ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 13 ก.ย.64 จะใช้ระบบแสดงข้อมูลผู้โดยสารแบบดิจิทัล (Digital Passenger Declaration-DPD) สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ และแบบฟอร์มแสดงการเดินทางแบบดิจิทัลของออสเตรเลีย(Australian Travel Declaration) เพื่อแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและสุขภาพของผู้โดยสารก่อนออกเดินทาง 72 ชั่วโมง รวมถึงสถานะการฉีดวัคซีนซึ่งระบบ DPD จะเชื่อมโยงกับใบรับรองการฉีดวัคซีนแบบ QR Code ของออสเตรเลียที่จะเริ่มใช้ภายใน ก.ย.64

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 12 ก.ย.64 นักการเมืองพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วยกับมาตรการบังคับฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของรัฐบาลที่ประกาศเมื่อ 9 ก.ย.64 เนื่องจากขัดแย้งกับค่านิยมอเมริกัน โดยเฉพาะเสรีภาพและสิทธิ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา

จีน

ระบุเมื่อ 13 ก.ย.64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 49 รายที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนใต้ของจีน โดยเป็นการติดเชื้อภายในประเทศจำนวน 22 ราย ส่งผลให้จีนมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 95,248 ราย เสียชีวิต 4,636 คน

เมียนมา

ระบุเมื่อ 12 ก.ย.64 รับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 จากจีนของ บ.Sinopharm เพิ่มอีก 4 ล้านโดส ทำให้เมียนมาได้รับวัคซีนจากจีนรวมทั้งสิ้น 12.6 ล้านโดส ในจำนวนนี้เป็นวัคซีนที่ได้รับการบริจาค 3.9 ล้านโดส

ผู้นำสหรัฐฯ โทรศัพท์หารือกับผู้นำจีนเพื่อลดบรรยากาศความขัดแย้ง

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 10 ก.ย.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนโทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเป็นครั้งที่ 2 เพื่อโน้มน้าวให้จีนเห็นความสำคัญของการหารือระหว่างกันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็แสดงความผิดหวังที่จีนไม่มีท่าทีจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ไม่ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากฝ่ายจีนจากการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหารือกับจีนแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้แทนพิเศษฝ่ายกิจการโลกร้อนของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ในครั้งนี้ ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือกันในหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ และย้ำว่าจะไม่ทำให้การแข่งขันกันกลายเป็นความขัดแย้ง ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ ยังอยู่ในระหว่างการทบทวนนโยบายต่อจีน ด้านสื่อจีนรายงานว่า จีนพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่ต้องเป็นไปอย่างเคารพซึ่งกันและกัน

การประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 13 มุ่งหารือเรื่องความร่วมมือ ประเด็นอัฟกานิสถาน และ COVID-19

เว็บไซต์ Livemint รายงานเมื่อ 10 ก.ย.64 ว่า การประชุมสุดยอด BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ครั้งที่ 13 ผ่านระบบทางไกลเมื่อ 9 ก.ย.64 โดยผู้นำอินเดียเป็นประธาน ให้ความสำคัญกับประเด็น   1) อัฟกานิสถาน โดยย้ำจะช่วยเหลือเพื่อให้เกิดการพูดคุยอย่างมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ให้การจัดตั้งรัฐบาลอัฟกานิสถานเป็นไปอย่างสันติ ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการก่อการร้ายและการค้ายาเสพติดในอัฟกานิสถาน รวมถึงเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและปกป้องสิทธิมนุษยชน 2) วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 โดยให้ความสำคัญของประสิทธิภาพและการเข้าถึงวัคซีน รวมถึงการหารือในองค์การการค้าโลก (World Trade Organisation-WTO) ประเด็นการยกเว้นทรัพย์สินทางปัญหาเกี่ยวกับวัคซีน COVID-19 3) ต้นตอของโรค COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก BRICS โดยให้ความร่วมมือในการศึกษาต้นตอของ COVID-19 และตระหนักว่า เสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคของกลุ่ม BRICS จะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการฟื้นตัว และเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก 4) ประเด็นการปฏิรูปองค์การระหว่างประเทศ BRICS ให้คำมั่นจะสนับสนุนการมีบทบาทอย่างเท่าเทียม และทั่วถึง ในระบบพหุภาคีระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งสหประชาชาติ…

ซาอุดีอาระเบียและไนจีเรียยึดยาแอมเฟตามีนของเครือข่ายกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน

สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 9 ก.ย.64 ว่า กระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบียร่วมกับทางการไนจีเรีย ตรวจยึดยา Captagon (ยาเสพติดประเภทแอมเฟตามีน นิยมใช้ในกลุ่มนักรบที่เข้าร่วมรบในตะวันออกกลาง) จำนวน 451,807 เม็ด ซุกซ่อนในชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ระหว่างการลักลอบขนส่งผ่านเส้นทางทะเลจากเลบานอนไปไนจีเรีย ก่อนจะส่งต่อมายังซาอุดีอาระเบีย โดยพันเอก Talal Al-Shalhoub โฆษกฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว เป็นของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ซึ่งซาอุดีอาระเบียมีการติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายดังกล่าวอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นกระทำการผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ เมื่อ เม.ย.64 ซาอุดีอาระเบียสั่งห้ามนำเข้าผักและผลไม้จากเลบานอน รวมถึงระงับการขนส่งผักผลไม้ผ่านซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากพบยาเสพติดซุกซ่อนในผักและผลไม้ดังกล่าว

ญี่ปุ่นตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Eta และสายพันธุ์ Kappa ในประเทศ

สำนักข่าว NHK รายงานเมื่อ 10 ก.ย.64 ว่ากระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Eta ครั้งแรกในประเทศ โดยพบในผู้เดินทางเข้าญี่ปุ่นระหว่าง ธ.ค.63 – 3 ก.ย.64 จำนวน 18 ราย ทั้งนี้ เชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Eta ตรวจพบครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรเมื่อ ธ.ค.63 และส่วนใหญ่แพร่ระบาดในสหรัฐฯ และภูมิภาคยุโรป นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่นยังเปิดเผยว่า ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Kappa จำนวน 19 รายเมื่อ 3 ก.ย.64 ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ประกาศจับตาไวรัสทั้งสองสายพันธุ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ (variants of interest)

สิงคโปร์จะให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงอาเซียนหลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดโรค COVID-19

นายเดสมอนด์ ลี รัฐมนตรีว่าการระทรวงการพัฒนาแห่งชาติของสิงคโปร์เปิดเผยระหว่างการประชุม ASEAN and Asia Forum จัดโดย Singapore Institute of International Affairs เมื่อ 9 ก.ย.64 ว่า การเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียนจะเป็นสิ่งที่สิงคโปร์ให้ความสำคัญ เพื่อเปิดเศรษฐกิจและฟื้นตัวหลังจากการแพร่ระบาดโรค COVID-19 โดยหากสิงคโปร์สามารถเปิดการเดินทางอย่างปลอดภัยได้ จะทำให้ประเทศกลับมาเป็นศูนย์ของอาเซียนและเอเชีย รวมถึงยังช่วยลดผลกระทบการขาดแคลนแรงงานต่างชาติของภาคธุรกิจในสิงคโปร์ ได้แก่ การก่อสร้าง อุตสาหกรรมทางทะเล และวิศวกรรมนอกชายฝั่ง อย่างไรก็ดี สิงคโปร์ควรขยายการเชื่อมโยงกับประเทศอื่นในมิติด้านดิจิทัล หลังจากการเดินทางเพื่อพบปะต้องใช้เวลามากขึ้น

จีนจัดสรรงบประมาณ 200 ล้านหยวนเพื่อช่วยเหลืออัฟกานิสถาน

สำนักข่าว CGTN รายงานว่า นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ให้คำมั่นเมื่อ 8 ก.ย.64 ระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถาน ผ่านระบบออนไลน์ ว่า จีนจะจัดสรรงบประมาณ 200 ล้านหยวน (ประมาณ 30.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อจัดซื้อธัญพืช เครื่องใช้ฤดูหนาว วัคซีน และยารักษาโรค แก่อัฟกานิสถาน และบริจาควัคซีนโรค COVID-19 ชุดแรก 3 ล้านโดส นอกจากนี้ จีนยังพร้อมจะให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์รับมือโรค COVID-19 แก่อัฟกานิสถาน ผ่านโครงการคลังสำรองฉุกเฉินจีน-เอเชียใต้ (China-South Asian Countries Emergency Supplies Reserve)