เวียดนามขอให้จีนยุติการฝึกทหารในบริเวณหมู่เกาะหว่างซา (พาราเซล)

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 5 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศว่า เวียดนามต้องการให้จีนยุติและไม่ปฏิบัติการฝึกทหารในบริเวณหมู่เกาะหว่างซา (พาราเซล) ในห้วงระหว่าง 6-10 ส.ค.64 เพราะละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม ขัดต่อปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea-DOC) และทำให้สถานการณ์ซับซ้อน นอกจากนี้ การฝึกดังกล่าวยังไม่นำมาซึ่งกระบวนการเจรจาระหว่างอาเซียนกับจีนว่าด้วยการจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) และการรักษาทะเลตะวันออก (ทะเลจีนใต้) เป็นทะเลสันติภาพ มีเสถียรภาพ และความร่วมมือ ทั้งนี้ เวียดนามยืนยันหลักฐานทางประวัติศาสตร์และพื้นฐานด้านกฎหมายมาโดยตลอด

สหรัฐฯ เตือนประเทศในเอเชียให้ระมัดระวังการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของจีน

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 อ้างท่าทีนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) เตือนประเทศในภูมิภาคให้ระมัดระวังการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของจีน โดยระบุว่าจีนเปลี่ยนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์จากเพื่อการป้องปรามเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ นายบลิงเคนเรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายทางทะเล รวมทั้งยุติพฤติกรรมแข็งกร้าวในทะเลจีนใต้ ตลอดจนแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทิเบต ฮ่องกง และซินเจียง ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้สหรัฐฯ โดยไม่ได้พาดพิงโดยตรง แต่ระบุว่าประเทศต่าง ๆ ควรจะหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกิจการภายใน สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่นายบลิงเคนเน้นในการประชุมดังกล่าว ได้แก่ สนับสนุนให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และให้เมียนมายุติการใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามประชาชนและกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว

สถานการณ์การติดเชื้อโรค COVID-19 ในอาเซียน เมื่อ 6 ส.ค.64

เว็บไซต์ khmertimeskh.com ของกัมพูชา รายงานเมื่อ 7 ส.ค.64 สรุปสถานการณ์การติดเชื้อโรค COVID-19 ของอาเซียน ณ 6 ส.ค.64 ว่า บรูไนไม่ปรากฏผู้ติดเชื้อรายใหม่ ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุดที่ 39,532 ราย รองลงมาได้แก่ ไทย 21,379 ราย มาเลเซีย 20,889 ราย ฟิลิปปินส์ 10,623 ราย เวียดนาม 8,324 ราย เมียนมา 3,588 ราย กัมพูชา 588 ราย ลาว 267 ราย และสิงคโปร์ 97 ราย โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อรวมมากที่สุดที่ 3,607,863 ราย เสียชีวิต 104,010 ราย   สำหรับภาพรวมจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 202,380,346 ราย เสียชีวิต 4,290,213 ราย…

เกิดเหตุใช้อาวุธโจมตีสายข่าวและเจ้าหน้าที่รัฐเมียนมาที่ภาคย่างกุ้ง

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 ว่า เกิดเหตุคนร้ายปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกัน COVID-19 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงโจมตีร้านค้าในเขต Hlaing ภาคย่างกุ้ง เมื่อ 5 ส.ค.64 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน และในวันเดียวกัน เกิดเหตุยิงเจ้าหน้าที่ธุรการส่วนปกครองท้องถิ่นเขต Dagon Seikkan ภาคย่างกุ้ง เสียชีวิต 1 คน เกิดเหตุระเบิดที่ร้านน้ำชาในเขต North Dagon ส่งผลให้สายข่าวของกองทัพเมียนมาได้รับบาดเจ็บ 1 คน และเกิดเหตุลอบยิงอาคาร สำนักงานส่วนปกครองท้องถิ่นเขต South Dagon ภาคย่างกุ้ง โดยกองทัพเมียนมาเชื่อว่า กองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defense Force-PDF) อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ ขณะที่ PDF โจมตีว่า กลุ่ม Pyu Saw Htee ซึ่งเป็นกองกำลังประชาชนที่กองทัพเมียนมาสนับสนุน อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ เพื่อกล่าวโทษและป้ายความผิดให้กับ PDF

กองทัพเมียนมาปะทะกับ KIA ในรัฐฉานใกล้กับชายแดนจีน

สำนักข่าว CGTN ของจีน รายงานเมื่อ 6 ส.ค.64 ว่า กองทัพเมียนมาปะทะกับกองทัพคะฉิ่นอิสระ (KIA) ในรัฐฉานเหนือ ใกล้กับชายแดนจีน เมื่อ 6 ส.ค.64 โดยทั้งสองฝ่ายใช้อาวุธหนักโจมตี เช่น อาวุธปืนใหญ่ ส่งผลให้กระสุนปืนบางส่วนข้ามพรมแดนไปยังมณฑลยูนนานของจีน โดยมีอาคารได้รับความเสียหายและสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่

เวียดนาม

ประกาศเมื่อ 6 ส.ค.64 ขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในฮานอยออกไปอีก 15 วัน ระหว่าง 8-22 ส.ค.64 ซึ่งอนุญาตให้ประชาชนออกนอกเคหสถาน เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร และยา หรือเดินทางไปทำงานในสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการเท่านั้น

สิงคโปร์

แถลงเมื่อ 6 ส.ค.64 จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรค COVID-19 หลังจากวันชาติสิงคโปร์ (9 ส.ค.) ที่คาดว่า จะมีผู้รับวัคซีนรวมมากกว่าร้อยละ 70 ของประชากร โดยในระยะแรกจะอนุญาตให้ผู้ฉีดวัคซีนครบโดสสามารถรับประทานอาหารที่ร้านไม่เกิน 5 คน ออกกำลังกาย และจัดงานสมรส เป็นต้น

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 6 ส.ค.64 อยู่ระหว่างพิจารณาจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่า จะบังคับใช้ใน 11 ส.ค.64 โดยกำหนดให้บุคคลที่จะเดินทางออกนอกออสเตรเลียต้องแสดงเหตุจำเป็นต่อ จนท.ตม. อาทิ การทำงาน เหตุผลทางการแพทย์ และการเดินทางเพื่อผลประโยชน์ของชาติ