ปี 2567 กำลังจะผ่านพ้น มาทบทวนเหตุการณ์ที่สำคัญของโลกและในประเทศไทยของเราแล้วชวนกันมองไปข้างหน้าว่าปีใหม่ 2568 อะไรจะมีผลกระทบกับเราบ้าง ควรจะรับมือกันอย่างไร?

ทรัมพ์กลับมาเป็นผู้นำสหรัฐ
ผลการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปรากฏว่าโดนัลด์ ทรัมพ์ ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งและเป็นการชนะคู่แข่งจากเดโมเครตอย่างขาดลอย สะท้อนว่าคนอเมริกันยุคนี้ คิดถึงปากท้องตนเองมากกว่าอุดมคติเหมือนอย่างในอดีตจึงไม่เห็นด้วยกับการเอาภาษีประชาชนไปสนับสนุนยูเครนต่อสู้กับรัสเซียแต่ใช่ว่าความขัดแย้งจะหมดไป อเมริกันยุคทรัพม์จะยังสนับสนุนอิสราเอลทำสงครามกวาดล้างศัตรูอย่างอิหร่านและพวกอย่างฮามาส ฮิซบอลล่าห์ ซีเรียสายอำนาจเก่า และกบฏฮูตีในเยเมนต่อไป รวมทั้งอเมริกันจะเพิ่มความเข้มข้นในการทำสงครามการค้ากับจีน ดังนั้นขอให้เชื่อเถอะว่าเกิดเป็นอเมริกันชนเดินไปทางไหนก็ยังมีโจทย์เพียบเหมือนเดิม

อิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน ..กี่โมง?

ความตอนที่แล้วจบลงที่การคาดหมายว่าอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้การที่อิหร่านถล่มอิสราเอลด้วยจรวดมิสไซล์เกือบ 200 ลูกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ทำไมอิสราเอลยังเฉยอยู่ ถามว่ายังจะโจมตีอิหร่านอยู่มั้ย? กี่โมง?
คำตอบคือ จะยังโจมตีอยู่จ้า ! เรารู้นิสัยคนยิวดี แต่กี่โมงไม่รู้ !? ต้องถามเนทันยาฮู เอาเป็นว่าตอนนี้เขายังสาละวนอยู่กับการจัดการศัตรูข้างบ้านก่อนเพราะถ้าเมื่อไรเปิดศึกกับอิหร่าน กลายเป็นสงครามขึ้นมา ศัตรูข้างบ้านนี่แหล่ะที่จะคอยทิ่มตำคนในบ้านให้พะวักพะวงจนไม่มีสมาธิในการสู้รบกับศัตรูหลักอย่างอิหร่าน

เมื่อสงครามในตะวันออกกลางยกระดับ

นาทีนี้สงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ยกระดับขึ้นแล้ว จากเดิมระหว่างอิสราเอลกับลูกไล่ของอิหร่าน ได้แก่ ฮามาส กับฮิซบอลล่าห์ มาเป็นอิสราเอลกับอิหร่านเอง การที่ลูกพี่เม้มปากพับแขนเสื้อโดดออกมาเล่นเองต้องถือว่าความขัดแย้งยกระดับ ถ้าเป็นมวยก็ได้เวลาคู่เอกออกมาซัดกันแล้ว ย้อนดูเหตุการณ์ ความขัดแย้งรอบใหม่เริ่มเมื่อ 7 ตุลาคมปีที่แล้วเมื่อกำลังติดอาวุธของฮามาสบุกเข้ามาในดินแดนอิสราเอลตอนใต้สังหารชาวยิวและชาติอื่นๆ ไปราว 1,200 คน แถมยังจับตัวประกันไปอีก 250 คน จากนั้นอิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยการส่งกำลังภาคพื้นดินบุกเข้ากาซ่าเพื่อทำลายโครงสร้างของฮามาส ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไปจนถึงปัจจุบันประมาณ 41,000 คน ขณะที่กำลังรบกับฮามาสทางด้านใต้อยู่นั้น ทางด้านเหนืออิสราเอลก็แลกเปลี่ยนการยิงจรวดโจมตีกับกลุ่มฮิซบอลล่าห์ในเลบานอน เรียกได้ว่าถูกขนาบทั้งเหนือและใต้ซึ่งอิสราเอลสู้ไปก็ขู่ไป เรียกร้องให้อิหร่านที่สนับสนุนทั้ง 2 กลุ่ม ออกมาประจันหน้ากันแต่อิหร่านก็อดกลั้น ไม่ตกหลุมพรางต่อเสียงยั่วยุของอิสราเอล จนกระทั่ง 1 เมษายน อิสราเอลใช้จรวดนำวิถีถล่มสำนักงานกงสุลอิหร่านในซีเรียเป็นเหตุให้ผู้บัญชาการกองกำลังปฏิวัติอิสลามของอิหร่านกับนายทหารระดับสูงเสียชีวิตไป 7 ราย คราวนี้อิหร่าน “จะไม่ทน” สั่งยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิสราเอลกว่า 300 ลูก ห้วง 13-14 เมษายน แต่อิสราเอลอ้างว่าสกัดได้ร้อยละ 99 แค่นั้นยังไม่พอ อิสราเอลยังหักหน้าอิหร่านด้วยการใช้สายลับลอบวางระเบิดสังหารอิสมาอิล ฮานิเย่ห์ ผู้นำฮามาสที่บ้านรับรองในกรุงเตหะราน ต่อมาอิสราเอลก็เอาอีก คราวนี้ตบหน้าฮิซบอลล่าห์ด้วยการลอบวางดินระเบิดใส่เพจเจอร์ที่ฮิซบอลล่าห์ใช้สื่อสารกันแทนมือถือแล้วสั่งจุดระเบิดพร้อมกันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 10 ราย บาดเจ็บราว…

จะเดินอย่างไทย หรืออย่างเขมร!

วันที่ 30 กันยายน นี้ สวีเดนจะปิดสำนักงานการทูตในพนมเปญ..อาจฟังดูไม่สำคัญอะไร แต่ถ้าบอกว่าสำนักงานการทูตที่ว่าก็คือสถานทูตที่ถูกลดระดับลงมาเหลือเพียงสำนักงาน แล้วนี่จะมาปิดสำนักงานอีก..มันเรื่องอะไรกัน ..น่าสนใจใช่มั้ย
ปกติการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตเขาจะไม่ทำกันถ้าไม่มีเรื่องใหญ่จริงๆ ที่ทำให้ไม่พอใจกันทางการเมือง แล้วเรื่องที่ว่ามันคืออะไร? สวีเดนให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชามาตั้งแต่ปี 2522 หลักๆ ก็เป็นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับการพัฒนาประชาธิปไตย ประมาณว่าตั้งแต่ปี 2540 ถึง 2560 ได้ให้เงินช่วยเหลือกัมพูชาไป 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีนไม่อุ้มมินอ่องไหล่แล้ว..จริงหรือ?

การปฏิบัติการทางทหารของ 3 พันธมิตรกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าภายใต้ชื่อรหัส 1027 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อาจเป็นการเริ่มสตาร์ทการนับถอยหลังของระบอบทหารที่ปกครองพม่าอยู่ในปัจจุบัน เพราะการที่จีนอยู่เบื้องหลังการปฏิบัติการที่ว่านี้ เท่ากับว่าจีนเริ่มเปลี่ยนท่าทีออกจากที่เคยอุ้มมินอ่องไหล่ตอนรัฐประหารใหม่ๆ และมาถึงตอนนี้ยิ่งชัดเข้าไปอีกเมื่อกลุ่มต่อต้านเข้ายึดเมืองล่าเสี้ยวทางเหนือของรัฐฉานในขณะที่จีนกลับไม่ยอมตอบสนองรัฐบาลทหารพม่าในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยกับกลุ่มต่อต้านเหมือนอย่างที่เคยช่วยยุติการสู้รบในห้วงที่ผ่านมา

อิหร่านยังเงื้อค้าง..รอดูผลเจรจาหยุดยิงในสัปดาห์นี้

การเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับฮามาสที่โดฮาเมื่อสัปดาห์ก่อนยุติลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ฝ่ายฮามาสไม่ได้เข้าร่วมโดยตรง และทำท่าไม่ค่อยพอใจข้อเสนอของสหรัฐโดยหาว่าเอนเอียงไปทางอิสราเอล ข้อเสนอที่ว่าก็คือ ขั้นที่ 1 ให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างนี้ให้มีการปล่อยตัวประกันอิสราเอลในมือฮามาสจำนวนหนึ่งที่เป็นผู้หญิง คนป่วย คนแก่ แลกกับการปล่อยตัวนักโทษปาเลสไตน์ในมืออิสราเอล จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นที่ 2 คือฮามาสปล่อยตัวประกันที่เป็นทหารอิสราเอลพร้อมกับคืนร่างผู้ที่เสียชีวิต

อกสั่นขวัญผวาอีกแล้ว..อิหร่านเอาแน่ ..มะกันเคลื่อนเรือรบคุมเชิง

เมื่อวานนี้ โยอาฟ กัลแล้นต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลยอมรับว่าเขาได้คุยกับลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐจริงเมื่อคืนวันอาทิตย์ หารือกันถึงแนวทางรับมือกรณีที่อิหร่านจะโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งหลังจากนั้นสหรัฐก็มีคำสั่งให้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จอร์เจียซึ่งติดขีปนาวุธนำวิถี กับเรือบรรทุกเครื่องบินอับบราฮัม ลินคอน และเรือพิฆาตที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นอีกหลายลำเคลื่อนที่เข้าประจำการในพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกทันที

ตั้งใจจะเป่าทรัมพ์..แต่ดันไปโดนไบเดน..

นาทีนี้เสียงเรียกร้องให้คุณปู่ไบเดนถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐมีมากขึ้น เพราะขืนสู้ต่อไปก็แพ้อยู่ดีเพราะอยู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทรัมพ์ซึ่งมีคะแนนนำไบเดนอยู่แล้วนิดๆ กลับมีคะแนนนำทิ้งห่างออกไป เหตุการณ์ที่ว่าก็คือการลอบสังหารทรัมพ์ระหว่างปราศรัยที่เพนซิลวาเนียแต่กระสุนพลาดเป้า แล้วแทนที่ทรัมพ์จะตกอกตกใจวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแต่เจากลับมีสติแล้วชูกำปั้นในอากาศ ร้องว่า “สู้ สู้..” มันช่างได้ใจคนดีแท้ว่านี่คืออเมริกันใจเด็ดเหมาะสมจะเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของคนอเมริกันและโลก

คุณปู่ไบเดน…ถึงแก่ แต่ก็โหนนาโต้เข้าใส่จีนได้

ที่วอชิงตันดีซี คุณปู่ไบเดนเป็นเจ้าภาพประชุมระดับผู้นำ 32 ประเทศสมาชิกนาโต้โดยเป้าหมายหลักคงเป็นการยืนยันสนับสนุนอาวุธให้ยูเครนต่อสู้กับรัสเซียต่อไปกับการหาลู่ทางให้ยูเครนได้เข้าเป็นสมาชิกนาโต้ในโอกาสข้างหน้า โดยครั้งนี้นาโต้กล่าวหาจีนชัดเจนว่าให้การสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครนทำให้เป็นภัยคุกคามต่อยุโรป นอกจากนี้ไบเดนก็น่าจะใช้เวทีนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นว่าเขายังสามารถนำอเมริกาและพันธมิตรแอตแลนติคเหนือสู้กับภัยคุกคามต่อไปได้

ขวาจัดมาแรง

คลิปก่อนๆ ได้พูดถึงยุโรปว่าฝ่ายขวาจัดได้รับเลือกเข้ามาบริหารประเทศมากขึ้นอย่างวิคเตอร์ โอบาน แห่งฮังการี จอร์เจีย เมโลนี่ แห่งอิตาลี และเกี๊ยต ไวลเดอร์ แห่งเนเธอแลนด์ สะท้อนว่าคนยุโรปเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเองก่อนที่จะไปช่วยเหลือคนอื่น ไม่ต่างจากโดนัลด์ ทรัมพ์ แห่งสหรัฐอเมริกาเจ้าของสโลแกนว่าคนอเมริกันต้องมาก่อน