ย้อนดูบทเรียนจากสงคราม 11 วันระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสเมื่อ พ.ค.64

สถานการณ์การโจมตีและความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส กองกำลังปกป้องสิทธิเสรีภาพของชาวปาเลสไตน์ระหว่าง 7-9 ต.ค.66 ยังไม่ยุติและมีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายรุนแรงทั้งในพื้นที่อิสราเอลและฉนวนกาซา ซึ่งเป็นพื้นที่ปะทะหลัก ๆ ของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มฮะมาสเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิของชาวปาเลสไตน์ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการต่อสู้และเฝ้ารอเพื่อที่จะได้มีดินแดนอธิปไตยเป็นของตัวเอง

ท่าทีนานาชาติต่อสถานการณ์ความรุนแรงอิสราเอล-ปาเลสไตน์

ประชาคมระหว่างประเทศติดตามสถานการณ์ความรุนแรงอิสราเอล-ปาเลสไตน์รอบ ต.ค.66 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากวิตกว่าการปะทะจะลุกลามบานปลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและสร้างความเสียหายให้กับทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ นานาชาติยังวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเมืองตนเองที่อยู่ในพื้นที่สู้รบ จึงมีการใช้กลไกการทูตและการสื่อสารผ่านทุกช่องทางเพื่อประสานงาน และแจ้งเตือนให้พลเมืองของตนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าหมายจากสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้

จุดเริ่มต้นความรุนแรงรอบใหม่ระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสรอบ ต.ค.66

เกิดการสู้รบตอบโต้กันไปมาระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ซึ่งเป็นกองกำลังที่เคลื่อนไหวเพื่อปกป้องชาวปาเลสไตน์ เหตุปะทะรุนแรงล่าสุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเช้าตรู่ของ 7 ต.ค.66 มีรายงานว่า กลุ่มฮะมาส ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของชาวปาเลสไตน์ เริ่มปฏิบัติการทางการทหารที่เรียกชื่อว่า “Al-Aqsa Flood” ด้วยยุทธวิธีหลากหลายรูปแบบ เพื่อโจมตีอิสราเอล สำหรับเหตุผลที่ทำให้กลุ่มฮะมาสต้องบุกโจมตีครั้งนี้