สถาบันวิจัย Vector ของรัสเซียประเมินวัคซีนป้องกัน COVID-19 แบบหยอด/พ่นจมูกจะพร้อมใช้ใน ก.ย.-ต.ค.65

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่า นาย Rinat Maksyutov ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย Vector ผู้พัฒนาวัคซีน EpiVacCorona ของรัสเซีย ระบุ สถาบันวิจัยทั่วโลกรวมถึงสถาบันวิจัย Vector กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในรูปแบบหยอดหรือพ่นจมูก โดยส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนทดลองกับสัตว์ซึ่งประเมินจากระยะเวลาการทดลองน่าจะพร้อมใช้งานได้ใน ก.ย.- ต.ค.64 โดยก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัย Gamaleya ผู้พัฒนาวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย ระบุ จะเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิก โดยคาดว่าวัคซีน Sputnik V รูปแบบหยอดหรือพ่นจมูกจะได้รับอนุมัติใช้ในปี 2565

กลุ่มตอลิบันพร้อมรับช่วงดูแลรักษาความปลอดภัยสนามบินกรุงคาบูลต่อจากทหารสหรัฐฯ

สำนักข่าวReuters รายงานเมื่อ 29 ส.ค.64 ว่า กลุ่มตอลิบันพร้อมรับช่วงดูแลรักษาความปลอดภัยสนามบินกรุงคาบูลต่อจากทหารสหรัฐฯ โดยนาย Zabihullah Mujahid โฆษกกลุ่มตอลิบันระบุว่าสหรัฐฯ ใกล้จะเสร็จสิ้นกระบวนการอพยพคนแล้ว ซึ่งกลุ่มตอลิบันพร้อมรับช่วงดูแลสนามบินต่อไป นอกจากนี้ โฆษกกลุ่มตอลิบันระบุว่าพร้อมจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศโดยเร็วหลังจากสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการอพยพคน ส่วนประเด็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมบริหารประเทศเป็นเรื่องที่ผู้นำระดับสูงของกลุ่มตอลิบันจะพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ กลุ่มตอลิบันประณามกรณีสหรัฐฯ ใช้โดรนโจมตีสมาชิก IS สาขาจังหวัดโคราซาน (Islamic State Khorasan Province-ISKP) ว่าเป็นอธิปไตยของอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มตอลิบันต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ และชาติต่างๆ ต่อไป

กองทัพเมียนมา สู้รบต่อเนื่องกับ MNDAA ในรัฐฉาน

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า กองทัพเมียนมาสู้รบต่อเนื่องกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) ในพื้นที่ อำเภอปางสาย รัฐฉานเหนือ โดย MNDAA อ้างว่าได้ซุ่มโจมตีและสังหารทหารเมียนมาได้อย่างน้อย 15 นาย เมื่อ 30 ส.ค.64 หลังจากกองทัพเมียนมาใช้อาวุธหนักโจมตี MNDAA เมื่อ 29 ส.ค.64 ส่งผลให้มีราษฎรในพื้นที่เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน ทั้งนี้ MNDAA เป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรภาคเหนือที่นำโดยกองทัพคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Army-KIA) โดยกองทัพเมียนมาเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธเข้าปะทะกับ MNDAA ในพื้นที่รัฐฉานเหนือ ตั้งแต่ ก.ค.64 หลังจาก MNDAA ส่งกำลังไปช่วย KIA สู้รบกับกองทัพเมียนมา

เกิดเหตุระเบิดรถบรรทุกทหารที่ภาคย่างกุ้งของเมียนมา

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดโจมตีรถบรรทุกทหารที่เขต Hlegu ภาคย่างกุ้ง เมื่อ 31 ส.ค.64  เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และรถบรรทุกได้รับความเสียหาย หลังจากกองกำลังป้องกันประชาชนกลุ่ม Hlegu People Defense Force (HPDF) ขว้างระเบิดโจมตีป้อมทหารที่เขต Hlegu ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย เมื่อ 30 ส.ค.64 และเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางระเบิดขนาดเล็กอย่างน้อย 12 แห่ง ในภาคย่างกุ้งและภาคมัณฑะเลย์ของเมียนมา ระหว่าง 29-30 ส.ค.64

ปากีสถาน

ระบุเมื่อ 1 ก.ย.64 เริ่มฉีดวัคซีนโรค COVID-19 ในผู้ที่อายุ 17 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามแผนการฉีดวัคซีนของรัฐบาล หลังมีผู้เสียชีวิตเกินกว่า 100 รายเป็นวันที่สองติดต่อกัน

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 1 ก.ย.64 หยุดให้บริการขนส่งสิ่งของไปรษณีย์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรีเป็นเวลา 4 วัน (4-7 ก.ย.64) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 ทั้งนี้ มี จนท.ไปรษณีย์ต้องกักบริเวณแล้วกว่า 500 ราย

เกาหลีใต้

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 แม้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว โดยพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson มากที่สุดในอัตราร้อยละ 0.113 รองลงมาคือ วัคซีนของบริษัท AstraZeneca ร้อยละ 0.068 และวัคซีนของบริษัท Pfizer ร้อยละ 0.021

สหภาพยุโรป

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบ 2 โดสให้กับประชากรวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 70 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ภายในปี 2564

ลาว

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ขยายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ทั่วประเทศอีก 15 วัน (ห้วง 1-15 ก.ย.64)

อินโดนีเซีย

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ขอให้ประชาชนเปลี่ยนการติดตั้งแอปพลิเคชันในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรค COVID-19 จาก Indonesia Health Alert Card (eHAC) ที่พัฒนาโดย สธ.อินโดนีเซียเป็น PeduliLindungi ซึ่งพัฒนาโดยกระทรวงการสื่อสารและข้อมูลของอินโดนีเซีย เนื่องจากสงสัยว่า eHAC มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล