั้งแต่ปี 2564 ทั้งนี้ แม้ว่าในการหารือล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียจะยืนยันว่าเมียนมาเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน แต่ก็ยังไม่แสดงจุดยืนรับรองผลการเลือกตั้งของเมียนมาเมื่อ ธันวาคม 2568- มกราคม 2569 การเยือนเมียนมาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย มีขึ้นหลังจากเมียนมาจัดตั้งรัฐบาลและผู้นำเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ  เมษายน 2569 จากนั้นได้ต้อนรับผู้แทนจากสมาชิกอาเซียนที่ไปเยือนเมียนมา ได้แก่ มาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ซึ่งชาวเมียนมาบางส่วนและนานาชาติมีมุมมองว่าเมียนมาต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับประเทศสมาชิกอาเซียน และจะใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเสริมสร้างความชอบธรรมของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ โดยหลังจากการเยือนของผู้แทนอินโดนีเซีย ผู้นำเมียนมาก็จะต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาวเยือนเมียนมาระหว่าง 12-13 มิถุนายน 2569 เป็นลำดับถัดไป ที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีท่าทีค่อนข้างแข็งกร้าวและกดดันเมียนมาอย่างจริงจังเพื่อให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน…

ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7

ฝรั่งเศสเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจ หรือกลุ่ม G7 ระหว่าง 15-17 มิถุนายน 2569 ที่เมือง Évian-les-Bains สำหรับการประชุมครั้งนี้ ฝรั่งเศสมีเป้าหมายให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจโลก เน้นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจระดับโลก 2) แก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เน้นสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการสนับสนุนสันติภาพ รวมทั้งความมั่นคงในยูเครน และ 3) การปกป้องสิทธิเยาวชนในยุคดิจิทัลและการพัฒนาเทคโนโลยี ฝรั่งเศสยังเชิญผู้นำประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สมาชิก G7 เข้าร่วมด้วย ได้แก่ บราซิล เคนยา เกาหลีใต้ อินเดีย และประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ส่วนประเทศที่เป็นสมาชิก G7 ได้แก่ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ แคนาดา เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น รวมทั้งมีสหภาพยุโรป (EU) เข้าร่วมด้วย ฝรั่งเศสเคยใช้เมือง Évian-les-Bains เป็นสถานที่จัดการประชุม G8…

ภูมิภาคตะวันออกกลางเสี่ยงเผชิญวิกฤตยาวนาน

ความตึงเครียดจากการปะทะทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทำให้บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดสูง ภายหลังมีรายงานเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านปะทะกันต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ ต้องการตอบโต้อิหร่าน กรณียิงเฮลิคอปเตอร์รุ่น Apache ของสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการลาดตระเวนในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 จากนั้นกองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ของสหรัฐฯ จึงใช้การตอบโต้แบบได้สัดส่วน (proportional response) เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง โจมตีมุ่งทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมทั้งศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน และศูนย์ควบคุมเรดาร์สอดแนมของอิหร่าน ที่อยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ด้านกองกำลังพิทักษณ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ นั้น ชั่วร้าย ส่งผลให้ระบบการโทรคมนาคมของอิหร่านบางส่วนได้รับความเสียหาย และต้องตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ จำนวน 21 แห่งที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน จอร์แดน และคูเวต อย่างไรก็ตาม คูเวตระบุว่าสามารถสกัดกั้นการโจมตีได้ทั้งหมด ปัจจุบันสหรัฐฯ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จำนวน 2 นาย ที่ปฏิบัติการในเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว…

สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรเครือข่ายการเงินที่สนับสนุนการรุกล้ำเขตเวสต์แบงก์

นานาชาติเพิ่มแรงกดดันคัดค้านอิสราเอลที่ขยายอิทธิพลและควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์มากขึ้น โดยมีรายงานเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 ว่า สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส นอร์เวย์ แคนาดา และออสเตรเลีย ร่วมกันออกมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายทางการเงินและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวยิวที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ด้วย เนื่องจากทั้ง 5 ประเทศมีมุมมองว่า อิสราเอลและชาวยิวใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการขยายพื้นที่ที่อยู่อาศัยและตั้งถิ่นฐานเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ นอกจากนี้ ฝรั่งเศสออกมาตรการคว่ำบาตรนาย Bezalel Smotrich รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอิสราเอล ที่มีอุดมการณ์ขวาจัดและสนับสนุนการผนวกเขตเวสต์แบงก์ ไม่ให้เดินทางเข้าประเทศด้วย เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อนโยบายการขยายพื้นที่ควบคุมในเขตเวสต์แบงก์ มาตรการคว่ำบาตรสะท้อนว่านานาชาติ ยังให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมือง กดดันอิสราเอล ควบคู่กับปกป้องสิทธิชาวปาเลสไตน์ ซึ่งปัจจุบันยังเผชิญความรุนแรงและความเสี่ยงจากนโยบายทางการเมืองและการทหารของอิสราเอล เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปี 2565 อิสราเอลขยายพื้นที่ควบคุมรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์มากขึ้น โดยใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา รวมทั้งบางส่วนของเยรูซาเล็ม โดยขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ จากนั้นก็ก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ชาวยิวเข้าไปใช้เป็นถิ่นที่อยู่ มีรายงานว่าปัจจุบัน อิสราเอลส่งชาวยิวเข้าไปตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ และพื้นที่ภาคตะวันออกของเยรูซาเล็มแล้วประมาณ 700,000 คน บางพื้นที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายของอิสราเอล อิสราเอลไม่เห็นด้วยกับมาตรการคว่ำบาตรของทั้ง 5 ประเทศ พร้อมตอบโต้ว่าการคว่ำบาตรเป็นการละเมิดสิทธิชาวยิวที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนของอิสราเอล เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์เกลียดชังชาวยิว รวมทั้งเป็นการใช้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง นานาชาติห่วงกังวลความปลอดภัยของชาวปาเลสไตน์ และกรณีอิสราเอลเร่งผนวกดินแดน เนื่องจากมีรายงานตั้งแต่ห้วง กุมภาพันธ์…

ปากีสถานกับการเปิดรับอิทธิพลของจีน  

ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ในเวทีระหว่างประเทศ ให้ความสนใจ และติดตามบทบาทของปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียใต้ มากขึ้น จากการที่มีบทบาทโดดเด่นมากด้วยการเป็นตัวกลางในการเจรจาทั้งสองฝ่าย และจนถึงต้น มิถุนายน 2569 ปากีสถานก็ยังคงดำเนินบทบาทดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดการเจรจาสันติภาพขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ บทวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เข้าใจบทบาทและความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของปากีสถานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า บทบาทของปากีสถานในการเป็นตัวกลางส่งเสริมการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ สอดคล้องกับผลประโยชน์ของจีนที่ต้องการรักษาเสถียรภาพในตะวันออกกลาง เนื่องจากจีนพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าวในสัดส่วนสูง โดยอิหร่านถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญของจีน ขณะที่น้ำมันส่งออกของอิหร่านส่วนใหญ่มีปลายทางอยู่ที่จีน ปากีสถานเป็นประเทศจุดตัดเชิงยุทธศาสตร์ในหลายภูมิภาคพร้อมกัน ด้วยการเป็นตัวเชื่อมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง เนื่องจากมีทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและพลังงานสำคัญ ส่งผลให้มหาอำนาจอย่างจีนและอินเดียให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อปากีสถานอย่าง โดยจีนและปากีสถานมีความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิด ขณะที่อินเดียและปากีสถานมีความขัดแย้งเชิงประวัติศาสตร์ ปากีสถานยังเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงจากภัยคุกคามของกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ชายแดนอัฟกานิสถาน ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพภายในประเทศอย่างมาก สำหรับอิทธิพลของจีนในปากีสถาน โครงการ China-Pakistan Economic Corridor (CPEC) เป็นตัวอย่างการขยายอิทธิพลของจีนในปากีสถานด้วยการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ  โดยโครงการ CPEC ซึ่งเป็นโครงการหลักใน Belt and Road Initiative หรือ BRI ของจีน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของปากีสถาน…

อาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชายังไม่หมดไป

การกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาของรัฐบาลยังไม่ทำให้อาชญากรรมออนไลน์ หรือธุรกิจสแกมเมอร์ในกัมพูชา หมดไป โดยประเด็นนี้ ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในรายงานที่ชื่อว่า “Falling Through the Cracks: Cambodia’s “Crackdown” on Scamming Compounds” ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International-AI) ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และเผยแพร่ เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 เนื้อหาสำคัญระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scam Compounds) ในกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2568 ข้อมูลรายงานของ AI ดังกล่าว ได้มาจากการสัมภาษณ์เหยื่อระหว่าง กรกฎาคม 2568-เมษายน 2569 จำนวน 16 ประเทศ (เช่น บังกลาเทศ และจีน) ที่รอดชีวิตจากการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ จำนวน 73 แห่ง นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชากวาดล้างศูนย์หลอกลวงฯ ได้เพียงส่วนน้อย เพียง 24 แห่ง จากตรวจพบ…