สหรัฐฯ หารือความมั่นคงตะวันออกกลาง จำนวนการโจมตีของกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดต่อเนื่อง จนทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดการประชุมทีมงานความมั่นคงเน้นประเด็นภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งหารือกับผู้นำจอร์แดน เนื่องจากท่าทีของอิหร่านต่ออิสราเอลยกระดับแข็งกร้าวขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่ายังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับวิธีการและห้วงเวลาที่อิหร่านจะแก้แค้นตอบโต้อิสราเอล แต่สหรัฐฯ และจอร์แดนที่มีพรมแดนติดกับอิสราเอลและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับปาเลสไตน์ เห็นพ้องว่าทุกฝายควรลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค ด้วยการร่วมกันเจรจาหยุดยิง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญต่อการยุติความรุนแรงในระยะยาว

ผู้นำอิสราเอลประกาศเข้าใกล้ได้ชัยชนะเหนือกลุ่มฮะมาส แต่บรรยากาศในภูมิภาคตึงเครียดต่อเนื่อง

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลประกาศว่ากองทัพอิสราเอลเข้าใกล้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มฮะมาส จากการปฏิบัติการทางทหารกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธดงกล่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2567 อย่างไรก็ตาม ผู้นำและรัฐบาลอิสราเอลยังคงเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติอย่างต่อเนื่องให้ยุติปิบัติการทางทหารและการโจมตีในฉนวนกาซา เนื่องจากเป็นผลให้ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากเสียชีวิตและพลัดถิ่น

หลายประเทศเตือนหลีกเลี่ยงเดินทางไปอิสราเอล ความตีงเครียดเพิ่มสูงขึ้น

ความตึงเครียดจากการสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เป็นผลจากการที่ทั้ง 2 ฝ่ายโจมตีผลประโยชน์ระหว่างกันในภูมิภาคตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งกรณีมีรายงานยืนยันจากอิสราเอลเมื่อ 1 ส.ค.67 ว่าประสบความสำเร็จในการสังหาร Mohammed Deif ผู้นำระดับสูงฝ่ายทหารของกลุ่มฮะมาส จากการปฏิบัติการในพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮะมาสยังไม่ยืนยันประเด็นนี้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการปฏิบัติการของกองกำลัง ที่ปัจจุบันยังเคลื่อนไหวตอบโต้กองทัพอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อตอบโต้กรณีที่กลุ่มเชื่อว่า อิสราเอลลอบสังหาร Ismail Haniyeh ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสเมื่อ 31 ก.ค.67

อิสราเอลใช้อาวุธทุกรูปแบบโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยในฉนวนกาซา ผู้นำอิสราเอลเยือนสหรัฐฯ

ความรุนแรงจากสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซายังไม่มีแนวโน้มลดน้อยลง เมื่อ 23 ก.ค.67 กองทัพอิสราเอลประกาศเตือนให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากพื้นที่ค่ายผู้อพยพ Khan Younis ซึ่งก่อนหน้านี้กำหนดให้เป็นเขตปลอดภัยด้านมนุษยธรรม หรือ Humanitarian Zone โดยอิสราเอลต้องการใช้อาวุธหลากหลายรูปแบบทำลายความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮะมาสที่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากอิสราเอลอ้างข้อมูลข่าวกรองว่า กลุ่มฮะมาสใช้ค่ายผู้อพยพดังกล่าวเป็นฐานโจมตีอิสราเอล สำหรับการโจมตีของอิสราเอลประกอบด้วยการใช้รถถัง ปืนใหญ่ และการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เพราะอพยพไม่ทัน ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 39,000 คน

อิสราเอลผลักดันแผนผนวกฉนวนกาซา และยังไร้สัญญาณหยุดยิง

ความรุนแรงและความสูญเสียในฉนวนกาซาที่เป็นผลจากการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อิสราเอลโจมตีทั่วพื้นที่ รวมทั้งโรงพยาบาลและพื้นทีที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ จนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาจำนวนมากกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ต้องอพยพไปอยู่ในพื้นที่แออัด ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่เพียงพอ ทั้งอาหารและการให้บริการด้านสาธารณสุข

ค่ายผู้ลี้ภัยตกเป็นเป้าโจมตีทางการทหาร ความตึงเครียดอิสราเอล-ฮิซบุลลอฮ์เพิ่มขึ้น

สถานการณ์ความรุนแรงและความตึงเครียดในฉนวนกาซายังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากปฏิบัติการตอบโต้ระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ โดยปัจจุบัน กองทัพอิสราเอลเป็นฝ่ายโจมตีด้วยปฏิบัติการทางทหาร ล่าสุดเน้นปราบปรามกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซา บริเวณค่ายผู้ลี้ภัย Khan Younis ซึ่งแม้อิสราเอลจะประกาศเตือนให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่ทัน ทำให้มีรายงานชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการโจมตีจำนวนมาก

ความรุนแรงในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้น อิสราเอลปะทะกลุ่มติดอาวุธในเลบานอน

อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง และทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะตอนเหนือ ที่กองทัพอิสราเอลเชื่อว่าเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายและผู้สนับสนุน การเดินหน้าทำสงครามในฉนวนกาซา ตอกย้ำว่าอิสราเอลจะยังไม่ยุติปฏิบัติการทหารจนกว่าจะกวาดล้างกลุ่มฮะมาส และเป็นไปตามที่ นรม.อิสราเอลประกาศเมื่อ 23 มิ.ย.67 ว่าการสู้รบในฉนวนกาซากำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนที่รุนแรง (intense phase) ซึ่งคาดว่าจะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานและสร้างความเสียหายระยะยาวต่อพื้นที่

กลุ่มฮะมาสและกองกำลังในฉนวนกาซาตอบรับข้อตกลงหยุดยิง

สหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา โดนข้อตกลงหยุดยิง 3 ขั้นตอนที่ผู้นำสหรัฐฯ เสนอ ได้รับการยอมรับเป็นมติของสหประชาชาติเมื่อ 11 มิถุนายน 2567 จาก 14 ประเทศ และได้รับการตอบรับจากกลุ่มฮะมาส รวมทั้งกองกำลัง PIJ ที่เคลื่อนไหวในฉนวนกาซาแล้ว แม้จะยังไม่เห็นชอบหรือจะปฏิบัติตามในทันที แต่ระบุว่ากลุ่มจะร่วมมือเพื่อให้ข้อตกลงดังกล่าวบรรลุผล

ปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันของอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก

กรณีกองทัพอิสราเอลตัดสินใจบุกโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือตัวประกันบางส่วนเมื่อ 8 มิถุนายน 2567 ทำให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ได้รับผลกระทบ โดยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่อิสราเอลประกาศว่าช่วยเหลือตัวประกันไปได้ 4 คน ด้านองค์การให้ความช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาระบุว่า ชาวปาเลสไตน์จำนวน 274 คน รวมทั้งเด็ก เสียชีวิตจากปฏิบัติการดังกล่าวของอิสราเอลที่ค่ายผู้อพยพ Nuseirat แม้ว่าอิสราเอลจะปะทะกับกองกำลังของกลุ่มฮะมาสในพื้นที่จริง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

สหประชาชาติเพิ่มอิสราเอลอยู่ในบัญชีดำเนื่องจากการทำสงคราม

ความขัดแย้งอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 โดยที่ยังไม่มีแนวโน้มจะยุติความรุนแรงและการปฏิบัติการทางทหารระหว่างคู่ขัดแย้ง ขณะที่นานาชาติเพิ่มแรงกดดันต่ออิสราเอลเพื่อให้ยับยั้งการโจมตีในฉนวนกาซา ที่สร้างผลกระทบต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ และเจ้าหน้าที่ต่างประเทศที่เข้าไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม