อาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงพลังอำนาจแห่งชาติ

Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) สถาบันวิจัยอิสระชั้นนำระดับโลก ในสวีเดนเเผยแพร่รายงาน SIPRI Yearbook 2026 เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 สรุปสถานการณ์ความมั่นคงและอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก โดยมีประเด็นหลักที่น่ากังวลคือ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสดงพลังอำนาจแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพลิกกลับความพยายามตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาในการลดบทบาทและจำนวนของอาวุธนิวเคลียร์ การขยายตัวอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก โดย 1) ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีเหนือ และอิสราเอล เดินหน้าโครงการปรับปรุงคลังอาวุธของตนให้ทันสมัยในปี 2568 และส่วนใหญ่ได้มีการติดตั้งระบบอาวุธนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ 2) เมื่อ มกราคม 2569  มีการประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก ประมาณ 12,187 หัวรบ เป็นหัวรบที่พร้อมใช้งานประมาณ 9,745 หัวรบ ขณะที่หัวรบประมาณ 2,100 ถึง 2,200 หัวรบ ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานะเตรียมพร้อมระดับสูง…

จีนจะจัดการประชุม AI ระดับโลกที่เมืองเซี่ยงไฮ้

ประเทศมหาอำนาจยังคงเพิ่มบทบาทเพื่อเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ ทรัพยากร และความมั่นคงของโลก ซึ่งจีนเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีที่เร่งสร้างบทบาทนำทั้งด้านการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี AI และในห้วง 17-20 กรกฎาคม 2569 จีนจะได้โอกาสเพิ่มบทบาทนำด้าน AI ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World AI Conference (WAIC) ประจำปี 2569 และการประชุมในกรอบส่งเสริมธรรมาภิบาล AI ระดับโลก (Global AI Governance) ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เป้าหมายสำคัญ คือ จีนจะใช้การประชุมดังกล่าวย้ำจุดยืนว่าสนับสนุนความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อพัฒนา AI และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อว่าจะมีผู้แทนจากหลายประเทศและบริษัทชั้นนำทั่วโลกไปเข้าร่วมมากกว่า 1,400 คน จีนเชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้ประสบการณ์และความสำเร็จในการพัฒนา รวมทั้งส่งออกโมเดล AI ของจีนให้ทั่วโลกได้ทดลองใช้แล้ว เป็นจุดแข็งของจีนที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ได้ ที่ผ่านมา จีนได้แบ่งปันโมเดล AI แบบเปิดเผยโค้ด (open-source AI model) เช่น DeepSeek และ Qwen ให้ประเทศต่าง ๆ…

กัมพูชาเตือนประชาชนระมัดระวังข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์

กระทรวงสารสนเทศกัมพูชา เมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยย้ำว่าข้อมูลหรือเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เฉพาะอย่างยิ่ง Facebook และ TikTok ไม่ใช่สื่อมวลชนหรือผู้สื่อข่าวมืออาชีพ จึงไม่ผ่านกระบวรการตรวจสอบหรือแก้ไข และไม่ใช่แหล่งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ เนื่องจากดังนั้น ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ต้องให้ความสำคัญกับการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และประเมินความน่าเชื่อถือของเนื้อหาต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในแพล็ตฟอร์มดังกล่าว ทั้งนี้ กัมพูชามีข้อมูลว่าประชาชนมากกว่า 15 ล้านคนเป็นผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และแพล็ตฟอร์ม Facebook และ TikTok ได้รับความนิยมสูงมาก ท่าทีของกระทรวงสารสนเทศกัมพูชามีขึ้นเรื่องในโอกาสวันเริ่มกิจกรรมรณรงค์ “Say No to Fake News” ในสถาบันศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเยาวชนให้ระมัดระวังการเชื่อข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนและการเชื่อข้อมูลข่าวปลอม นอกจากนี้ กัมพูชายังกระตุ้นให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รู้จักช่องทางข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีเนื้อหาที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนมืออาชีพ เช่น Agence Kampuchea Presse (AKP) National Television of Cambodia (TVK) National…

การปะทะสหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียดขึ้น

การตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตึงเครียดขึ้น ตั้งแต่การโจมตีครั้งใหม่ ระลอกแรก เมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 โดยเมื่อ 12 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ เน้นทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหารในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่สื่อมวลชนอิหร่านรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเมือง Bandar Abbas ซึ่งเป็นชายฝั่งของประเทศ รวมทั้งเกาะ Qeshm พื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ทั้งนี้ สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง หลังจากประกาศยุติข้อตกลง MoU ระหว่างกัน เนื่องจากอิหร่านปฏิบัติการใช้อากาศยานไร้คนขับและขีปนาวุธโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ และจอร์แดน สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก หรือช่องแคบฮอร์มุซ ตกอยู่ในความเสี่ยงสูง เนื่องจากอิหร่านไม่รับประกันความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านเส้นทางดังกล่าว หากไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านพยายามใช้การทูตเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับโอมาน ประเทศที่มีชายฝั่งติดกับช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน โดยผู้แทนอิหร่านพบหารือกับผู้แทนโอมานเมื่อ 11 กรกฎาคม 2569 แต่ฝ่ายโอมานยืนยันเสนอให้แบ่งเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็น 2 เส้นทาง ทำให้อิหร่านยังไม่พอใจและไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว…

จีนคัดค้านกรณี 14 ประเทศออกถ้อยแถลงเกี่ยวกับทะเลจีนใต้

ความมั่นคงในทะเลจีนใต้กลับไปเป็น Hot Spot หรือจุดขัดแย้งที่ตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง เมื่อ 14 ประเทศร่วมกันเผยแพร่ถ้อยแถลงเกี่ยวกับทะเลจีนใต้เมื่อ 12 กรกฎราคม 2569 หัวข้อ “2016 South China Sea arbitration award” เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีที่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) ตัดสินคดีทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ และระบุว่าการที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่โดยใช้เส้นประ 9 เส้นนั้น ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) กรณีดังกล่าวทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และเตือนว่าทั้ง 14 ประเทศไม่ควรใช้ประเด็นดังกล่าวเพื่อทายสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ ประเทศที่ร่วมออกถ้อยแถลงดังกล่าว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี โรมาเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย สโลวิเนีย และเอสโทเนีย โดยประกาศว่าถ้อยแถลงครั้งนี้เป็นเป็น “รางวัล” ให้แก่การบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจีนคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมยืนยันสิทธิในทะเลจีนใต้และวิจารณ์ว่าประเทศที่ร่วมมือกับฟิลิปปินส์ออกถ้อยแถลงนี้หลายประเทศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่สิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้…

ทั่วโลกร่วมไว้อาลัยอดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์

รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัยและรำลึกถึงผลงานการพัฒนาประเทศที่สำคัญ ของอดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ หรือ เชค ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ บิน ฮะมัด อาลษานี  พระชนมายุ 74 พรรษา /2569 ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2569 สำหรับพิธีศพจัดขึ้นที่กรุงโดฮา กาตาร์ ขณะที่สำนักพระราชวังและรัฐบาลกาตาร์ นำโดยเชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี ประมุขแห่งรัฐและผู้นำสูงสุดของกาตาร์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 กล่าวแสดงความอาลัยตามธรรมเนียมศาสนา เชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี ยกย่องพระบิดาว่าเป็นผู้ออกแบบกาตาร์ให้มีความทันสมัย เนื่องจากในช่วงที่ปกครองประเทศระหว่างปี 2538-2556 กาตาร์มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลา 18 ปี จากการที่ได้มีการวางรากฐานการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ  รวมทั้งทรงประกาศใช้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศ เมื่อปี 2547 ซึ่งให้มีการเลือกตั้งระดับเทศบาล รวมทั้งเอื้อให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมกับทรงแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศจนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เลขาธิการสหประชาชาติ…

อิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจากบทวิเคราะห์ของ ASPI

อิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งยังแพร่ขยายไปถึงระดับโลกด้วย ซึ่งสหรัฐฯ มองว่า จีนกำลังท้าทายอิทธิพลของสหรัฐฯ ขณะที่การพบกันระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง เมื่อ พฤษภาคม 2569 ก็สะท้อนภาพให้ประชาคมโลกเห็นได้ว่า จีนกำลังเทียบชั้นเท่ากับสหรัฐฯ แต่จีนก็พยายามดำเนินการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้อยู่ในกรอบความสัมพันธ์ยุคใหม่ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงระบุว่าได้เห็นชอบกับประธานาธิบดีทรัมป์ขณะเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 โดยจะเป็นความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ ( constructive strategic stability) ที่จะยังเห็นการแข่งขันกันทั้งสองประเทศ แต่อยู่ในขอบเขตจำกัด รวมทั้งสามารถจัดการความแตกต่างกันได้ เพื่อให้เกิดสันติภาพ และเสถียรภาพระหว่างกัน บทวิเคราะห์ของ Australian Strategic Policy Institute (ASPI) คลังสมองด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และความมั่นคงระดับนานาชาติ ของออสเตรเลีย เรื่อง Pressure Points Part 3: China in the Pacific and…

The Age of Economic Warfare

สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่ยุคของการทำสงครามเศรษฐกิจ และชี้ให้เห็นเส้นทางของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคต   วิเคราะห์โดยนาย Edward Fishman นักวิชาการอาวุโส และผู้อำนวยการ Maurice R. Greenberg Center for Geoeconomic Studies ประจำสถาบัน Council on Foreign Relations (CFR) คลังสมองและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำของสหรัฐฯ ที่เน้นด้านนโยบายต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ CFR ที่เผยแพร่ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 บริบทและปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ……. สงครามเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากผู้นำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแนวโน้มที่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยในช่วงปี 2562 – 2567 มาตรการจำกัดการค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ทั้งจีน เบลเยียม รัสเซีย อิหร่าน และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ต่างกำลังสะสมเครื่องมือและสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น คือ ความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้าง (Structural mismatch) ระบบเศรษฐกิจโลกปัจจุบันถูกออกแบบมาสำหรับยุค…

เกาหลีใต้ผ่อนคลายคำเตือนห้ามการเดินทางไปยังกัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ปรับคำเตือนการเดินทางไปยังต่างประเทศ ตามกฎหมาย Passport Act โดยยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดกัมปอต  จังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดสวายเรียง หลังจากที่เคยประกาศคำเตือนระดับ 4 ห้ามเดินทางไปยังพื้นที่บางส่วนและให้ชาวเกาหลีใต้เดินทางออกจากพื้นที่ทันทีตั้งแต่ ตุลาคม 2568 เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัย ปัจจุบันปรับเป็นคำเตือนระดับ 3 เนื่องจากเกาหลีใต้ประเมินว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงดีขึ้น จำนวนอาชญากรรมที่ชาวเกาหลีใต้มีส่วนร่วมลดลงในห้วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ทำให้เกาหลีใต้พิจารณาผ่อนคลายคำเตือนการเดินทาง นอกจากกัมพูชา เกาหลีใต้ลดระดับคำเตือนการเดินทางไปยังเวเนซุเอลา แต่ขยายคำเตือนการเดินทางไปยัง 10 ประเทศ และ 12 พื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ในฟิลิปปินส์และเมียนมา เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ออกคำเตือนห้ามพลเรือนเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของกัมพูชา เนื่องจากมีรายงานว่าชาวเกาหลีใต้จำนวนมากถูกหลอกลวงไปทำงานให้เครือข่ายแสกมเมอร์ เป็นความท้าทายด้านความมั่นคงและทำให้ชาวเกาหลีใต้ตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายกระดับการปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายแสกมเมอร์ เพื่อให้เกาหลีใต้ไว้วางใจ เชื่อมั่นและคงความร่วมมือกับกัมพูชา เนื่องจากเกาหลีใต้มีความสำคัญต่อกัมพูชาในฐานะประเทศที่ให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ Official Development Assistance (ODA) ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข เทคโนโลยี การศึกษาและการค้า นอกจากนี้ คำเตือนด้านการเดินทางของรัฐบาลเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา…

รมว.กต.เมียนมาจะเข้าร่วมการประชุมกรอบอาเซียน ที่กรุงเทพฯ

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเมียนมา ภายหลังมีการตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ เมษายน 2569 และเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอาเซียน ให้กลับสู่ระดับปกติ ล่าสุดมีรายงานเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 อ้างท่าทีของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ระบุว่า นายตินหม่องซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา จะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วาระพิเศษ ที่กรุงเทพฯ ใน 12 กรกฎาคม 2569 เวียดนามมีมุมมองว่า การเข้าร่วมประชุมฯ ของนายตินหม่องซเว จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อขยายความร่วมมือและส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองในเมียนมา อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าวไม่ได้เป็นการยืนยันว่า อาเซียนจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรผู้นำเมียนมาในการประชุมสุดยอด ที่จะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ในช่วงปลายปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันกำหนดการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันของฝ่ายไทยในการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อ พฤษภาคม 2569 ขณะที่สื่อมวลชนรายงานเชิงบวกเกี่ยวกับบทบาทของไทยด้านการสนับสนุนการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน โดยใช้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน ได้แก่ 1) เน้นบทบาทอาเซียน ผู้แทนพิเศษของอาเซียนประเด็นเมียนมา และกลุ่มประเทศ Troika ของอาเซียนเป็นกลไกกลางประสานงานกับเมียนมา และ 2) ส่งเสริมแนวคิด 3R คือ ภูมิภาคนิยม…