สิงคโปร์ร่วมกับฟิลิปปินส์จัดทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

สำนักข่าว ABS-CBN News รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas – BSP) บรรลุข้อตกลงกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) จัดทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (cross-border e-payment) ระหว่างฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงทางการเงินในรูปแบบ real-time และ QR Payment โดยระบบดังกล่าวจะทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างทั้งสองประเทศสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีค่าบริการที่ถูกกว่าการทำธุรกรรมแบบปกติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ แรงงาน และนักท่องเที่ยว ของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีแรงงานฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ประมาณ 200,000 คน และก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีผู้เดินทางระหว่างสองประเทศประมาณ 900,000 คนต่อเดือน

องค์กรด้านมนุษยธรรมมาเลเซีย พยายามผลักดันให้กลุ่มแรงงานต่างชาติได้รับวัคซีนภายในสิ้นปี 2564

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 โดยอ้างนาง Suhana Sidik โฆษกสมาคม Malaysian Red Crescent Society (MRCS) ในมาเลเซีย ว่า MRCS จะตรวจสอบจำนวนแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย ทั้งที่มีเอกสารและไม่มีเอกสาร ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 โดยจะประสานผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล ก่อนจะนำเสนอต่อรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อผลักดันให้กลุ่มคนดังกล่าวได้รับวัคซีนให้มากที่สุดภายในปี 2564 ปัจจุบัน มาเลเซียดำเนินการฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนดังกล่าวที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่เกือบครบแล้ว โดยที่ผ่านมา MRCS ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนให้กลุ่มแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย เพื่อช่วยเร่งกระบวนการฉีดวัคซีนในประเทศ ซึ่ง MRCS ร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (Non-Governmental Organization-NGO) ต่าง ๆ ในมาเลเซีย และผู้นำชุมชนเพื่อจัดให้กลุ่มแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยเข้ารับวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนในรัฐต่าง ๆ ทั้งเริ่มโครงการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ให้กลุ่มคนดังกล่าวตั้งแต่ 4 ก.ย.64

สิงคโปร์เริ่มได้รับผลกระทบกรณี EU ถอดออกจากรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ

หนังสือพิมพ์ Straits Times รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า หลายประเทศในสหภาพยุโรป (European Union-EU) ปรับมาตรการคัดกรองสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ หลังจาก EU ถอดสิงคโปร์ออกจากบัญชีรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำเมื่อ 9 พ.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเมื่อ 11 พ.ย.64 เดนมาร์ก ประกาศไม่รับรองเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนของทางการสิงคโปร์ และให้ผู้ที่เดินทางจากสิงคโปร์ครอบคลุมถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนต้องกักตัวในสถานที่พักเป็นเวลา 10 วัน แต่หากมีผลตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเมื่อกักตัวครบ 4 วัน สามารถออกจากการกักตัวได้  ด้านเนเธอร์แลนด์  ออกมาตรการคัดกรองเพิ่มเติมให้ผู้ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ ต้องแสดงผลตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเมื่อเดินทางถึงเนเธอร์แลนด์ ขณะที่เยอรมนีออกมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมก่อนที่ EU จะปรับบัญชีรายชื่อ รวมถึงมาตรการกักตัวเด็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เป็นเวลา 5 วัน   ทั้งนี้ การที่ EU ถอดสิงคโปร์ออกจากบัญชีประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนด้วยช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lane (VTL) ของสิงคโปร์ ซึ่งมีประเทศในยุโรป รวมอยู่ด้วย 10 ประเทศ ทั้งที่เป็นและไม่ได้เป็นสมาชิก…

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หารือกับ 6 ประเทศและสหภาพยุโรปประเด็นเมียนมา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 10 พ.ย.64 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายเดเร็ก โชลเลต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนีและสหภาพยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยนายโชลเลต์แสดงความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงและวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรง เคารพสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการที่เป็นผลการประชุมของอาเซียนเมื่อ เม.ย.64 และให้กลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวด้วยเหตุผลทางการเมือง รวมทั้งเปิดทางให้ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่ต้องการเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาด้วย

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มุ่งผลักดันแนวคิด Free and Open Indo-Pacific

สำนักข่าว Kyodo รายงานเมื่อ 12 พ.ย.64 โดยอ้างผลการหารือของนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและพลเรือเอก จอห์น อากีลีโน ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ  เมื่อ 11 พ.ย.64 ว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เห็นพ้องกระชับการเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ และผลักดันแนวคิดเสรีและเปิดกว้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Free and Open Indo-Pacific) โดยจะมุ่งรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีน รวมถึงการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคงกองทัพสหรัฐฯในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกยังหารือกับนายคิชิ โนบุโอะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และนายฮามายาชิ โยชิมะซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับภาพรวมความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ และสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค

ผู้นำศาสนาในอินโดนีเซียห้ามชาวมุสลิมใช้สกุลเงินดิจิทัล

นิตยสาร Forbes รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 อ้างคำกล่าวของ อาสโรรุน นีอัม โซเลห์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของสภาอิสลามแห่งชาติอินโดนีเซีย (MAJELIS ULAMA INDONESIA-MUI) ว่าได้มีประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการแล้วว่า การใช้สกุลเงินดิจิทัลนั้น เป็นฮะรอม หรือสิ่งต้องห้าม เนื่องจากมีความไม่แน่นอน เป็นการพนัน และอันตราย ซึ่งห้ามไม่ให้เป็นตัวเลือกการชำระเงินภายใต้กฎหมายชารีอะฮ์ อย่างไรก็ดี MUI สามารถอนุมัติการใช้สกุลเงินดิจิทัลได้ หากมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายชารีอะฮ์ ทั้งนี้ แม้ว่า MUI จะไม่มีอำนาจทางกฎหมาย แต่ข้อวินิจฉัยดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจของชาวมุสลิมในการใช้จ่ายและลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และส่งผลให้สถาบันการเงินต้องทบทวนการออกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังและธนาคารกลางของอินโดนีเซีย ต้องปรึกษา MUI ในประเด็นเกี่ยวกับการเงินของชาวมุสลิม

มลพิษทางอากาศ: ภัยคุกคามสุขภาพชาวอินเดีย

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ประเทศอินเดียมีการเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี หรือเทศกาลแห่งแสงไฟของศาสนาฮินดู ตลอดจนซิกข์และเชน ที่ฉลองในฤดูใบไม้ร่วง มีการใช้แสงสว่างเพื่อแสดงถึงชัยชนะเหนือความมืดมิด และความดีเหนือความชั่ว ซึ่งถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดเทศกาลหนึ่งของประเทศ ประชาชนชาวฮินดูทุกหลังคาเรือนจะออกมาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่างนี้ด้วยการจุดตะเกียงหรือจุดพลุ…

ฟิลิปปินส์

ระบุเมื่อ 17 พ.ย.64 อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ซึ่งเป็นยารักษาโรค COVID-19 ของบริษัท Merck ของสหรัฐฯ เป็นกรณีฉุกเฉิน

ลักเซมเบิร์ก

ระบุเมื่อ 17 พ.ย.64 ให้การยอมรับหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine Passport) ที่ออกโดยจอร์เจีย เซอร์เบีย นิวซีแลนด์ และมอลโดวา โดยสามารถเดินทางเข้าลักเซมเบิร์กได้ทุกวัตถุประสงค์ รวมถึงการท่องเที่ยว

ลาว

ระบุเมื่อ 17 พ.ย.64 รับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Sinopharm ที่จีนบริจาคให้ 1.8 ล้านโดส ทั้งนี้ จีนบริจาควัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ลาวแล้ว 6.9 ล้านโดส