สหรัฐฯ ติดต่อหารือกับกลุ่มตอลิบันเกี่ยวกับการอพยพชาวอเมริกันและการเมืองในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าวบลูมเบอร์ก รายงานเมื่อ 17 ส.ค.64 อ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ติดต่อกับกลุ่มตอลิบันในคาบูล อัฟกานิสถาน และผู้แทนกลุ่มตอลิบันในโดฮา กาตาร์ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการอพยพชาวอเมริกันและชาวอัฟกานิสถานที่ได้รับวีซ่าพิเศษจากสหรัฐฯ รวมทั้งประเด็นสถานการณ์การเมืองในอัฟกานิสถาน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การหารือเป็นไปด้วยดี และสหรัฐฯ เตือนกลุ่มตอลิบันไม่ให้โจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในพื้นที่ พร้อมให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับรองสถานะผู้นำอัฟกานิสถานในอนาคตว่า สหรัฐฯ จะยอมรับผู้นำอัฟกานิสถานที่จัดตั้งรัฐบาลที่ครอบคลุมโดยมีผู้แทนของทุกฝ่าย รวมทั้งสตรี และต้องให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน รวมทั้งไม่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ทั้งนี้ ท่าทีของสหรัฐฯ มีขึ้นในห้วงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เร่งหารือกับประเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นอัฟกานิสถาน รวมทั้งจีนและรัสเซีย

บริษัท Pfizer ของสหรัฐฯ จะขออนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป

หนังสือพิมพ์ วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า บริษัท Pfizer ของสหรัฐฯ ยื่นขอให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drug Administration-FDA) อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป โดยระบุว่า ผลการทดสอบวัคซีนของบริษัท Pfizer ที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า วัคซีนเข็มที่ 3 ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อกลายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์เดลตา และมีความปลอดภัย ทั้งนี้ คาดว่า FDA จะพิจารณาการใช้วัคซีนเข็มที่ 3 เพิ่มในห้วงสัปดาห์หน้า ปัจจุบัน FDA อนุมัติการใช้วัคซีนชนิด mRNA ของบริษัท Pfizer เป็นเข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ด้านแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ยังไม่มีผลการทดสอบที่ยืนยันประสิทธิภาพในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป

สหรัฐฯ ยืนยันว่ายังคงถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐฯ ต่ออัฟกานิสถาน เมื่อ 16 ส.ค.64 สาระสำคัญ คือ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มตอลิบันยึดเมืองคาบูลและเมืองสำคัญอื่น ๆ เมื่อ 15 ส.ค.64 พร้อมกับยอมรับว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่สหรัฐฯ ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีไบเดนยืนยันว่า สหรัฐฯ จะถอนทหารออกจากพื้นที่ เนื่องจากทหารอเมริกันจะไม่ปฏิบัติการต่อสู้ในสงครามกลางเมืองในประเทศอื่น และที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้สนับสนุนรัฐบาลอัฟกานิสถานทุกด้านเพื่อให้มีความพร้อมด้านความมั่นคง รวมทั้งได้เจรจากับกลุ่มตอลิบัน สำหรับการดำเนินนโยบายในห้วงต่อไป สหรัฐฯ จะเดินหน้าใช้เครื่องมือทางการทูต เศรษฐกิจ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวอัฟกานิสถาน พร้อมส่งสัญญาณเตือนกลุ่มตอลิบันไม่ให้โจมตีบุคคลหรือผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน เพราะสหรัฐฯ พร้อมจะตอบโต้

ญี่ปุ่นเห็นพ้องที่จะร่วมมือกับอียิปต์กรณีอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว Kyodo รายงานเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า นายโทชิมิทสึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นพบกับประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์ และนาย Sameh Shoukry รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างการเยือนตะวันออกกลางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน และเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันในการรับประกันเสถียรภาพของอัฟกานิสถาน หลังจากกลุ่มตอลิบันเข้าควบคุมกรุงคาบูลและเมืองสำคัญ โดยนายโมเทกิเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอัฟกานิสถานฟื้นฟูสันติภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในประเทศ รวมถึงปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อไม่ให้เป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความไม่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นและอียิปต์ยังหารือถึงความร่วมมือเกี่ยวกับโรค COVID-19 และส่งเสริมสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ทั้งนี้ นายโมเทกิมีกำหนดการเดินทางไปอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งคาดว่าจะเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศยุติการสู้รบและกลับมาเจรจาสันติภาพ รวมถึงจะแสดงคำมั่นของญี่ปุ่นต่อการฟื้นฟูฉนวนกาซาด้วยเช่นกัน

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 17 ส.ค.64 เตรียมจัดหาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของประชาชนด้วยวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นลงนามจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมแล้ว 170 ล้านโดส แบ่งเป็นวัคซีนของบริษัท Pfizer 120 ล้านโดส และบริษัท Moderna 50 ล้านโดส โดยมีกำหนดส่งมอบในปี 2565

ฟิลิปปินส์

ระบุเมื่อ 16 ส.ค.64 ขอให้สหรัฐฯ ช่วยจัดหาวัคซีน COVID-19 ให้ฟิลิปปินส์เพิ่มเติม โดยฟิลิปปินส์เข้าใจว่า สหรัฐฯ ต้องช่วยเหลือพลเมืองในประเทศก่อน แต่ขอให้พิจารณาช่วยเหลือฟิลิปปินส์หากมีวัคซีนส่วนเกิน ซึ่งฟิลิปปินส์พร้อมซื้อวัคซีนดังกล่าว

นิวซีแลนด์

ประกาศเมื่อ 17 ส.ค.64 บังคับใช้มาตรการ Lockdown ทั่วประเทศเป็นระยะเวลา 3 วัน ยกเว้นนครโอ๊คแลนด์เป็นระยะเวลา 7 วัน เนื่องจากตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 1 ราย ที่นครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเป็นการตรวจพบผู้ติดเชื้อในประเทศรายแรกในรอบ 6 เดือน

อินเดีย

ประกาศเมื่อ 16 ส.ค.64 ควบคุมการส่งออกชุดตรวจหาเชื้อ COVID-19 แบบ Rapid Antigen Test (RAT) เพื่อสำรองให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในห้วงวิกฤต COVID-19 ระลอก 3 โดยผู้ประสงค์จะส่งออกต้องยื่นคำขอให้สำนักการค้าต่างประเทศพิจารณาอนุมัติ

ไต้หวัน

ระบุเมื่อ 16 ส.ค.64 ยังไม่อนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท UBI Pharma ของไต้หวัน เป็นกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากการกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันของวัคซีนดังกล่าวยังอยู่ในระดับต่ำกว่าวัคซีน AstraZeneca แต่บริษัทฯ จะยังคงดำเนินการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 ในอินเดียต่อไป

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 16 ส.ค.64 เตรียมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่ม 7 จังหวัด ได้แก่ จ.อิบารากิ จ.โทชิกิ จ.กุมมะ จ.ชิซุโอกะ จ.เกียวโต จ.เฮียวโงะ และ จ.ฟุกุโอกะ ระหว่าง 20 ส.ค.-12 ก.ย.64 เนื่องจากการกลับมาแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขอยู่ในภาวะตึงตัว