ลาวรับมอบวัคซีนของ บริษัท AstraZeneca และรถพยาบาลเพื่อใช้รับมือกับโรค COVID-19 จากญี่ปุ่น

เว็บไซต์ สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 ว่านางปานี ยาท่อตู้ รองประธานประเทศลาว และนาย Takewaka Keizo เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำลาว เข้าร่วมพิธีรับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัทAstraZeneca ซึ่งผลิตในญี่ปุ่นจำนวน 616,820 โดส ที่สนามบินนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 5 ส.ค.64 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้แก่รัฐบาลลาวเพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ภายในปี 2564 ของลาว ในวันเดียวกัน นายบุนแฝง พูมมะไลสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว และนาย Takewaka Keizo เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำลาว เข้าร่วมพิธีรับมอบรถพยาบาลจำนวน 7 คัน มูลค่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10 ล้านบาท) ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้รับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 และกระทรวงสาธารณสุขลาว จะนำไปแจกจ่ายให้กับแขวงที่มีความต้องการโดยเฉพาะแขวงภาคใต้ซึ่งมีผู้ติดเชื้อกรณีนำเข้าจำนวนมาก ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาวกล่าวขอบคุณความช่วยเหลือที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้กับลาวเสมอมา ซึ่งแสดงถึงความห่วงใยที่มีต่อรัฐบาลลาว

ธุรกิจในนครหลวงเวียงจันทน์ ลาว มากกว่า 200 แห่ง ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ระลอกที่ 2

เว็บไซต์สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของนาง Bouavone Souklaseng หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนนครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ระลอกที่สอง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในนครหลวงเวียงจันทน์จำนวนมาก โดยมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก 245 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 15.9 จากธุรกิจในนครหลวงเวียงจันทน์ทั้งหมด 1,541 แห่ง อีกทั้งธุรกิจภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม สถานบันเทิง และการขนส่ง ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยธุรกิจภาคบริการร้อยละ 77 ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ระลอกที่สอง ทำให้มีรายได้ลดลงร้อยละ 64 ธุรกิจภาคบริการร้อยละ 70 ต้องปิดให้บริการชั่วคราว และมีธุรกิจภาคบริการร้อยละ 46.86 ต้องเลิกจ้างพนักงาน ก่อนหน้านี้เมื่อ 28 ก.ค.64 นายพันคำ วิพาวัน นรม.ลาว กล่าวในงานประชุมธุรกิจลาว ครั้งที่ 13 ว่า…

สถานการณ์การติดเชื้อโรค COVID-19 ในอาเซียน เมื่อ 5 ส.ค.64

เว็บไซต์ khmertimeskh.com ของกัมพูชา รายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 สรุปสถานการณ์การติดเชื้อโรค COVID-19 ของอาเซียน ณ 5 ส.ค.64 ว่า อาเซียนทุกประเทศปรากฏผู้ติดเชื้อรายใหม่ล่าสุด โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุดที่ 35,764 ราย รองลงมาได้แก่ ไทย 20,920 ราย มาเลเซีย 20,596 ราย ฟิลิปปินส์ 8,127 ราย เวียดนาม 7,244 ราย เมียนมา 4,132 ราย กัมพูชา 591 ราย ลาว 206 ราย สิงคโปร์ 98 ราย และบรูไน 1 ราย โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อรวมมากที่สุดที่ 3,568,331 ราย เสียชีวิต 102,375ราย   สำหรับภาพรวมจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 201,712,187 ราย เสียชีวิต…

สหรัฐฯ ขยายเวลาให้ชาวฮ่องกงพำนักในสหรัฐฯ ได้นานขึ้น

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ผ่านเว็บไซต์ www.state.gov เมื่อ 6 ส.ค.64 ระบุว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนมีคำสั่งให้ขยายมาตรการอนุญาตให้ชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐฯ ขยายเวลาพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ได้นานอีก 18 เดือนโดยมีผลบังคับใช้ทันที เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือชาวฮ่องกงที่ไม่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพราะอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายความมั่นคงของจีน ทั้งนี้ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่ามาตรการครั้งนี้เป็นการให้พื้นที่ปลอดภัย (safe haven) แก่ชาวฮ่องกงในสหรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลจีนได้ยกระดับการปราบปรามชาวฮ่องกง รวมทั้งสื่อมวลชนที่คัดค้านนโยบายของจีนมากขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณให้ชาวฮ่องกงเห็นว่า สหรัฐฯ สนับสนุนชาวฮ่องกง

กัมพูชารับมอบวัคซีน AstraZeneca จากสหราชอาณาจักร จำนวน 415,000 โดส

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ และ หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 6 ส.ค.64 รายงานว่าเมื่อ 5 ส.ค.64 นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา และ นาย Marc Thayre อัครราชทูตและรองหัวหน้าสำนักงานสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำราชธานีพนมเปญ เข้าร่วมพิธีรับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท AstraZeneca จากสหราชอาณาจักร จำนวน 415,000 โดส โดย นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวขอบคุณสหราชอาณาจักร และว่าจะใช้วัคซีนดังกล่าวเป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ประชาชน พร้อมใช้โอกาสนี้ขอรับสนับสนุนวัคซีนจากสหราชอาณาจักรเพิ่ม ด้านนาย Marc Thayre กล่าวว่า สหราชอาณาจักรพร้อมจะให้ความร่วมมือกับกัมพูชาเพื่อดำเนินโครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน และคาดหวังว่าการส่งมอบวัคซีนครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะการเปิดสถานศึกษา ทั้งนี้ กัมพูชาฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้ว 7,810,469 คน จากเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ผู้ใหญ่ 10 ล้านคน (จากประชากรทั้งหมด 16 ล้านคน) ภายในปี 2564

จีน

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 จะส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 รวม 2,000 ล้านโดส ให้นานาประเทศภายในปี2564 และจะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,337 ล้านบาท) ผ่านโครงการ COVAX ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับกระจายวัคซีนให้กับประเทศกำลังพัฒนา

อินเดีย

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 ว่า บริษัท Panacea Biotec ของอินเดีย จะผลิตวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย สำหรับใช้ในอินเดีย จำนวน 25 ล้านโดส โดยใช้ตัวยาสำคัญ (Drug Substance) ของบริษัท Generium ซึ่งเป็นบริษัทยารัสเซีย และจะส่งมอบให้บริษัท Dr. Reddy’s Laboratories ของอินเดีย เพื่อกระจายวัคซีนต่อไป

เกาหลีใต้

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 จะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนบริษัทผลิตวัคซีน COVID-19 ของเกาหลีใต้ 7 แห่งรวมทั้งสิ้น 166,700 ล้านวอน (146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะจัดให้การพัฒนาวัคซีนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี ปัจจุบัน วัคซีนอยู่ระหว่างทดสอบทางคลินิก ซึ่งคาดว่า จะสามารถนำออกใช้ได้ภายใน มิ.ย.65

นิวซีแลนด์

ระบุเมื่อ 5 ส.ค.64 เตรียมประกาศเปิดประเทศรับแรงงานจากตองกา ซามัว และวานูอาตู ซึ่งไม่พบการระบาดของโรค COVID-19 ในชุมชน เข้ามาทำงานในนิวซีแลนด์ได้โดยไม่ต้องกักตัว ใน ก.ย.64 เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งแรงงานตามฤดูกาล เฉพาะอย่างยิ่งด้านเกษตรกรรม

สิงคโปร์

แถลงเมื่อ 6 ส.ค.64 จะยกเว้นมาตรการกักตัวให้ผู้ที่เดินทางมาจากไต้หวัน หรือมีประวัติเดินทางไปไต้หวันในห้วง 21 วัน ก่อนเดินทางเข้าสิงคโปร์ ตั้งแต่ 7 ส.ค.64 เวลา 23.59 น. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในไต้หวันดีขึ้น แต่ยังคงมีการตรวจหาเชื้อ COVID-19 เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน