สหรัฐฯ เร่งเจรจากับกาตาร์เพื่อให้ช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อ 14 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ เร่งเจรจาให้กาตาร์ช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถานที่เคยสนับสนุนการทำงานของกองทัพสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน โดยให้ที่พำนักเป็นการชั่วคราว โดยคาดว่ากาตาร์อาจรับชาวอัฟกานิสถานกลุ่มดังกล่าวประมาณ 2,000 คน อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่มีข้อตกลงกับกาตาร์ในประเด็นดังกล่าว แต่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาทุกทางเลือกเพื่อช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถานที่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในอัฟกานิสถานตึงเครียดขึ้น ด้านกาตาร์ยังไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว  และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกาตาร์จะเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือประเด็นนี้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ กำลังติดตามสถานการณ์ในอัฟกานิสถานอย่างใกล้ชิด  โดยในวันเดียวกัน สหรัฐฯ ประกาศให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/คาบูลทำลายเอกสารสำคัญในสถานเอกอัครราชทูตแต่ระบุว่าเป็นมาตรการตามปกติในห้วงที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

สหรัฐฯ คว่ำบาตรบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าน้ำมันให้ กองกำลัง IRGC- QF ของอิหร่าน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ คว่ำบาตรนาย Mahmood Rashid Amur Al Habsi ชาวโอมานและบริษัท 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท Nimr International S.R.L. บริษัท Orbit Petrochemicals Trading LLC และบริษัท Bravery Maritime Corporation ตามคำสั่งผู้บริหารที่ EO 13224 เนื่องจากบุคคลและบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการลักลอบซื้อ-ขายน้ำมันให้กองกำลัง IRGC-QF ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ในบัญชีผู้สนับสนุนกลุ่ม ก่อการร้ายของสหรัฐฯ  กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า นาย Habsi ใช้บริษัทดังกล่าวเป็นตัวกลางขายน้ำมันของ กองกำลัง IRGC-QF ให้ต่างประเทศ รวมทั้งประเทศในเอเชียตะวันออก ซึ่ง กองกำลัง IRGC-QF ใช้รายได้จากการขายน้ำมันดำเนินกิจกรรมที่เป็นภัยคุกคามภูมิภาคตะวันออกกลาง และต่อชาวสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะยังคงติดตามและลงโทษบุคคลที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายต่อไป

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคิวบาจากกรณีปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ คว่ำบาตรคิวบาเพิ่มเติมตามคำสั่งผู้บริหารที่ EO 13818 เพื่อตอบโต้กรณีรัฐบาลคิวบาปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงด้วยมาตรการรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ สหรัฐฯ คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ และกองทัพบกคิวบา ที่มีส่วนร่วมสั่งการให้ข่มขู่ ก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งทำร้ายผู้ประท้วง พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ย้ำว่าสนับสนุนชาวคิวบาที่เรียกร้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อคัดค้านรัฐบาล และชาวคิวบาควรได้รับสิทธิในการชุมนุมอย่างปลอดภัย

นายกรัฐมนตรีเวียดนามชี้การทูตวัคซีนเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุยุทธศาสตร์วัคซีน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 อ้างคำกล่าวของ นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ว่า การทูตวัคซีน (Vaccine diplomacy) ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ยุทธศาสตร์วัคซีนของเวียดนามเป็นจริง เนื่องจากยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งเน้น 1) การจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2) เร่งวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และ 3) ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในต้นปี 2565 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำ 16 ชาติ และส่งหนังสือไปยังผู้นำ 22 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 10 แห่ง เพื่อเร่งดำเนินการทูตวัคซีน ปัจจุบัน เวียดนามได้รับวัคซีนแล้วมากกว่า 19 ล้านโดส ผ่านโครงการ COVAX การจัดซื้อและความช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยเมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า เวียดนามได้จัดส่งวัคซีน AstraZeneca จำนวน 1,113,400…

เวียดนามอาจเริ่มการผลิตวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เองใน ก.ย.64

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 12 ส.ค.64 อ้างคำกล่าวของ นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ในระหว่างการประชุมกับนักวิทยาศาสตร์และผู้ผลิตวัคซีนว่า หากทุกอย่างราบรื่น เวียดนามอาจจะเริ่มการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้เองใน ก.ย.64 และย้ำว่า วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามเปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีบริษัทหรือสถาบันที่ทดลองการฉีดวัคซีนในมนุษย์แล้ว 2 ใน 4 แห่ง ได้แก่ สถาบัน Institute of Vaccines and Medical Biologicals (IVAC) ผู้ผลิตวัคซีน Covivac และบริษัท Nanogen Pharmaceutical Biotechnology ผู้ผลิตวัคซีน Nanocovax ซึ่งผลการทดลองชี้ว่า วัคซีน Nanocovax มีภูมิคุ้มกันถึงร้อยละ 99.4 เท่ากับวัคซีนของบริษัทอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้…

ญี่ปุ่นจะทบทวนแผนป้องกันภัยคุกคามระยะกลางเร็วขึ้นจากกำหนดเดิม

สำนักข่าว Kyodo รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลเมื่อ 14 ส.ค.64 ว่า ญี่ปุ่นจะทบทวนแผนป้องกันภัยคุกคามระยะกลาง (แผน 5 ปี) ภายในปี 2564 เร็วขึ้นจากกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2566 เพื่อปรับเพิ่มงบประมาณสำหรับการป้องกันการขยายอิทธิพลของจีนที่มีกิจกรรมในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกมากขึ้น และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินในช่องแคบไต้หวัน โดยการทบทวนแผนฯ ดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้บรรลุตามคำมั่นของนายสึกะ โยชิฮิเดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ระหว่างการพบปะหารือที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ เม.ย.64 เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถด้านการป้องกันของญี่ปุ่น การเสริมสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศ และการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ทั้งนี้ แผนป้องกันภัยคุกคามระยะกลางของญี่ปุ่นฉบับปัจจุบัน ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีสมัยนายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ เมื่อปลายปี 2561 ซึ่งจัดสรรงบประมาณไว้ที่ 27.47 ล้านล้านเยน (250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีข้อกำหนดว่าแผนฯ ดังกล่าวสามารถทบทวนได้หลังจาก 3 ปี โดยคำนึงถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัย ณ เวลานั้น

ญี่ปุ่นอนุมัติคำขอสถานะผู้ลี้ภัยแก่นักฟุตบอลเมียนมา

สำนักข่าว Nikkei รายงานเมื่อ 13 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติสถานะผู้ลี้ภัยให้แก่ Pyae Lyan Aung ผู้รักษาประตูทีมชาติฟุตบอลเมียนมาที่ปฏิเสธเดินทางกลับประเทศ และต้องการขอลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่นโดยอ้างเหตุกังวลความปลอดภัยต่อชีวิต หลังจากแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต้านรัฐประหารโดยการชูสามนิ้วขณะยืนเคารพเพลงชาติ ก่อนเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับทีมชาติญี่ปุ่นเมื่อ 17 มิ.ย.64 โดยทางการญี่ปุ่นจะแจ้งยืนยันสถานะผู้ลี้ภัยแก่ Pyae Lyan Aung ใน 20 ส.ค.64 ทั้งนี้ Pyae Lyan Aung สมัครสถานะผู้ลี้ภัยและขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าเมื่อ 22 มิ.ย.64 และได้เข้าร่วมเข้าร่วมทีมฟุตบอล J-League ดิวิชั่นสาม ในโยโกฮาม่า เมื่อปลาย ก.ค.64

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 13 ส.ค.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 20,366 ราย และมีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจำนวน 1,478 ราย เมื่อ 13 ส.ค.64 สูงที่สุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล โดยกรุงโตเกียวเป็นพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด จำนวน 5,773 ราย ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี และร้อยละ 89.9 ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา

อินโดนีเซีย

ระบุเมื่อ 13 ส.ค.64 ถึงผลการวิจัยของ สธ.อินโดนีเซีย พบว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ในกรุงจาการ์ตาที่ฉีดวัคซีนครบโดส ติดเชื้อ COVID-19 ร้อยละ 5.03 และเสียชีวิตร้อยละ 0.01 ระหว่าง เม.ย.-มิ.ย.64 เพิ่มขึ้น 5 เท่า จากห้วง ม.ค.-มี.ค.64 โดยส่วนใหญ่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา

จีน

ระบุเมื่อ 13 ส.ค.64 ปฏิเสธคำร้องขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการสอบสวนต้นตอโรค COVID-19 ระยะที่ 2 และยืนยันการสอบสวนในระยะที่ 1 เมื่อ ม.ค.64 ซึ่งบ่งชี้ว่า เชื้อไวรัสอาจแพร่กระจายจากค้างคาวมาสู่คนน่าจะเป็นข้อสรุปที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด