ออสเตรเลียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มตอลิบันยุติการใช้ความรุนแรงในอัฟกานิสถาน

นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 16 ส.ค.64 ร่วมกับนางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า รัฐบาลออสเตรเลียอยู่ระหว่างการอพยพชาวออสเตรเลียในอัฟกานิสถาน จำนวน 130 คน ซึ่งทำงานในองค์การสหประชาชาติ และองค์กร NGOs รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ถือวีซ่ามนุษยธรรม และผู้ที่ยื่นขอความคุ้มครอง นอกจากนี้ ออสเตรเลียเรียกร้องให้กลุ่มตอลิบันยุติการใช้ความรุนแรงกับพลเมือง ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และเคารพสิทธิมนุษยชน เฉพาะอย่างยิ่งต่อสตรีและเด็กหญิง กลุ่มตอลิบันจะต้องรับผิดชอบหากมีการสังหารหรือการทารุณทหารอัฟกานิสถานหรือกองกำลังความมั่นคงที่ยอมแพ้หรือถูกจับ อีกทั้งควรปฏิบัติต่อรัฐบาลอัฟกานิสถานและผู้นำทางการเมืองด้วยความปลอดภัย ให้เกียรติ และไม่คุกคามหรือขัดขวางผู้ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานในวันเดียวกันว่า ออสเตรเลียจะส่งเครื่องบิน C-17 ของกองทัพอากาศ พร้อมกำลังทหารมากกว่า 250 นาย ไปยังอัฟกานิสถานเพื่อช่วยอพยพชาวออสเตรเลีย รวมถึงจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณสนามบินฮามิด กาไซ ในกรุงคาบูล ก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียได้อพยพชาวอัฟกานิสถานและครอบครัวแล้ว 430 คน ตั้งแต่ เม.ย.64

กัมพูชาตรวจยึดเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้าจากไทยได้กว่า 4 ตัน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 16 ส.ค.64 รายงานอ้างการเปิดเผยของนาย Tan Phannara อธิบดีกรมสุขภาพสัตว์และผลผลิต สังกัดกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงกัมพูชา ว่าเมื่อ 15 ส.ค.64 เจ้าหน้าที่จังหวัดกัมปงชนัง ตรวจยึดและเผาทำลายเนื้อหมูและเครื่องในทั้งหมด 65 กล่อง (กล่องละ 450 กิโลกรัม) หรือประมาณ 2.9 ตัน ซึ่งนำเข้าจากไทยด้านจังหวัดโพธิสัตว์ (ตรงข้าม จังหวัดตราด) แต่คนขับรถบรรทุกหลบหนีได้ ห้วงเดียวกันเจ้าหน้าที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จังหวัดสระแก้ว) ตรวจยึดเนื้อหมูลักลอบนำเข้าจากไทยได้ 30 กล่อง (กล่องละ 50 กิโลกรัม) หรือเป็นจำนวน 1.5 ตัน

อินโดนีเซียห่วงกังวลสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน

นาย Teuku Faizasyah โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 16 ส.ค.64ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังติดตามสถานการณ์ในอัฟกานิสถานอย่างใกล้ชิด หลังจากกลุ่มตอลิบันนำกำลังเข้าควบคุมกรุงคาบูล โดยได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูต และพลเมืองอินโดนีเซียกลับประเทศหากสถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ รัฐบาลเรียกร้องให้ชาวอินโดนีเซียเพิ่มความระมัดระวัง ในชั้นนี้ นาย Faizasyah ยืนยันว่า แม้ว่าจะมีการอพยพพลเมืองอินโดนีเซียออกจากอัฟกานิสถาน แต่อินโดนีเซียจะยังไม่ปิดสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำอัฟกานิสถาน โดยจะคงเจ้าหน้าที่สำคัญไว้ที่สถานเอกอัครราชทูตอยู่ต่อไป

ซาอุดีอาระเบียจะเริ่มบริการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่บ้านให้แก่ประชากรอายุ 70 ปีขึ้นไป

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 อ้างกระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียประกาศในวันเดียวกันว่า กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียจะเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่มีอายุ ๗๐ ปีขึ้นไปและพำนักในซาอุดีอาระเบียที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อจากการเดินทางมาฉีดวัคซีนที่สถานพยาบาลหรือศูนย์ฉีดวัคซีน โดยประชาชนกลุ่มดังกล่าวต้องลงทะเบียนขอรับบริการผ่านเว็บไซต์ที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียกำหนดก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและนัดหมายเพื่อให้บริการฉีดวัคซีนที่บ้านต่อไป ทั้งนี้ ห้วงปลาย ก.ค.64 จนถึง 15 ส.ค.64 ผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในซาอุดีอาระเบีย มีจำนวนลดลงต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีสัญญาณดีขึ้น โดยในรอบ 24 ชั่วโมง ซาอุดีอาระเบียพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 542 ราย เสียชีวิต 13 คน และรักษาหาย 1,051 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อมีจำนวนสะสม 538,525 ราย ผู้เสียชีวิตมีจำนวนสะสม 8,412 คน และรักษาหายมีจำนวนสะสม 523,050 ราย โดยกรุงริยาด (เมืองหลวง) เป็นพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด รองลงมาคือ เมืองมักกะฮ์ และมณฑลตะวันออก

ซาอุดีอาระเบีย

ประกาศเมื่อ 16 ส.ค.64 จะเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในที่พักอาศัย สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติอายุ 70 ปีขึ้นไปที่พำนักในซาอุดีอาระเบีย เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อจากการเดินทางมาฉีดวัคซีนที่สถานพยาบาลหรือศูนย์ฉีดวัคซีน

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 16 ส.ค.64 เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เฉพาะอย่างยิ่ง สายพันธุ์เดลตา

เวียดนาม

ระบุเมื่อ 15 ส.ค.64 จะขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในนครโฮจิมินห์ออกไปอีก 1 เดือน จนถึง 15 ก.ย.64 เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาด หลังจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวช่วยลดการสัญจรได้ร้อยละ 75 และลดอัตราการติดเชื้อในบริเวณที่ปิดพื้นที่เหลือร้อยละ 57

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 15 ส.ค.64 สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 990,000 โดส สูงสุดนับแต่ ก.ค.64 โดยคาดว่า เป็นผลจากการที่ชาวอเมริกันวิตกกับการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตา ซึ่งทำให้วิกฤต COVID-19 ในสหรัฐฯ กลับมารุนแรงอีกครั้ง

ฟิลิปปินส์

ระบุเมื่อ 15 ส.ค.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Lambda รายแรกในประเทศเป็นแรงงานชาวฟิลิปปินส์ เพศหญิง อายุ 35 ปี ซึ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยไม่แสดงอาการ แต่ได้รับการรักษาหายแล้ว หลังจากกักตัว 10 วัน

เวียดนาม

ระบุเมื่อ 15 ส.ค.64 จะจัดซื้อวัคซีนของบริษัท Pfizer จำนวน 20 ล้านโดส เพิ่มเติมจากที่จัดซื้อแล้ว 31 ล้านโดส เมื่อ พ.ค.64 เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด 96 ล้านคน